เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

Wawa
Ico64
Charunee Maharat
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 28416
ความเห็น: 9

น้ำเต้าหู้...ไม่ใช่อย่างที่คิด

น้ำเต้าหู้, phytoestrogen

           ช่วงนี้มีความสนใจในเรื่องอาหารเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลายคนบอกว่าการดื่มนมวัวอาจจะไม่เหมาะเพราะอาจมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก แนะนำให้กินนมถั่วเหลือง ตัวเองก็เริ่มกินซักระยะหนึ่งแล้วและพยายามถึงกระทั่งหาสูตรมาทำเองเพื่อความสดใหม่ ถูกสุขลักษณะเพราะสงสัยเหมือนกันว่า การที่ผู้ขายบรรจุน้ำเต้าหู้ร้อนๆในถุงพลาสติก มันจะได้รับสารเคลือบพลาสติกเป็นของแถมด้วยหรือไม่ ซึ่งการทำเองก็ไม่ได้ยุ่งยาก แต่เหนื่อยสำหรับคนที่อุปกรณ์ไม่ค่อยพร้อม แต่ต่อมาก็มีความสงสัยว่า นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้มีประโยชน์จริงๆหรือเปล่า จึงค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนต และสรุปข้อมูลได้คร่าวๆ ว่า

          ในน้ำเต้าหู้และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองมีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนของเพศหญิง จึงสามารถออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่าประมาณ 500-1,000 เท่า

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

1.      โอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมลดน้อยลง เนื่องจาก ไฟโตเอสโตรเจนจะไปแย่งจับกับตัวรับ (Receptor) ของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย มีรายงานการวิจัยในผู้หญิงจีนพบว่า การรับประทานไฟโตเอสโตรเจนในหญิงวัยรุ่นและวัยก่อนหมดประจำเดือน จะมีประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งเต้านมมากกว่ารับประทานช่วงหมดประจำเดือน

2.      งานวิจัยทางระบาดวิทยาพบว่าไฟโตเอสโตรเจนช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน อาการวัยทอง และโรคหลอดเลือดหัวใจการรับประทานเต้าหู้วันละ 2 ชิ้น จะได้สารไฟโตเอสโตรเจน 2 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกันกระดูกพรุน การรับประทานโปรตีนถั่วเหลืองวันละ 25 กรัม สามารถลดหรือป้องกันอาการวัยทอง ได้แก่ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก และวิตกกังวล

3.   ป้องกันการทำลาย DNA ใน lymphocyte


ข้อเสีย

1.      การรับประทานไฟโตเอสโตรเจนขนาดสูง อาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ เพราะไฟโตเอสโตรเจนก็ทำหน้าที่เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ดังนั้นคนที่เป็นมะเร็งเต้านม การรับประทานไฟโตเอสโตรเจนเป็นข้อควรระวัง แม้ไม่มีการวิจัยในคนยืนยันว่าไฟโตเอสโตรเจน จะทำให้โรคมะเร็งเต้านมกำเริบหรือไม่

2.      มีการวิจัยที่ศึกษาในหนูพบว่าการกินถั่วเหลืองสกัดจะเข้าสู่วัยรุ่นเร็ว 

        ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้องกินไฟโตเอสโตรเจนจำนวนเท่าไหร่ จึงจะป้องกันโรคต่างๆได้ และเชื่อว่าผลของไฟโตเอสโตรเจนในแต่ละคนแตกต่างกันตามชาติพันธุ์ กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อายุ และการรับประทานอาหาร แต่อย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีประโยชน์และมีโทษควบคู่กันไป เราควรเลือกรับประทานในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในปริมาณที่พอดีเพื่อสุขภาพร่างกายเราเอง

แหล่งข้อมูล

http://www.horapa.com/

J.H. Mitchell and A.R. Collins. 1999. Effects of a soy milk supplement on plasma cholesterol levels and oxidative DNA damage in men – a pilot study. J. Nutrition, 38; 138-143.

Wu AH, Yu MC, et al. 2008. Soy intake and breast cancer risk in Singapore Chinese Health Study. Br J Cancer, 99(1): 196-200.

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 04 กุมภาพันธ์ 2552 11:00 แก้ไข: 04 กุมภาพันธ์ 2552 11:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

Ico48
Zenki (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
10 กุมภาพันธ์ 2552 15:56
#40927
ถ้าอายุมากแล้ว ดื่มทุกวันจะกลับสู่วัยรุ่นเร็วขึ้นมั๊ยครับ"(+__+)'
Ico48
เจษฎา เหมหาชาติ [IP: 58.9.184.154]
27 มิถุนายน 2553 14:50
#58244
อยากได้กากถั่วเหลืองที่เหลือจากการทำน้ำเต้าหู ใครมีบริจาคบ้างครับ จะนำไปทำปุ๋ยครับ 0819136357
Ico48
waw [IP: 202.29.38.249]
30 พฤศจิกายน 2554 08:45
#72423

เคยอ่านผลงานวิจัยของต่างประเทศเจอนะว่าผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปกินนำเต้าหู้เกินวันละ 2 แก้วทำให้ความจำลดน้อยลง

Ico48
1,000 (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
30 พฤศจิกายน 2554 09:29
#72428

กินทุกวัน ๆ ละ ๒ แก้ว จะเป็นไรมั๊ย

Ico48
เอม [IP: 124.120.79.129]
02 ธันวาคม 2554 10:25
#72546

กินทุกวัน วันละ 1 แก้ว จะเป็นอันตรายหรือเป็นโทษค่ะ ตอบด้วย

 

Ico48
รังรอง [IP: 58.11.40.234]
10 พฤษภาคม 2555 23:18
#77125

กินน้ำเต้าหู้จะทำให้ผมดกขึ้นหรือเปล่าคะ

Ico48
สิริรัตน์ติยากร [IP: 203.223.220.126]
11 มิถุนายน 2555 12:29
#77773

ที่ฮ่องกงต้องมีน้ำเต้าหู้ตั้งขายทุกร้านอาหารค่ะ ไม่มีร้านไหนที่ไม่มี ส่วนเต้าหู้ก้อจะมีร้านทอดเฉพาะเต้าหู้อย่างเดียวขาย ถ้ามันมีโทษจริงป่านนี้คนที่ฮ่องกงตายไปหมดแล้วหละ คนที่เป็นมะเร็งเป็นเพราะกินแบบไม่ธรรมชาติ คือรู้ว่ามีประโยชน์กัน ก็เลยกินแบบไม่มีความพอดี ถูกต้องค่ะอะไรถ้าไม่ได้อยู่ในความพอดี มันก็มีโทษทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค หรือยาบำรุงทั้งหลาย ลองกินแบบไม่รู้ขนานของมัน ก็มีโทษทั้งนั้น เพราะฉนั้นดิฉันเชื่อว่ากินถั่งเหลืองได้ค่ะ แต่กินให้มันปกติ คือกินแค่อิ่มน่ะค่ะ กินให้รู้จักว่าพอเพียงค่ะ ไม่ใช่กินแบบโด๊ป เอา โด๊ป เอา ชอบเพจนี้นะคะที่บอกข้อดี และยังบอกข้อเสีย ไม่เหมือนบางเพจ มาบอกแต่ข้อโยเสีย ทำให้คนเสียโอกาสได้รับประโยชน์จากถั่งเหลือง เพราะกลัวมะเร็ง

Ico48
โมวี่ [IP: 220.255.2.136]
15 สิงหาคม 2555 16:09
#79825

เห็นด้วยค่ะทุกอย่างต้องมีความพอดีคุณให้ข้อคิดดีมากค่ะ มีทั้งดี เสีย

Ico48
วันนอย [IP: 101.109.179.78]
25 มิถุนายน 2556 09:32
#89495

การรับประทานไฟโตเอสโตรเจนขนาดสูง อาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ผู้เขียนใช้คำว่า อาจเป็น แสดงว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อีกทั้งไม่มีการวิจัยในคนยืนยันว่าไฟโตเอสโตรเจน จะทำให้โรคมะเร็งเต้านม หรือคนที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้วเกิดการกำเริบได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อเสียของการทานน้ำเต้าหู้เป็นเพียงสมมติฐานของข้อเสียเท่านั่น ซึ่งโดยปกติร่างกายคนเราต้องการโปรตีนต่อวันถึง 90% แต่วันวันนึง คนเรารับประทานเข้าไปแค่ 20% ต่อวัน จึงเป็นเหตุผลให้เราเกิดโรคเสือม หมายถึง โรคเสื่อมของเซลล์ เช่น โรคผิวหนัง ผมร่วง เล็บเปราะ ความแก่ชรา เป็นต้น ซึ่งโปรตีนจากถั่งเหลืองเป็นโปรตีนจากพืช ไม่ใช่โปรตีนจากสัตว์ การดูดซับเข้าสู่ร่างกายย่อมเร็วและดีกว่าโปรตีนที่เรารับประทานจากสัตว์แน่นอน และถ้าเทียบเป็นสัดส่วนน้ำเต้าหู้ 20 แก้วต่อวันถึงจะเพียงพอต่อร่างกายถ้าเราไม่บริโภคเนื้อสัตว์หรือโปรตีนจากแหล่งอื่นค๊ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.226.182.192
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ