นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

เอสเค
Ico64
สมเกียรติ ทองรักษ์
นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 5

อ่าน: 6934
ความเห็น: 0

การคำนวณเงินบำเหน็จรายเดือนลูกจ้างประจำ

การคำนวณเงินบำเหน็จรายเดือนลูกจ้างประจำ

          ก่อนเขียนบันทึกนี้ก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าการเขียนในเรื่องดังกล่าวนี้จะถึงตัวลูกจ้างประจำหรือเปล่าก็ไม่รู้   ฝากคนที่ใกล้ชิดกับลูกจ้างประจำช่วยบอกต่อก็แล้วกันนะครับ

          มีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเงินบำเหน็จลูกจ้างประจำคือ พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ และเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง พ.ศ.2519 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 8 พ.ศ.2552

        บำเหน็จลูกจ้างประจำมี 4 ประเภทคือบำเหน็จปกติ  บำเหน็จรายเดือนบำเหน็จพิเศษ และบำเหน็จพิเศษรายเดือน  สำหรับการคำนวณในครั้งนี้จะกล่าวเฉพาะการคำนวณเงินบำเหน็จรายเดือน  ซึ่งเป็นเงินตอบแทนที่รัฐจ่ายให้ลูกจ้างประจำที่ออกจากงานเนื่องจากทำงานมานานโดยจ่ายเป็นรายเดือน  มีเงื่อนไขก็คือต้องรับราชการอย่างน้อย 25 ปีบริบูรณ์

สูตรคำนวณเงินบำเหน็จรายเดือนลูกจ้างประจำ 

          = ค่าจ้างเดือนสุดท้าย คูณด้วย จำนวนเดือนเวลาราชการ หารด้วย 12 แล้วหารด้วย 50

          การหาจำนวนเดือนเวลาราชการ

          = วัน เดือน ปี ที่เกษียณอายุ หรือวันลาออก ลบด้วย วันบรรจุเข้ารับราชการ  โดยคิดเป็นเดือน  เศษของเดือนถ้าเกิน 15 วันให้คิดเป็น 1 เดือน ถ้าไม่ถึง 15 วันให้ปัดทิ้ง


   

 

          จากภาพด้านบน  ให้ดำเนินการป้อนค่าข้อมูล และการคำนวณผลดังนี้

การป้อนค่าข้อมูล  ให้ป้อนข้อมูลค่าต่างๆ ในข้อที่ 1 2 และ 3 ดังนี้

  1. ป้อนค่าจ้างเดือนสุดท้ายในช่อง C4
  2. ป้อน วัน เดือน ปี บรรจุ โดยป้อนวันเป็นตัวเลข
    เดือนเป็นตัวเลข ปีเป็นปี ค.ศ. ถ้าข้อมูลที่มีอยู่เป็นปี พ.ศ. ต้องแปลงเป็น

ปี ค.ศ. เสียก่อน เนื่องจาก Excel จะรับค่าปีที่เป็นปี ค.ศ. เท่านั้น โดยการนำ 543
มาลบออกจากปี พ.ศ.

  3. ป้อนข้อมูล วัน เดือน ปีที่เกษียณ โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 2

การคำนวณผล 

4. คำนวณจำนวนเดือน  ด้วยการหาค่าผลต่างระหว่างวันที่บรรจุนับไปถึงวันที่เกษียณเป็นเดือน โดยใช้สูตร=datedif(วัน เดือน ปี ที่บรรจุ,วัน เดือน ปี ทีเกษียณ,”m”)

5. คำนวณเศษของเดือนที่เหลือเป็นวัน ด้วยการหาค่าผลต่างระหว่างวันที่บรรจุนับไปถึงวันที่เกษียณที่เป็นเศษเหลือของเดือนเป็นวันว่าเหลือกี่วัน โดยใช้สูตร  =datedif(วัน เดือน ปี ที่บรรจุ,วัน เดือน ปี ที่เกษียณ,”md”) 

6. หาจำนวนเดือนที่เพิ่ม เนื่องจากมีข้อกำหนดว่าเศษของเดือนถ้าเกิน 15 วันให้คิดเป็น 1 เดือน ดังนั้นจึงใช้ผลการคำนวณจากข้อ 5 สร้างเงื่อนไขให้คำนวณว่าถ้าผลการคำนวณในข้อ 5 ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 15 ให้เป็น 1 ถ้าเป็นอย่างอื่นให้เท่ากับ 0 ใน c9 จึงได้สูตรเป็น  =IF(C8>=15,1,0)

7. จำนวนเดือนรวม   =C7+C9

    สูตรผลการคำนวณในเซลล์ C11  =((C4*C10)/12)/50
     
    ไฟล์แนบ    คลิกที่นี่
หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 กรกฎาคม 2556 15:03 แก้ไข: 12 กรกฎาคม 2556 11:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.8.102
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ