นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

HS8JMT
Ico64
ธีรพัฒน์ อังศุสิงห์
นักวิชาการอุดมศึกษา
งานทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 1164
ความเห็น: 3

ความรัก ครอบครัว สังคม

ความรัก ครอบครัว สังคม

เวลา 17.30 น. ของวันศุกร์ที่ 23 มีนาคม ขณะที่ผมกำลังจะเอารถคันเก่งเข้าโรงรถที่จอดเป็นประจำ ผมได้รับโทรศัพท์จาก นศ. ภายในชมรมพี่ผมเป็นที่ปรึกษา น้ำเสียงครั้งแรกฟังจับใจความไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นเสียงกระซิบเบาๆ แต่จับใจความไม่ได้แล้วสายก็ตัดไป หลังจากนั้นอีก 10 นาที น้องคนเดิมก็โทรมาอีกเสียงเริ่มฟังชัดขึ้นและจับใจความได้ว่า " ช่วยหนูด้วยแฟนเก่าหนูจะมาพาตัวหนูไปบ้านเค้า แต่หนูไม่อยากไปเค้าพาพ่อเค้ามาพาหนูไป" ผมพูดสวนไปว่าใจเย็นค่อยๆ พูดให้บอกสถานที่ที่เค้าะพาตัวไป จับใจความได้ว่าที่หอพักหน้ามหาลัย แล้วโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเสียงจากผู้หญิงเป็นผู้ชายและถามผมว่า .... เป็นใคร เป็นแฟนใหม่มันหรอ (เอาละซิงานเข้าแล้วเรา) ผมก็ตอบไปว่าเป็นใครไม่สำคัญแต่มาทำร้ายผู้หญิงแบบนี้มันไม่ใช้ลูกผู้ชาย เค้าคงโกรธแล้้วด่าผมเป็นชุด(ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลย ให้เพื่อนด่าฟรีๆ)

สุดท้ายผมบอกว่าขอคุยกับคุณพ่อของน้องชายหน่อย เค้าก็ตอบว่า ได้เดี๋ยวจัดให้ และมันก็หายไปพักใหญ่ (ไหนว่าจะจัดให้หว่า) โทรศัพท์ก็ถูกตัดไปโทรไปก็ไม่รับ จนผมโทรไปบอกรุ่นพี่ของน้อง นศ. ให้รีบไปดูที่หอของน้องเค้า และผมก้รีบขับรถไปที่เกิดเหตุ และโทรศัพท์จากน้องเค้าก็โทรมาบอกว่าโดนทำร้ายและกระชากขึ้นรถยนต์แล้ว พอผมจะถามรถยี่ห้อ สีทะเบียน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นเหมือนจะมีการทะเลาะวิวาท แย่งโทรศัพท์และถูกตัดสายไป และ นศ. รุ่นพี่ก็โทรมาบอกวาน้องเค้าโดนพาตัวไปแล้ว และโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้

จนผมถึงที่เกิดเหตุก็นั่งหาข้อมูลกับน้องๆ นศ. ในชมรมอาสาสมัครกู้ภัย มอ. ที่มาถึงที่เกิดเหตุก่อนหน้า และเราก็มืดสิบห้าด้านเลย เพราะเราไม่มีข้อมูลรถที่พาตัวน้องเค้าไป โทรศัพท์น้องเค้าก็ติดต่อไม่ได้ จนนึกขึ้นได้ว่า ขอดูกล้องวงจรปิดของหอพักน้องเค้าและเราก็ได้เห็นหน้าตาของคนที่พาตัวน้องเค้าไป และเป็นโชคดีที่มีน้องในชมรมฯ จำได้ว่าเป็นนักศึกษาเก่า มอ.สุราษฎร์ธานี ที่ซิ่วไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น ถือว่าเรายังโชคดีที่ได้ ชื่อ-นามสกุล สถานศึกษาที่เค้าย้ายไปเรียน เราประสานเพื่อนในสาขาเก่าของเค้าคนนี้เพื่อต้องการเบอร์โทรศัพท์ของเค้าพอได้มาก็ติดต่อไม่ได้ จนเวลา 20.30 น.น้องๆ มันบอกว่าพี่ทำงานทะเบียนฯ น่าจะหาข้อมูลเก่าของ นศ. ได้ ผมบอกว่ามันผิดระเบียบฯ ถ้าไปค้นหาข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตมันผิด แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเรามีคนรู้จักในมหาวิทยาลัยใหม่ของคนที่พาตัวน้องเค้าไป เป็นมหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่งใน จ. ภูเก็ต จึงโทรไปขอความช่วยเหลือ อธิบายถึงเหตุการณ์และเค้าก็ช่วยเหลือจนเราได้ข้อมูลที่อยู่ ชื่อผู้ปกครอง อยู่ที่จังหวัดตรัง ผมจึงโทรไปที่ศูนย์กู้ภัยที่ จ.ตรัง ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ที่เป็นนักวิทยุสมัครเล่นและอาสาสมัครกู้ภัยด้วยกัน สอบถามถึงบ้านเลขที่ดังกล่าวว่าอยู่ส่วนไหนของ อ.เมือง จ.ตรัง เพราะพวกผมจะเดินทางไปสมทบกับทีมกู้ภัยที่ จ. ตรังที่เค้ารออยู่ และเหมือนสวรรค์เข้าข้างเรา น้อง นศ. ผู้หญิง คนดังกล่าวโทรมาแล้วบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ จ. ตรังจริงๆ พอลงจากรถเค้ารีบวิ่งหาสัญญาณโทรศัพท์ซึ่งบ้านดังกล่าวเหมือนเป็นป่ายางพารา หลังจากได้คุยกับน้องเค้าผมจึงบอกให้เค้าให้เอาโทรศัพท์ขอคุยกับพ่อของน้องที่เค้าพาตัวมาและผมก็ได้คุยอธิบายว่าทำไมต้องลักพาตัวมาแบบนี้ พ่อของน้องผู้ชายก็ได้บอกว่าด้วยความที่รักลูกชายเพียงคนเดียวในบ้าน อยากให้เค้าได้สิ่งที่ต้องการ จึงต้องขับรถมาที่สุราษฎร์ธานี แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะทำร้ายน้องเค้าแบบนี้ ผมจึงบอกว่าผมจะแจ้งความข้อหาลักพาตัว เพราะผมมีภาพจากกล้องวงจรปิด ผมมีที่อยู่ ชื่อน้องและ ชื่อบิดา มารดา ซึ่งข้อมูลที่ผมบอกพ่อเค้าไปคงทำให้พ่อเค้าคงตกใจว่าทำไมเราถึงมีข้อมูลพวกนี้ ถ้ามีการแจ้งความและเรื่องราวนี้ถึงผู้ปกครองของน้องผู้หญิงมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ผมจึงบอกให้พ่อเค้ารีบส่งตัวกลับสุราษฎร์ธานีโดยด่วน โดยให้พ่อขับรถมาส่งด้วยตนเองห้ามพาน้องผู้ชายคนที่ทำร้ายน้องเค้ามาด้วยไม่งั้นผมจะแจ้งความพร้อมหลักฐาน พ่อเค้าด้วยความรักลูกชาย ไม่อยากให้ลูกโดนจับ จึงตอบตกลงและรีบขับรถจากตรังมาส่งน้องผู้หญิงเวลา 23.00 น.

หลังจากมาถึงสุราษฎร์ธานี ผมได้คุยกับพ่อเค้าและขอบคุณที่เข้าใจและนำน้องมาส่ง พ่อเค้าร้องด้วยน้ำตาและขอโทษที่ทำแบบนี้ เพราะด้วยการเลี้ยงลูกที่ผิดๆ ตามใจลูกมากเกินไป ทำให้ลูกทำอะไรโดยไม่คิด พ่อเค้าก็เห็นว่าลูกชายทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงแต่พ่อก็ไม่กล้าจะด่าหรือห้ามลูก กลัวลูกไม่พอใจ และพ่อเค้าก็เดินทางกลับ จ.ตรัง เรื่องราวทุกอย่างก็จบลงด้วยดี จากเหตุการณ์ดังกล่าวมันทำให้ผมคิดได้ว่าความรักที่มีแต่ให้จนมากเกินไปอาจจะทำให้คนที่เรามอบความรักเสียความคิด ความสำนึกในความถูกต้อง ความรักมีหลายรูปแบบ ต้องรู้จักความผิดหวังบ้างเพื่อได้มีบาดแผลคอยสอนเราให้รู้ถึงความผิดหวังและหลังจากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเพื่อนำไปสู่ความรักที่สมบูรณ์แบบและมีความรักที่แข็งแรงต่อไป

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 มีนาคม 2555 20:13 แก้ไข: 29 มีนาคม 2555 09:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ถ้าเว้นวรรคตอน/ บรรทัดหน่อยจะอ่านง่ายขึ้นครับ

เราเอง

เป็นเรื่องจริงในสังคม ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

 

อ่านไปแล้วก็ตื่นเต้นไปด้วย ต้องยกย่องผู้ที่ช่วยเหลือทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าของบันทึก

 

และหวังว่าประเทศไทยที่เจริญขึ้น จะไม่มีสังคมที่เสื่อมลงครับ

 

"ใจสั่งมา"

ต้องขอบคุณแทนคุณพ่อคุณแม่ของน้องผู้หญิง ที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากชาวมอ.ด้วยกัน เป็นโชคดีอย่างมากที่น้องรอดมาได้ และโชคดีที่น้องผู้ชายคนนั้นไม่ได้คิดจะทำอะไรอุกอาจคนเดียว มีการปรึกษาคุณพ่อ(ที่ตามใจลูกจนเกินเหตุ) แต่ท่านก็คงหาทางช่วยหากมีอะไรรุนแรงกว่านี้ ถือว่าน้องผู้หญิงทำบุญมาดีจึงมีผู้ช่วยเหลือจนสำเร็จ ขอให้ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันต่อไปนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.195.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ