นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1372
ความเห็น: 3

ค่ายเกษตรกรตัวน้อย#2 : วันที่สอง

เช้าวันนี้ เด็กๆ หอบหิ้ว ถุงใส่ขวดพลาสติก  ลังกระดาษ  มาขายที่ธนาคารขยะ  ตามเงื่อนไขที่ว่าจะต้องขายขยะให้ได้อย่างน้อย 5 บาท ในวันนี้ ไม่งั้นอดทานข้าวเที่ยง เด็กๆ ต่อแถวเข้าคิวเพื่อรอขายขยะแต่เช้า


ขายขยะเสร็จตามด้วยกิจกรรมสันทนาการ ผ่อนคลายด้วยการเล่นเกมส์นับเลข โดยเมื่อเรียกหมายเลขใด คนที่นับได้หมายเลขนั้น ต้องวิ่งรอบวง คล้ายปิดตาลักซ่อนในสมัยก่อน


 

ต่อด้วยกิจกรรมให้ทำปุ๋ยหมักใส่ขวดน้ำพลาสติก โดยครูบอกเด็กๆ ตอนก่อนจะทำว่า เป็นอินทรีย์วัตถุ เด็กๆ ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร  ครูให้เด็กๆ ใส่ถุงมือ ใส่หน้ากากอนามัยปิดจมูก ตักเศษผัก ขี้วัว ใส่ขวด ผสมให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำหมัก พ.ด. 1 ให้พอชุ่ม เขย่าให้เข้ากันอีกครั้ง  ซึ่งน้ำหมักมีกลิ่นแรงมาก

 

 

หลังหมักปุ๋ยเสร็จ  ครูให้เด็กๆ ขึ้นมาจดบันทึกวิธีทำปุ๋ยหมัก เด็กๆ สอบถามด้วยความสงสัยว่า น้ำดำๆ คืออะไร ก็อธิบายว่าเป็นน้ำหมัก พ.ด. 1  เด็กถามว่า  พ.ด. คืออะไร  ก็อธิบายไปว่า ย่อมาจากพัฒนาที่ดิน 

คราวนี้มีคำถามว่าดินดำๆ คือซากพืชซากสัตว์ใช่มั๊ย  เมื่อตอบว่าไม่ใช่ให้เด็กๆ ทาย เด็กๆ ทายอยู่นานจนมีคนตอบว่าขี้วัว 

เด็กเริ่มทำหน้าแปลก ๆ  ครูถามว่าถ้าครูบอกว่าเป็นขี้วัวตั้งแต่ตอนแรก  หนูคงไม่กล้าตัก แต่เมื่อไม่รู้ก็เห็นทุกคนตักได้ดีใช่มั๊ย เด็กๆ พยักหน้า

 

ก่อนจะลงไปทำปุ๋ยหมัก ครูได้อธิบายเด็กๆ ว่า ถ้าได้กลิ่น หรืออะไรที่เหม็น ไม่ควรทำหน้า หรือทำท่าทางปิดจมูก หรือทำท่าจะอ้วกให้ใครเห็น  ถ้าใครทำท่ารังเกียจหรือเหม็นอะไร ครูจะให้เพื่อนทั้งห้องทำท่าจะอ้วกใส่คนนั้นเอาไม๊  เด็กๆ เข้าใจ ตกลงกันว่าจะไม่ทำท่ารังเกียจ หรือเหม็นอะไรแบบนั้นให้ใครเห็น


 

จากนั้นต่อด้วยการทำโครงการต่อ จากเมื่อวาน เด็ก ๆ ช่วยกันคิดอย่างละเอียดว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรที่จะให้ครูหาให้  และเด็กๆ จะเตรียมอะไรมาเอง   เด็กๆ ปีนี้เก่งมาก คิดได้ละเอียดซับซ้อน ครอบคลุมในทุกรายละเอียดกิจกรรมที่จะทำ 


 

ถึงเวลาประกาศยอดเงินที่ขายขยะของแต่ละคน  มีเด็กๆ เกือบ 10 คน ที่ขายขยะได้เงินน้อยกว่า 5 บาท ซึ่งจะต้องอดทานข้าวเที่ยง


ไซ ร้องไห้สะอึกสะอื้นเป็นคนแรกเมื่อรู้ว่ายอดขายขยะได้เพียง 25 สตางค์  ด้วยความเสียใจที่ขยะบางอย่างที่หิ้วมา ขายไม่ได้  ธนาคารขยะไม่รับซื้อ 


กว่าจะประกาศชื่อคนสุดท้ายจบ เด็กๆ ที่ขายขยะได้ไม่ถึง 5 บาท หน้าเริ่มถอดสี กังวลใจว่าจะอดข้าวแน่ๆ


 

ครูสัมภาษณ์เด็กๆ ที่ขายขยะได้น้อยกว่า 5 บาท ทีละคน แต่ละคนมีเหตุผลที่น่าสนใจ บ้างก็บอกว่า "พึ่งเอาขยะไปให้คนข้างบ้านเมื่อ 2 วันก่อน จึงไม่มีขยะเหลือเอามาขาย"


บ้างก็บอกว่า "กะผิดคิดว่าขยะที่เอามาน่าจะได้ 5  บาทแล้ว"

 

ครูอธิบายให้เพื่อนๆ ทั้งห้องฟังว่า เมื่อเห็นใครทำผิด ถ้าเราฟังเหตุผลให้ดี ก็จะได้ฟังคำตอบที่ทำให้รู้ว่า เพื่อนๆ มีน้ำใจเอาขยะไปให้คนที่ลำบากกว่า จึงไม่เหลือขยะมาขาย ถือว่าน่าเห็นใจมาก เพราะไม่ได้ทำผิดเพราะขี้เกียจเก็บขยะเลย แต่ต้องถูกลงโทษ



เมื่อครูถามต่อว่า “ใครที่ขายขยะได้มากว่า 5 บาท  สามารถเอาเงินค่าขยะของตนมาไถ่ตัวเพื่อนๆ ได้ในวงเงิน 5 บาท”  เด็กๆ ยกมือกันอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดลังเล  เพราะอยากเสียสละเงินขายขยะของตัวเองเพื่อช่วยเพื่อนๆ ให้ได้ทานข้าวเที่ยง   


ครูให้เด็กๆ ที่มีเงินขายขยะเยอะ เลือกช่วยเพื่อนแต่ละคน ทีละคน  สัมพันธภาพที่งดงามก่อเกิดในใจของเกษตรกรตัวน้อยๆ ที่แต่ละคนกระตือรือร้นจะช่วยเพื่อนๆ  โดยไม่มีเงื่อนไข 


เพื่อนที่ได้รับการไถ่ตัว ยิ้มโล่งอกที่เพื่อนช่วย  เดินไปจับมือขอบใจกันอย่างน่ารัก 


เป็นบรรยากาศที่เด็กๆ ตัดสินใจที่จะเสียสละเงินค่าขายขยะเพื่อช่วยเพื่อนๆ ของตน  อย่างกล้าหาญ 


 

วันนี้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า ชีวิตของตนโชคดีเพียงใด ที่ไม่ต้องขายขยะแลกกับข้าวเหมือนเด็กในสลัม เพราะเงิน 5 บาทจริงๆ ไม่สามารถซื้อข้าวได้จริง  เด็กๆ ต้องเก็บขยะมากกว่านี้หลายเท่า เพื่อต้องขายให้ได้ถึง 30 -40 บาท จึงจะซื้อข้าวได้จานเดียว


 

วันนี้ได้ตกลงกติกาว่า ทุกคนต้องทานข้าวหมด ถ้าคิดว่าทานไม่หมดก็ต้องขอแบ่งตั้งแต่แรก และทุกคนต้องทานผักอย่างน้อย 1 ชิ้นก็ยังดี

 


เป็นมื้อกลางวันที่อิ่มเอม เด็กๆ เริ่มเดินมาเพิ่มข้าวเป็นจานที่สอง และอวดครูว่า กินผักไปหลายชิ้น

 

 

ช่วงบ่ายครูให้เด็กๆ  นอนฟังเสียงเปียโนบรรเลง  เด็กๆ หยุกๆ หยิกๆ ไม่ยอมหลับตา  แต่ก็ทำให้ภายในห้องสงบลงในชั่วเวลาสั้นๆ เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย


 

ต่อด้วยกิจกรรมทำผ้าบาติก  เด็กๆ บรรจงระบายสีในผืนผ้าสีขาว อย่างตั้งใจ ผ้าสีขาวๆ ถูกเด็กๆ แต่งแต้มสีสันสวยงาม จนครูเองยังทึ่งในฝีมือของศิลปินตัวน้อยๆ ที่วาดผ้าได้งดงามเกินวัย

 

 

วันนี้มีโดนัทฟักทอง  มีเสียงบอกไม่กิน ๆ ไม่ชอบฟักทอง ครูจึงบอกว่าครูสั่งให้ทำเป็นโดนัทธรรมดาแล้ว  วันนี้เด็กๆ เริ่มคุ้นกับสถานที่ คุ้นกับครู และเพื่อนๆ   จึงทานขนมได้ไม่หยุด  ทานโดนัทกันคนละหลายอัน วันนี้จึงไม่มีโดนัทเหลือกลับไปฝากที่บ้าน

 

 

เมื่อครูเฉลยท้ายสุดว่า สิ่งที่เด็กๆ กินคือ โดนัทฟักทอง เด็กๆ ทำปากหวอ แล้ววิ่งไปขอเพิ่มอีก 1 ชิ้น ด้วยไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองตั้งแง่ว่าไม่ชอบ ไม่เคยลองทาน จะอร่อยถึงเพียงนี้


   

เป็นอีกวันที่ครูรู้สึกมีความสุข เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่น่ารักของเด็กๆ ในวันนี้ 

 

 

พรุ่งนี้อยากเชิญชวนทุกท่าน แวะไปตลาดเกษตร ม.อ. ตั้งแต่เวลา 15.30  น. เพื่อช่วยอุดหนุนกิจกรรม 12 กิจกรรมของเกษตรกรตัวน้อย  วิถีแห่งการพึ่งพาตนของเด็กๆ จะสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อได้รับการสนับสนุนจากทุกๆ ท่าน ในวันพรุ่งนี้

 


 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 เมษายน 2559 20:42 แก้ไข: 19 เมษายน 2559 20:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Monly, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สุดยอดจริง ๆ

Ico48
วลัยพรรณ [IP: 1.47.9.193]
20 เมษายน 2559 05:45
#104967

อ่านแล้วขอบคุณและดีใจมากๆ ที่น้องชอบและตั้งใจขอสมัครมาร่วมกิจกรรมทางคณะทรัพย์ฯ

เดี๋ยวบ่ายนี้ไปตลาดเกษตรครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.85.115
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ