นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1786
ความเห็น: 0

เรียนรู้การจัดการความรู้

การจัดการความรู้ (KM) เป็นเครื่องมือที่ทำให้ง่ายขึ้นในการทำงาน ต้องเริ่มต้นที่ใจก่อน สมอง เปิดรับ แล้วลงมือทำ เห็นประโยชน์ เปิดใจชื่นชม เปลี่ยนความคิด ลงมือทำ เริ่มเป็นพฤติกรรม เป็นวัฒนธรรมขององค์กร
การเรียน นบ.ม.อ. 2 ในวันที่ 31  ก.ค. 2552 ได้รับความรู้ในเรื่องการจัดการความรู้ จากท่านวิทยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์กลางเดือน โพชนา  ซึ่งได้ให้ทำกิจกรรม วาดหัวใจ ลงในกระดาษ แบ่งออกเป็น 4 ห้อง
ห้องที่ 1 เขียนชื่อ-สกุลตนเองทั้งชื่อจริงและ
              ชื่อเล่น   สถานที่ทำงาน  
ห้องที่ 2 เขียนความภูมิใจในชีวิต  เขียนอะไรก็ได้ที่ทำให้มีความสุขและอิ่มเอมในชีวิต
ห้องที่ 3 เขียนว่าได้ทำอะไรบ้างในการจัดการความรู้ในที่ทำงาน
ห้องที่ 4 เขียนความคาดหวังในการจัดการความรู้ที่หวังว่าจะได้รับและนำไปทำทีทำงาน

หลังจากเขียนแล้วก็ให้แลกกันอ่านเพื่อจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น จากนั้นก็ให้เรียนรู้จากการดูวีดีโอเทป มูลนิธิข้าวขวัญ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย กรมส่งเสริมการเกษตร รายละเอียดที่ บันทึกจากห้องเรียน 31 ก.ค. 2552   ของคุณไทยมุง

สิ่งที่วิทยากรเน้นมากคือ การทำงานเป็นระบบต้องใช้กระบวนการ PDCA ต้องมีวินัยในตัวเอง

สิ่งสำคัญในการจัดการความรู้ (KM) คือ
    * ต้องลงมือปฏิบัติ  คิด สังเกต ศึกษา สรุป ประเมินผล จดบันทึก ทบทวน เรียนรู้จากคนอื่นเป็นการเรียนลัดและปรับให้เหมาะสม
    * การทำงาน ต้องมองเป็นคุณค่าของคนอื่นด้วย คุณค่าของมนุษย์ที่สูงสุด คือศักยภาพที่จะเรียนรู้
    * การอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่มีใครไม่มีคุณค่า
    * การจัดการให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  เกื้อกูลกัน
    * องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นมีมากมาย จึงต้องพยายามเก็บเกี่ยวความรู้ไว้  ไม่แน่ว่าบางทีเราอาจจะได้ใช้
    * บางสิ่งบางอย่างที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว อาจไม่ใช่ เราอาจรู้เพียงผิวเผินและปิดกั้นตัวเอง

การจัดการความรู้ (KM) เป็นเครื่องมือที่ทำให้ง่ายขึ้นในการทำงาน ต้องเริ่มต้นที่ใจก่อน สมอง เปิดรับ  แล้วลงมือทำ  เห็นประโยชน์  เปิดใจชื่นชม  เปลี่ยนความคิด ลงมือทำ เริ่มเป็นพฤติกรรม เป็นวัฒนธรรมขององค์กร
 หลัก คือ การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การรับรู้ ความรู้สึกพร้อมที่จะให้หรือไม่  อยากจะรับหรือไม่  ความมุ่งมั่น ทีมงาน

ท่านวิทยากรยังได้เน้นว่า การทำ KM ต้องเริ่มต้นที่ ความรัก 
    รักที่จะเรียนรู้ 
    รักงานที่ทำ (แบบแฟนพันธุ์แท้)
    รักที่จะแบ่งปัน
    รักที่จะทำบุญ (ด้วยความรู้) 
    รักทีมงาน
    รักหัวหน้า 
    รักประชาชน  
    ฯลฯ

จะเก็บความรู้มาอยู่ในองค์กรได้อย่างไร โดยยึดโมเดล ปลาทู
1. หัวปลาทู   - การตั้งเป้าหมายร่วมกัน  - ทุกคนยอมรับวิสัยทัศน์
2. ส่วนกลางปลาทู - การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ - เรื่องที่เกี่ยวกับเป้าหมายของเรา
3. ส่วนปลาย - การจัดเก็บความรู้ - บันทึกใช้ ICT ช่วย
4. ส่วนหาง - การนำความรู้ไปใช้ (Knowledge Utilization)
5. สะบัดหาง - เกิดกระบวนการสร้างพลัง - เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ (COP)

ความรู้มี 2 ประเภท คือ
   * ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit  Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จัดการให้สามารถเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น
  * ความรู้ประเภทไม่ปรากฏชัดแจ้ง (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในบุคคล เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมา เป็นภูมิปัญญา ต้องอาศัยการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งชุมชนแห่งการเรียนรู้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งทีสามารถดึงความรู้นี้มาจัดการเรียนรู้ถ่ายทอดกันได้

นอกจากนี้เรื่องคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ โดยยึดหลัก เปะ (ครบ   ถูก ทัน)

ท่านวิทยากรได้ฝากข้อคิดไว้ว่า เราต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ในงานที่ทำ  ต้องเรียนรู้ทุกครั้งที่แพ้หรือล้มเหลว ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อไม่เกิดซ้ำอีก
และ แล้ววันนี้เราทำอะไร
  * เราอยากรู้อะไร
  * เราอยากให้คนรุ่นหลังหรือเพื่อนร่วมรุ่นรู้อะไร
  * หลังการทำงานเสร็จเราเคยทบทวนบ้างไหม
  * เราบันทึกอะไรแล้วบ้าง
  * แล้วเราจะเก็บไว้ที่ไหน

นับว่าวันนี้เป็นวันแห่งการเรียนรู้จริง ๆ ค่ะ

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 สิงหาคม 2552 19:23 แก้ไข: 31 พฤษภาคม 2553 15:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.66.86
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ