นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

หนุ่มหน้ามน
Ico64
นาย สรวิศ ขาวเรือง
เจ้าหน้าที่โครงการ
ฝ่ายบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1830
ความเห็น: 0

งานหนัก เครียด ทำอะไรดี!?

เช้ารีบตื่น อาบน้ำ แต่งตัว ออกจากบ้านไปเผชิญสังคมภายยนอกที่วุ่นวาย รถเมล์คันน้อยแออัดด้วยผู้คน จมูกสูดควันพิษ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นละออง กว่าจะถึงที่ทำงานได้ เล่นเอาซะอ่วม!

 

เช้ารีบตื่น อาบน้ำ แต่งตัว ออกจากบ้านไปเผชิญสังคมภายยนอกที่วุ่นวาย รถเมล์คันน้อยแออัดด้วยผู้คน จมูกสูดควันพิษ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นละออง กว่าจะถึงที่ทำงานได้ เล่นเอาซะอ่วม!
ถึงปุ๊บ นั่งประจำที่ปั๊บ เปิดคอมพิวเตอร์คู่ชีพ ง่วนกับงานที่ได้รับมอบหมาย วันทั้งวันสายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม นิ้วมือกดแป้นพิมพ์พันกันนัวเนีย เส้นสมองเต้น ตุบ...ตุบ...ตุบ กลั่นกรองความคิดออกมาเป็นตัวหนังสือ สายตาเริ่มล้า หลังเริ่มปวด ต้นคอเริ่มเมื่อย ความเครียดถาโถม แต่อย่างไรงานต้องเดิน....
จะทำเช่นไร.. เมื่ออาการแบบนี้เกิดขึ้น?
มีวิธีง่ายๆ ที่ อยากแนะนำเพื่อช่วยให้คนออฟฟิศหายเครียด หายล้า ในแบบที่เจ้านายไม่ว่า กันอยู่หลายวิธีให้เลือกปฏิบัติ

หากรู้สึกว่าสายตาเริ่มพล่าจากแสงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ให้ลองหลับตาสักครู่ หรือมองออกไปนอกหน้าต่าง มองไปยังจุดที่อยู่ไกลๆ เพื่อให้สายตาได้ผ่อนคลาย เพราะการจ้องสิ่งที่อยู่ใกล้นานๆ อาจทำให้สายตาสั้น หรือนำต้นไม้เล็กๆวางไว้ที่โต๊ะแล้วมอง สีเขียวจากใบไม้จะทำให้สบายตาขึ้น

อาการปวดหลัง หรือต้นคอ
จะพบบ่อยมากสำหรับผู้ที่นั่งทำงานนานๆ หากรู้สึกปวดขึ้นมา ให้ลองออกกำลังกายเบา เช่น ก้มเงยศรีษะช้าๆ ให้คางจรดกับหน้าอก ตะแคงศรีษะให้หูจรดกับไหล่สลับกันไปมา หรือก้มหัวแล้วใช้ฝ่ามือดันหน้าผาก เพื่อให้กล้ามเนื้อคอยืดหยุ่น ทำประมาณ 10 นาที จะช่วยลดอาการปวดคอได้
ส่วนบริเวณหลัง   ให้พยายามนั่งหลังตรงเวลาทำงาน ปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ บริหารกล้ามเนื้อช่วงหลังง่ายๆ เช่น ยืดหน้าอกเข้าออก ยืดแขนไปด้านหน้าและหลังจนสุด หรือลุกขึ้นเดินบ้าง แต่หากอาการปวดเป็นหนักขึ้น ควรปรึกษาแพทย์

สูดดมน้ำมันหอมระเหย  กลิ่นหอมของดอกไม้จะช่วยให้ประสาทสัมผัสตื่นตัว ทำให้สมองปลอดโปร่ง อาจนำตะเกียงน้ำมันหอมระเหยเล็กๆมาตั้งที่โต๊ะทำงาน เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้ดีขึ้น
หาเวลาว่างสัก 2- 3นาที พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน  หาเรื่องตลกขบขันมาเล่าสู่กันฟัง คนที่หัวเราะง่ายมักมีสุขภาพกายและจิตที่ดี เนื่องจากการหัวเราะจะช่วยลดความดันโลหิตและระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลของระบบประสาททางหนึ่งด้วย ฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนแสดงความเหนื่อยล้าในกระแสเลือด

ใช้พลังแห่งการสัมผัสช่วย   ช่วงเวลาพัก อาจสลับกันนวด เพื่อบรรเทาอาการล้าและเป็นเวลาที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
ฟังเพลงเบาๆ...   เสียงเพลงสามารถบำบัดความรู้สึกของคนเราให้ดีขึ้นได้ หากเป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้เรามุ่งมั่นและตั้งใจกับการทำงานมากขึ้น เป็นการสร้างพลังให้ตัวเอง

สร้างกำลังใจให้ตัวเอง   ความผิดพลาดบางอย่างที่แก้ไขไม่ได้แล้วก็จำเป็นต้องยอมรับแล้วใช้เป็นบทเรียน แต่อย่าให้ความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งที่มากดดันให้เครียดจนเกินไป อาจโทรหาเพื่อน หรือญาติพี่น้องเพื่อระบายความรู้สึก คำพูดที่ให้กำลังใจ จะช่วยให้รู้สึกไม่ท้อ
อย่ากังวล หวาดระแวงมากเกินไป   เพราะความเครียดจากการทำงานก็มากพอแล้ว ควรทำใจให้สบาย เมื่อใจสบาย สมองก็จะทำงานดีขึ้น งานก็เร็วขึ้นตามไปด้วย
ดื่มน้ำผลไม้ เคี้ยวหมากฝรั่ง ทานขนมหวาน   เพราะความหวานจะช่วยลดฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดได้ แต่อย่าเผลอกินมาก เพราะจะกลายเป็นเครียดเนื่องจากความอ้วน

ลองเอ็กเซอร์ไซให้หายเมื่อย หายล้าแล้ว สายตาและสมองก็คงโปร่งขึ้น ความเครียดก็ทุเลาลง   8 ชั่วโมงของการทำงานก็ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อกลับถึงบ้าน อย่าเก็บความเครียดติดตัวไปด้วย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมรับกับการทำงานในวันต่อไป.
 

เป็นไงคับ การทำงานนานๆๆ ทำให้เราเกิดความเคลียดขึ้น แต่ถ้าคุณได้ผ่อนคลาย ความเคลียดก็จะเบาลงคับ
 ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขนะคะ สวัสดีคับ

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
คำสำคัญ (keywords): คณะวิศวะกรรมศาสตร์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 20 มกราคม 2552 23:00 แก้ไข: 20 มกราคม 2552 23:00 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.1.126
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ