เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

^^^TalenGirl-Pla^^^
Ico64
น.ส. ศิริญญา แก้วน้อย
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
สถานวิจัยยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 64848
ความเห็น: 165

ช็อกโกแลตซีส หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงสละเวลาสักนิดอ่านเถอะ

          ช็อกโกแลตเป็นชื่อขนมหวานที่เป็นที่โปรดปรานของผู้คนทุกเพศทุกวัย ซีส(cyst) แปลว่า ถุงน้ำช็อกโกแลตซีส หมายถึงถุงน้ำที่มีของเหลวภายในลักษณะเหมือนช็อกโกแลต คำ 2 คำนี้ มีความหมายแตกต่างและ เป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง ไม่น่าที่จะมาเชื่อมโยง  เป็นเรื่องเดียวกันได้เลย และนับวันผู้หญิงหลายคนก็เริ่มที่จะคุ้นหูกับคำว่า "ช็อกโกแลตซีส" หรือโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่" (endometriosis) กันมากขึ้น  เพราะเดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็ต้องเจอใครสักคนในบรรดาเพื่อนพ้องสาวโสดเป็นโรคฮิตโรคนี้กันเยอะเหลือเกิน 

ที่มาของชื่อถุงน้ำช็อกโกแลต

          ช็อกโกแลตซีสก็คือถุงน้ำของรังไข่แบบหนึ่ง ซึ่งลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้ภายในจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลว ซึ่งความจริงก็คือ     ถุงเลือด คือจะมีเลือดอยู่ในถุงนั้น เมื่อเลือดหยุดไหลน้ำก็ถูกดูดซึมกลับทำให้เลือดในถุงเข้มขึ้น และเมื่อเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ ก็กลายเป็น   สีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลตจึงเรียกเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต  สำหรับสาเหตุของการเกิดถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากเลือดระดู หรือเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ คือแทนที่เลือดนั้นจะออกมาทางช่องคลอดของผู้หญิงตามปกติอาจจะมีเลือดระดูส่วนหนึ่ง มีการไหลย้อนกลับเข้าไปผ่านทางหลอดมดลูก แล้วก็เข้าไปในช่องท้องไปฝังตัวที่รังไข่จนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขึ้นและเนื่องจากลักษณะเซลล์ของถุงน้ำเป็นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกอันหนึ่งเมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน(คือการที่เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวออกมา) ถุงน้ำดังกล่าวก็จะมีเลือดออกในถุงด้วย   ดังนั้นในแต่ละเดือนที่ผ่านไปถุงน้ำก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึงถุงน้ำก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการที่ถุงน้ำนี้จะใหญ่เร็วมากน้อย  แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้นว่าจะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็วถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ
ทำไมหญิงยุคใหม่เป็นโรคนี้กันมากขึ้น           
     ถ้าดูในเรื่องงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่พบว่าถ้านำผู้หญิง 100 คนมาทำการส่องกล้องเข้าไปดูในขณะที่มีประจำเดือน ผู้หญิงเกือบทั้ง   100 คนจะมีภาวะเลือดระดูไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องทุกคน"แล้วทำไมบางคนเกิดอาการเป็นถุงน้ำฯซึ่งทำให้เกิดความเจ็บปวดมากมายแต่บางคนไม่เป็นคำตอบคือ"
     คนไข้กลุ่มที่เป็นถุงน้ำฯมักจะมีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่องซึ่งไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เติบโตผิดที่นี้ได้ ในขณะที่ผู้หญิงปกติทั่วไปจะมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้" ส่วนที่ดูเหมือนกับว่าผู้หญิงในปัจจุบันเป็นโรคนี้กันมากก็เพราะความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีที่คุณหมอบอกว่า "จริงๆแล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันมากกับอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่ความ
เข้าใจของแพทย์เองต่อโรคนี้จะมีมากขึ้นซึ่งจะทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้นก็เลยดูเหมือนกับว่ามีคนเป็นโรคนี้กันเยอะรวมทั้วข่าวสารที่มีการแพร่หลายในวงกว้างจึงทำให้มีการฉุกใจขึ้นมาว่า  เอ๊ะ!เราเป็นโรคนี้หรือเปล่า แล้วก็ไปตรวจ ซึ่งบางคนก็พบว่าเป็นโรคนี้จริง ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าโรคดังกล่าวเป็นกันมาก"

         อาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตเกี่ยวกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ (หรือถุงน้ำช็อกโกแลต) สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรทราบก็คือเมื่อมีประจำเดือนเยื่อบุโพรงมดลูกนี้ก็จะมีเลือดออกด้วย และการที่มีเลือดออกในช่องท้องก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้องซึ่งการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้องนี้เองเป็นตัวที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่า ผู้หญิงที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่จะมีอาการปวดท้องมากเวลาที่มีประจำเดือน

          แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นอาการปวดปกติธรรมดา(ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็น) หรือเป็นอาการปวดท้องที่เกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่  เรื่องนี้คุณหมอสมชายให้รายละเอียดว่า "การที่จะแยกว่าอาการปวดท้องเมื่อมีประจำเดือนจะเป็นอาการที่บ่งบอกว่าสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องอายุ นั่นคือถ้าอายุยังไม่มากแล้วปวดท้องเวลาที่มีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดท้องธรรมดา "แต่กรณีที่ไม่เคยปวดประจำเดือนมาก่อน พออายุ 30 ปีขึ้นไปอยู่ๆก็มีอาการปวดประจำเดือนขึ้นมาและปวดมากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละเดือนที่ผ่านไปอาการดังกล่าวค่อนข้างบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่

 ถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ 
          ผู้หญิงหลายคนที่เป็นโรคถุงน้ำ   ช็อกโกแลตได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำออก และหลายๆกรณีแพทย์บางคนผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกไปด้วยในคราวเดียวกันด้วยเหตุผลว่าไหนๆก็เจ็บตัวแล้วเอาส่วนที่เกรงว่าจะเกิดโรคคือมดลูกและรังไข่ (ที่เป็นมะเร็งกันเยอะ) ออกไปด้วยเสียเลย แล้วหลังจากนั้นผู้หญิงที่ถูกตัดมดลูกและรังไข่ก็ต้องกินยาฮอร์โมนไปตลอดชีวิต

          ด้วยประสบการณ์นี้ที่เล่าสู่กันฟังปากต่อปากทำให้ผู้หญิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดท้องแล้วไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต (แต่อาจจะไม่ได้อธิบายลักษณะอาการของโรคให้เข้าใจอย่างละเอียด)ก็เข้าใจเพียงแง่เดียวว่า  โรคนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น  ดังนั้นรายที่กลัวการผ่าตัดก็จะไม่ยอมไปพบแพทย์อีกแล้วก็ยอมทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน บางคนก็แสวงหาวิธีการรักษาต่างๆนานา เช่น กินยาสมุนไพร (ทั้งไทยและจีน)เพื่อให้ถุงน้ำยุบ งดอาหารบางอย่างที่คิดว่าจะเป็นของแสลงหรือหลายคนแม้จะกลัวไม่กล้าจะไปพบแพทย์อีก แต่ลึกๆก็กังวลถุงน้ำดังกล่าวจะกลายเป็นเนื้อร้ายในอนาคตได้หรือไม่
            ใน ประเด็นนี้ คุณหมอสมชาย  อธิบายให้ฟังถึงข้อเท็จจริงว่า "อาการของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่มีหลายระยะ บางกรณีแม้จะเห็นร่องรอยของเยื่อบุโพรงมดลูกฯ ในช่องท้อง แต่บางครั้งเป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการอะไรซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้ "ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตด้วยว่าอยู่ที่ไหน อุ้งเชิงกรานหรือว่ารังไข่ ซึ่งจริงๆแล้วภาวะถุงน้ำช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายกับผู้หญิงที่เป็นมากนักเพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญมากกว่า เพราะเมื่อปวดประจำเดือนก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเท่าที่เขาควรจะทำได้"

          
ทำไมถุงน้ำช็อกโกแลตจึงพบมากใน  ผู้หญิงโสด  คำตอบของข้อสงสัยนี้ก็คือถุงน้ำช็อกโกแลต หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ต้องอาศัยฮอร์โมนของรังไข่  ในการเจริญเติบโตพูดง่ายๆ คือโรคนี้เป็นโรคที่คู่กับการมีประจำเดือน"ดังที่บอกไปแล้วนะครับว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ สาเหตุเกิดจากมีประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับไปผ่านทางหลอดมดลูกแล้วก็เข้าไปในช่องท้องไปฝังตัวในอุ้งเชิงกรานหรือรังไข่  แล้วรายงานการวิจัยก็พบว่าผู้หญิงเมื่อมีประจำเดือนไม่ว่าจะอายุน้อยหรืออายุมาก ถ้าหากไปตรวจช่องท้องก็จะพบว่ามีเลือดประจำเดือนส่วนหนึ่งอยู่ในช่องท้องทุกคน  แต่คนที่เกิดอาการก็เพราะภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่องจึงไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้
เพราะฉะนั้นวิธีการรักษาโรคนี้อย่างหนึ่งก็คือ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีประจำเดือน  เมื่อไม่มีประจำเดือนถุงน้ำดังกล่าวก็จะฝ่อตัวไปด้วย

           "การตั้งครรภ์เป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนอย่างต่ำก็เป็นปีนับตั้งแต่ตั้งท้อง 9 เดือนและหลังคลอดที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีประจำเดือนไปอีก 1-3 เดือน หรือบางคนอาจจะถึง 6 เดือน โดยเฉพาะแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ 1 ปีที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนเลยนั้นเท่ากับ     โรคที่เป็นอยู่ได้รับการรักษาไป 1 ปีใน  ขณะที่ผู้หญิงโสดที่ไม่มีลูกก็จะมีประจำเดือนมาเป็นประจำทุกเดือนเพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ในแต่ละเดือนก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆและเมื่อเทียบกันระหว่างคนโสดกับคนที่เคยตั้งครรภ์มาก่อนพบว่าผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์แล้ว เป็นโรคนี้น้อยกว่าและถึงแม้จะมีโรคก็เป็นกลุ่มที่ไม่แสดงอาการเป็นส่วนใหญ่"

โรคนี้มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง
           ดังที่ทราบกันแล้วว่าโรคนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นโรคที่รุนแรงหรือมีอันตรายอะไร เพียงแต่จะทำให้มีอาการปวดประจำเดือนดังนั้นหากปวดไม่มากส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีรักษาตามอาการคือกินยาแก้ปวดหรือหากปวดมากแพทย์ก็จะมียาเฉพาะให้และโดยปกติถ้าคนไข้มีอาการไม่มากแพทย์จะไม่ใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษาโรคนี้กับคนไข้ "การผ่าตัดจะทำในกรณีที่จำเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้นครับ เช่น ถุงน้ำนั้นใหญ่มากจนทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงหรือถุงน้ำไปกดอวัยวะข้างเคียงเช่น ไปกดกระเพาะปัสสาวะ แล้วทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือ กรณีที่ถุงน้ำแตกซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดท้องแบบเฉียบพลันหรือกรณีของผู้หญิงที่มีลูกยาก  จำเป็นต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำออกเพราะการที่มีถุงน้ำอยู่จะรบกวนการตั้งครรภ์พอสมควรเพราะมันอาจจะทำให้เกิดพังผืดไปรัดทำให้หลอดมดลูกตีบหรือตันได้" 

             ในบางกรณีแพทย์อาจจะต้องตัดสินใจผ่าตัดเอาอวัยวะสำคัญของผู้หญิงออกไป เช่น ในกรณีที่มีพังผืดมากในช่องท้องที่อาจจะดึงเอาลำไส้ไปติดกับตัวมดลูกซึ่งหากจะต้องผ่าตัดคนไข้คนนี้หลายครั้งก็อาจจะเป็นอันตรายต่อลำไส้  คือทำให้ลำไส้ทะลุกรณีเช่นนี้แพทย์อาจตัดสินใจที่จะต้องตัดทั้งมดลูกและรังไข่ออกไปด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังซึ่งคนไข้ก็จะต้องได้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อ จะให้กลับมาเป็นผู้หญิงอย่างปกติ"
          พูดถึงการผ่าตัดที่ดูน่ากลัวและหลายๆคนคิดว่าคงจะเจ็บปวดเอาการนั้นเรื่องนี้คุณหมอสมชายเล่าให้ฟังว่า "การผ่าตัดมีหลายวิธีและวิธีการที่ดีที่สุดคือการใช้กล้องเข้าไปผ่าตัดวิธีนี้ มีข้อดีคือ  คนไข้เจ็บตัวน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดในแบบที่จะต้องเปิดแผลใหญ่ๆ เพราะการใช้วิธีส่องกล้องผ่าตัดคนไข้จะมีแผลเพียงแค่รูเล็กๆขนาดรูตะเกียบ 2 รูเท่านั้น และเมื่อผ่าตัดเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักโรงพยาบาลหลายๆวันเหมือนกับการผ่าตัดธรรมดา

            สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากบอก ผู้หญิงที่ยังโสดหรือว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก  ก็คือ ถ้าเป็นแล้วให้รีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆนะครับเพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆโอกาสที่จะมีลูกก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยในกรณีของการรักษาผู้ที่มีลูกยาก "ในกรณีของผู้หญิงที่เป็นโรคถุงน้ำช็อกโกแลตหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ตอนอายุใกล้ๆ 45-46 ปี ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาแบบประคับประคองโดยให้กินยา  เพราะโรคนี้เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนมันจะหายไปได้เองแต่ตราบใดที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนอยู่ถึงแม้บางคนจะเคยได้รับการผ่าตัดเอาถุงน้ำฯ ออกไปแล้ว  แต่โอกาสที่จะเกิดเป็นซ้ำก็มีนะครับ" ความไม่รู้มักจะทำให้คนเราวิตกกังวลไปได้มากมาย  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวดังเช่นเรื่องของโรคถุงน้ำช็อกโกแลต หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ ที่ยิ่งนับวันก็จะพบผู้มีอาการของโรคเพิ่มขึ้นแต่การได้รู้ที่มาที่ไป  หรือสาเหตุของโรคตลอดจนวิธีการรักษาก็จะช่วยทำให้สบายใจขึ้นได้ส่วนหนึ่งและถ้าหากใคได้อ่านบทความเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบก็จะคลายความวิตกกังวลไปได้ว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่กลัวๆ กันเลย
 

การตัดมดลูกทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง ?
          การเลือกวิธีการผ่าตัดขึ้นอยู่กับโรค พยาธิสภาพของโรค ความชำนาญของแพทย์ และความต้องการของผู้ป่วย วิธีการผ่าตัดสามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้ :

  1. โดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง
  2. โดยการผ่าตัดทางช่องคลอด
  3. โดยการใช้กล้อง laparoscope
ผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?
           การผ่าตัดถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง มีทีมงานที่พร้อม ห้องผ่าตัดสะอาด เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน มีการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดเป็น อย่างดี โอกาสเกิดผลแทรกซ้อนจะน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้แก่ :
  1. ตกเลือดขณะผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด
  2. เกิดการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียง เช่น ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะทะลุ ท่อไตถูกตัด
  3. ติดเชื้อหลังผ่าตัด
  4. ผลแทรกซ้อนจากการให้ยาระงับความรู้สึกหรือการวางยาสลบ
สูติ-นรีแพทย์จะเตรียมผู้ป่วยอย่างไรก่อนผ่าตัด ?
          เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติและมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ แพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยโรคก่อน โดย ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน ตรวจอัลตราซาวด์ และ ตรวจพิเศษอื่นๆตามความเหมาะสม เมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าจะรักษาด้วยการตัดมดลูกและผู้ป่วยยินยอม แพทย์จะเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดดังนี้ :
  1. ตรวจเลือด
  2. ตรวจปัสสาวะ
  3. เอ็กซ์เรย์ปอด
  4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  5. ตรวจพิเศษอื่นตามความเหมาะสมและจำเป็น
  6. เตรียมเลือด 1-2 ยูนิต
  7. จองห้องผ่าตัด
ผู้ป่วยจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัด ?
  1. งดอาหารและน้ำอย่างเคร่งครัดก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำเข้าปอดซึ่งเป็นอันตรายได้
  2. เดินทางมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือตามแพทย์นัด เพื่อจะ ได้มีเวลาเตรียมการผ่าตัด และพบวิสัญญีแพทย์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  3. ในกรณีที่ต้องการเบิกต้นสังกัด หรือมีประกันสุขภาพ ให้เตรียมหลักฐาน/ใบกรมธรรม์มา ด้วย และแจ้งแก่พยาบาลหรือเวชระเบียนเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
การเตรียมผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?
          เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล ให้ติดต่อกับเคาน์เตอร์พยาบาลแผนกผู้ป่วยนอกสูติ-นรีเวชกรรมหรือแผนกฉุกเฉิน ตามที่แพทย์นัดไว้ ซึ่งได้จัดเตรียมแฟ้มเวชระเบียนไว้แล้ว พยาบาลจะแจ้งให้แพทย์เจ้าของไข้ทราบ แพทย์อาจจะพบผู้ป่วยที่แผนกผู้ป่วยนอกก่อนหรือให้ผู้ป่วยไปที่แผนกผู้ป่วยในได้เลย ในกรณีที่ยังไม่ได้ตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ ปอด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เจ้าหน้าที่จะพาผู้ป่วยไปตรวจก่อนแล้วจึงพาไปแผนกผู้ป่วยใน
การเตรียมผ่าตัดมีดังนี้ :
  1. โกนขนและทำความสะอาดหน้าท้อง
  2. สวนอุจจาระ
  3. ให้น้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือดดำ
  4. พบวิสัญญีแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และรับทราบถึงวิธีการให้ยาระงับ ความรู้สึกหรือการวางยาสลบ
  5. ลงลายมือชื่อในใบแสดงความยินยอมรับการผ่าตัดและการให้ยาระงับความรู้สึก หรือการวางยาสลบ หลังจากได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เจ้าของไข้และวิสัญญีแพทย์เรียบร้อยแล้ว
 หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างไร ? ·         การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นกับพยาธิสภาพของโรคและเทคนิคการผ่าตัด จากนั้นจะได้รับการดูแลรักษาต่อโดย : ·         ในห้องพักฟื้น เมื่อการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ผู้ป่วยจะถูกเคลื่อนย้ายไปห้องพักฟื้นและจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดประมาณ 2 ชั่วโมงหรือตามที่แพทย์ เห็นสมควร ก่อนส่งกลับห้องพัก ·         ในห้องพักผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยกลับมายังห้องพัก จะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลโดย : 1.     ตรวจวัดชีพจร ความดันโลหิต การหายใจ เป็นระยะๆตามที่แพทย์เห็นสมควร 2.     คาสายสวนปัสสาวะไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง 3.    งดอาหารและน้ำ นานเท่าที่แพทย์เห็นสมควร โดยทั่วไปประมาณ 24-48 ชั่วโมง จากนั้นแพทย์จะให้เริ่มจิบน้ำ ตามด้วยอาหารเหลว อาหารอ่อน และอาหารปกติตามลำดับ 4.     ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำต่อตามที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่ประมาณ 48 ชั่วโมง 5.     ได้รับยาระงับปวดตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม 6.     ได้รับยาปฏิชีวนะต่อตามที่แพทย์เห็นสมควร 7.    ในรายที่ต้องตัดไหมบริเวณผิวหนัง แพทย์จะนัดเอง ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณ 7 วันหลังผ่าตัด  ควรปฏิบัติตัวอย่างไรขณะอยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด ?
  1. เมื่อมีอาการคลื่นไส้ ปวดแผล หรืออาการผิดปกติใดใด ให้กดออดเรียกพยาบาล
  2. เมื่อรู้สึกตัวดี ให้พยายามเคลื่อนไหวแขนขา พลิกตัวไปมา ปรับหัวเตียงให้สูง เท่าที่จะทำได้
  3. เมื่อต้องการลุกจากเตียง ให้ลุกในท่านอนตะแคง ซึ่งจะได้รับคำแนะนำวิธีจากทีมดูแลผู้ป่วย
  4. เมื่อลุกนั่งได้ เอาสายสวนปัสสาวะออกแล้ว ในการลุกเดินโดยเฉพาะ1-3 ครั้งแรกจะต้องตาม พยาบาลหรือพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วยมาช่วยดูแล เพราะอาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือหกล้มได้
  5. 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัดเป็นต้นไป พยายามเคลื่อนไหว ลุกนั่งและเดินช้าๆ อย่านอนอยู่บนเตียง ตลอดเวลา เพื่อลดอาการท้องอืด แน่นท้องที่มักจะเกิดขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดพังผืดในช่องท้องตลอดจนลดอาการแทรกซ้อนของระบบหายใจหลังผ่าตัดได้ โดยระยะ แรกจะมีพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วยหรือพยาบาลมาช่วยดูแล
  6. ก่อนที่แพทย์จะให้รับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำชา นม กาแฟ เค้ก และผลไม้
  7. หลังผ่าตัดสองวันแรก พนักงานผู้ช่วยจะเช็ดตัวทำความสะอาดให้ จากนั้นถ้าผู้ป่วยต้องการอาบ น้ำสามารถทำได้ ถ้าแผลผ่าตัดปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
ต้องอยู่โรงพยาบาลนานแค่ไหน ?           ระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลขึ้นกับความแข็งแรงของผู้ป่วย พยาธิสภาพของโรค และวิธีการผ่าตัด โดยทั่วไปคือ :
  1. ผ่าตัดทางหน้าท้อง อยู่โรงพยาบาลนาน 5-7 วัน
  2. ผ่าตัดทางช่องคลอด อยู่โรงพยาบาลนาน 5-10 วัน
  3. ผ่าตัดโดยใช้กล้อง laparoscope อยู่โรงพยาบาลนาน 3-5 วัน
 (ที่มา : บทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สมชาย สุวจนกรณ์ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

 

         

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): engineering
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 ตุลาคม 2550 10:14 แก้ไข: 19 ตุลาคม 2550 10:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
วรรณ [IP: 223.205.156.56]
03 เมษายน 2554 20:50
#64751
เมื่อวันที่25/3/2554ปวดท้องมากขนาดยืดตัวไม่ออกและนอนก็ไม่ได้ไปหาหมอตรวจเจอซีสที่ปีกมดลูกทั้งสองข้างซึ่งข้างซ้ายยาว8ซ.มและข้างซ้ายมีเป็นก้อนเล็กๆหมอแนะนำให้ผ่าตัดซีสมาตรวจว่าเป็นเนื้อร้ายไหมแต่ใจจริงไม่อยากผ่าตัดกลัวมาก แต่อยากทราบว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะรักษาได้แต่ถ้าจำเป็นต้องผ่าควรผ่าแบบไหนดีที่เจ็บน้อยและระยะพักฟื้นสั้นที่สุดใครเคยเจออาการแบบนี้ขอคำแนะนำด้วยค่ะตอนนี้เครียดมากกลัวจะเป็นเนื้อร้ายค่ะ
Ico48
nit [IP: 113.53.86.43]
16 เมษายน 2554 21:38
#64893
ผ่าตัดเอามดลูก+รังไข่ออกแล้วเมื่อ 7 เม.ย. 2554 ตอนนี้กลับมาพักฟื้น มีปวดบ้างเล็กน้อย ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดนะคะคุณวรรณ เดี๋ยวนี้การแพทย์เจริญก้าวหน้า แนะนำให้ไป รพ.พระมงกุฏ นอกเวลาวันเสาร์
Ico48
google [IP: 182.93.180.115]
22 เมษายน 2554 15:29
#65041

เราก็เพิ่ผ่าตัดเนื้องอกที่มดลูกไปประมาณเดือน มกราคม 54 อยู่โรงพยาบาล แค่ 3 วันเอง ผ่าโดยการเปิดหน้าท้อง ใช้บล็อกหลัง หลังผ่าตัด ไม่มีอาการข้างเคียงอะไรเลย ไม่ปวดแผล ไม่คลื่นไส้ มีแต่ลุกนั่งกลัวเจ็บเท่านั้นเอง เราผ่าที่โรงพยาบาลราชธานี พวกพยาบาลกับคุณหมอก็งงกันเป็นแถวเลยว่าทำไมเราไม่ปวดแผลเลย เขาบอกว่าเวลาคนไข้รายอื่นผ่านะ เขาปวดแผลกันมาก ๆ เลย แต่เราโชคดีนะที่ไม่มีอาการอะไรเลย มีแค่ตอนนั่งนาน ๆ หน้ามืดเท่านั้นหมอบอกว่าอาจเป็นเพราะไม่ได้กินข้าวหลายชั่วโมง ก็ประมาณ เกือบ 2 วันเห็นจะได้ แล้วเราก็เป็นเลือดจางด้วย แต่ตอนนี้ดีขึ้นมาก ๆ เลย

Ico48
อุ๊ [IP: 125.26.47.242]
26 เมษายน 2554 20:48
#65091
เราก็สงสัยว่าตัวเองจะเป็น แต่ยังไม่ได้ไปตรวจเลย เราอายุ30 ยังไม่มีลูก เวลาเป็นประจำเดือนจะปวดท้องมาก มากที่สุดเวลาที่กำลังฉี่ จะปวดท้องมาก ต้องกินยาแก้ปวดประจำเดือนทุก 4 ชม. ตลอด งั้นลุกไปไหนไม่ได้เลยเพราะปวดมาก อย่างนี้อาการน่าจะเป็นใช่ไหมค่ะ
Ico48
dada [IP: 49.229.148.227]
07 พฤษภาคม 2554 23:44
#65268

เพิ่งผ่าตัดช็อคกอแล็ตซีส เมื่อ12 เม.ย.54 ขนาด 9 เซ็นต์และ 4 เซ็นต์ อยู่ปีกมดลูกด้านซ้ายออกค่ะ  ผ่าตัดทางหน้าท้อง  ก่อนตัดสินใจผ่าก็ทนปวดท้องมานานมาก  หลังจากตรวจเจอก็คิดเสมอขอให้ปาฏิหารมีจริงแต่สุดท้ายก็ทนปวดไม่ได้   ต้องรอฟังผลชิ้นเนื้ออีก  เครียดค่ะ  ทานข้าวไม่ค่อยได้เลย  คุณหมอบอกว่ามีโอกาสกลับมาเป็นอีก  ไม่รู้จะทำยังไงดี  ต้องท้องคงต้องทำใจมากๆค่ะ   เพราะไม่พร้อมเลย

Ico48
ae [IP: 223.204.104.3]
11 พฤษภาคม 2554 16:45
#65325
อยู่ระยองเหมือนกันค่ะ คุณวรรณ มีช็อคโกแลตซีสที่รังไข่ทั้งสองข้างด้วย จะผ่าตัดวันที่24 นี้ค่ะที่รพ.กรุงเทพระยอง คุณวรรณลองไปพบคุณหมดพงศธร ซิคะ คุณหมอคุยเคลียร์มากแนะนำดีมาก การรักษามีทั้งผ่าหน้าท้องและส่องกล้องค่ะ ตอนแรกตรวจพบที่รพ.สมิติเวชและตัดสินใจจะผ่าที่กรุงเทพ แต่ปิดปัญหาไม่มีคนดูเด็กๆ พอดีมีพี่พยาบาลแนะนำให้ไปพบคุณหมอ ปรึกษาดูก็เลยตัดสินใจผ่าที่นี่เพราะคุณหมอดูแฟ้มที่เราตรวจมาจากกรุงเทพแล้วเห็นตรงกัน และวิธีการรักษาเหมือนกัน เครียดเหมือนกันค่ะ แต่พอคุยกับคุณหมอแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะ ลองไปพบดูนะคะ
Ico48
กรรณิกา ไมตรี [IP: 220.0.170.148]
11 พฤษภาคม 2554 20:19
#65329
อยากทราบว่าถุงน้ำ6ซม.ที่ปีกมดลูกไม่ผ่าตัดได้หรือเปล่าและมีวิธีอื่นที่จะรักษาหรือเปล่าค๊ะ
Ico48
film [IP: 110.164.229.223]
17 พฤษภาคม 2554 13:10
#65432

ดิฉันเป็นช็อคโคแลตซีส ข้างขวา 8 เซ็น ข้างซ้าย 4 เซ้นกว่า ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง 23 กพ 54

ก่อนวันผ่าตัดแอดมิทก่อน1คืน พยาบาลมาล้าง

ช่องคลอด กับทวารตอนเย็น อดอาหาร อดนำ

ล้างช่องคลอด กับล้างทวารตอนเช้าอีกที

เข้าห้องผ่าตัด 09.00 หมอให้ยาสลบ ไม่รู้เรื่องเลย

มารู้ตอนโดนเข้นมาที่เตียงประมาณบ่ายโมงหรือบ่ายสอง เหมือนว่าสลบแป็บเดียว แต่จริงๆนาน นอนโรงพยาบาล 6 วัน ไม่เจ็บแผลเท่าไหร่ ตอนปวดท้องเมนส์ ปวดมากกว่า อีก 1เดือน นัดฟังผลชิ้นเนื้อ ปกติ

ไม่อยากให้ทุกคนที่จะผ่ากลัวไม่น่ากลัวอยากที่คิด

Ico48
พร [IP: 110.168.198.116]
20 พฤษภาคม 2554 18:36
#65532

เพิ่งผ่าตัดทางหน้าท้องเอามดลูก และรังไข่ออก อายุ 56 แล้วคะ  เมื่อ 3ปีก่อน มีขนาดแค่3 ซม. ปีนี้ถุงน้ำโตขึ้น ขนาด 5.2 ซม. และมีเนื้องอกที่มดลูก  อยู่รพ. 5วัน ผ่าที่รพ.วิชัยยุทธ คะ  หมอเก่งมาก คือไม่เจ็บแผลเลยตั้งแต่วันแรกหลังผ่า   พอวันที่ 3ลุกจากเตียงเข้าห้องน้ำได้ เดินก็ไม่เจ็บแผลแค่ตึงๆแผล   พอกลับบ้านก็อาบน้ำสระผมได้เพราะแผลปิดพาสเตอร์แบบกันน้ำได้ 

Ico48
ลูกแก้ว [IP: 182.232.194.221]
24 พฤษภาคม 2554 20:49
#65623
เพิ่งผ่าตัดชีสในรังไข่เมื่อวันที่ 12 พค. 54' นี้เองค่ะ เป็นข้างซ้ายเกือบ 7 Cm ข้างขวาประมาณ 2 cm ไม่เคยมีอาการปวดท้องเลย รักษาโดยการฉีดยาคุมเดือนละเข็มประมาณ 8 เข็ม ยุบแค่ 1 cm และเริ่มมีอาการปวดท้อง ก็เลยตัดสินใจผ่าที่ รพ.เมโย คุณหมอพงษ์ทิพย์เก่งมากผ่าแบบผ่าหน้าท้อง แผลสวยมาก คุณหมอตัดสินใจเอารังไข่ข้างซ้ายออกเพราะชีสโตมาก แต่ข้างขวาไม่ได้ทำอะไรเพราะมันเล็ก เรายังไม่มีลูกอายุ 35แล้ว เครียสมากที่โดยตัดรังไข่ แต่คุณหมอบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องมีรังไข่ 2 ข้างมีโอกาสมีลูกได้ ก็เลยสะบายใจ ตอนนี้พักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ใกล้เดินได้สะดวกแล้วค่ะ ไม่ต้องกลัวนะค่ะผ่าเลยค่ะ คชจ.ในการผ่าตัดประมาณสี่หมื่นกว่าๆ ขอบอกคุณหมอเก่งเป็นอาจารย์หมอ การบริการก็ดีค่ะ
Ico48
yuy [IP: 182.53.16.117]
25 พฤษภาคม 2554 10:04
#65636

ผ่าตัดซีสที่กล้ามเนื้อนอกมดลูกข้างขาวออกประมาณ3-5 ซ. เมื่อ 20 ส.ค 53  ก่อนหน้านี้ท้องปี51ท้องลูกคนแรกหมอเวชธานีตรวจเจอตอนท้องเพราะมีเลือดออกเลยต้องไปฉีดยากันแท้ง5-7 เข็ม จนถืง3 เดือนถึงไปฝากครรภ์ที่วิภาราม คุณหมอบอกว่าไม่อันตรายในการตั้งครรภ์ ผ่าท้องคลอดคุณหมอก็ไม่เจอซีสนั้น พอมาท้องคนที่ 2  คุณหมอก็ไม่เจอคนนี้ก็มีเลือดออกอีกต้องไปฉีดยากันแท้ง 5-7 เข็ม จนถึง 3 เดือนฝากครรภ์รพ.วิภารามหมอดูก็ไม่เห็นซีสนั้นว่าโตหรือเปล่ามาเห็นตอนผ่าท้องคลอด และทำหมันคุณหมอเจอช่วงนั้นเลยถามสามีว่าเจอซีสข้างขวาประมาณ 3-5 ซ.จะเอาออกเปล่าสามีบอกว่าเอาออก(มีประกันสังคมที่รพ.นั้นเลยไม่เสียเงินถ้าไม่มีเขาคิด3-4 หมื่นกว่าบาท) ไปเลยสรุปแล้วผ่าคลอด ทำหมัน และตัดซีสออก 3 อย่างพร้อมกันแต่ไม่เจ็บทีผ่าคลอดและทำหมันแต่เจ็บตอนที่พยาบาลมากดบีบหน้าท้องเหมือนจะเอาน้ำครำออกเจ็บมากๆ ร้องออกมาเลยว่าเจ็บ ในใจก็นึกว่าเขาลืมหรือเปล่าว่าเราผ่าคลอดทำหมันและตัดซีส ประจำเดือนมาเดือนที่ 6 ,7 เดือนที่8 หาย มาเดือนที่ 9 มีมาเหมือนเลือดคาวมีมาเยอะกว่าก่อนผ่าคลอด ยังเจ็บแผลผ่าคลอดจี๊ดแปล๊บ และตรงตัดซีสเสียว ตรงพุงเจ็บกับคนท้อง4-5 เดือนยังไม่ยุบเลย ช่วยบอกวิธีด้วยนะค่ะ ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดดีกว่าปล่อยทิ้งไว้มันเป็นเยอะจะแก้ไม่ได เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากมีลูกและคนที่เป็นโรคนี้นะค่ะ สู้มันเพื่อชีวิตเราและลูกที่น่ารักของเรา
.

Ico48
chin [IP: 125.26.247.62]
25 พฤษภาคม 2554 23:59
#65662

เป็นผังผืดหรือซีสในมดลูกเป็นมานานแล้ว มีลูกคนเดียวตอนนี้อายุ13แล้ว หมอบอกว่าเพราะว่ามีผังผืดเยอะก็เลยท้องคนที่สองยาก มีคนแรกก็ยากเหมือนกันต้องฉีดยาและนับวันให้ตรงเป๊ะ ไม่ได้คุมกำเนิดเลยตั้งแต่ลูกอายุได้ประมาณ 1 ปี เพราะอยากมีลูกอีก แต่ก็ไม่ท้องสักที ก็ปล่อยเลยตามเลยจนกระทั่งเมื่อปลายปี53 มีความผิดปกติเวลาใกล้จะมีประจำเดือนหน้าท้องจะบวมมากและปวดหลังและเอวมาก เวลาประจำเดือนมาก็จะปวดมากยิ่งขึ้นนั่งไม่ได้เลยต้องนอนเอาถุงน้ำร้อนประคบตลอด ถ้าเป็นเวลาทำงานก็ต้องขออนุญาตไปนอนพักที่ห้องพักผ่อนเพราะปวดมากและจะมีไข้ร่วมด้วย เป็นอยู่ประมาณ 3 ครั้ง ก็เลยไปหาหมอ เช็คแล้วปรากฎว่ามดลูกบวมเนื่องจากผังผืดเยอะกดมดลูกทำให้บวม ต้องผ่าตัดส่วนที่บวมออกแล้วเย็บมดลูกให้ติดกัน แต่ตอนนั้นยังผ่าตัดไม่ได้เพราะติดเรียนอยู่กำลังยุ่งมาก ก็เลยขอนัดคุณหมอไปอีกประมาณ 2-3 เดือน ก็เลยกลับมาคิดว่าเราจะบรรเทาความเจ็บปวดได้อย่างไรในช่วงก่อนจะผ่าตัด นอกเหนือจากกินยาแก้ปวด ก็เลยจำได้ว่าเคยฟังรายการทีวีช่องGreen chinnal พูดถึงสมุนไพรคาวตองทองเนื้องามของบริษัทเชียงรายไวน็ฯ ก็เลยเสาะแสวงหาข้อมูลสั่งซื้อมาทาน ทานขวดแรกได้ 3 อาทิตย์ อยู่ดีๆ ก็เป็นประจำเดือนโดยที่ไม่มีอาการปวดหลังปวดเอวแต่อย่างใด ดีใจจนบอกไม่ถูก หลังจากประจำเดือนมาครั้งที่สองก็ไปพบคุณหมอ แต่เปลี่ยนโรงพยาบาลเพราะอยากจะฟังความคิดเห็นของคุณหมอคนใหม่ ปรากฎว่ามดลูกที่บวมตรวจไม่เจอแล้ว คุณหมอถามว่ามดลูกบวมตรงไหนไม่เห็นมี แต่ผังผืดในมดลูกก็ยังมีอยู่ประปราย ตอนนี้กินได้ 4 ขวดแล้ว กะว่าอีกประมาณ 2-3 เดือน จะกลับไปตรวจกับคุณหมอท่านเดิม ว่าท่านจะมีความคิดเห็นว่าอย่างไร ตอนนี้อาการปวดดังกล่าวไม่มีแล้ว แต่หน้าท้องก็ยังบวมอยู่ก่อนมีประจำเดือน พอประจำเดือนหมดก็จะยุบ ใครที่มีปัญหาเหมือนกันอยากจะทดลองกินให้โทรสอบถามได้เบอร์ 0872131829 หรือหาข้อมูลในเว็บของบริษัทเชียงรายไวน์เนอรี่ ก็ได้ค่ะ อยากจะบอกต่อเพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้เจอปัญหาเหมือนกันค่ะ อย่างน้อยๆก็ช่วยบรรเทาไม่ไห้การเป็นประจำเดือนเป็นอุปสรรคในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ

Ico48
กนก1 [IP: 182.53.200.140]
27 พฤษภาคม 2554 22:52
#65814
เราไปตรวจเจอเมื่อวานนี้เอง...ฮือๆๆๆ ตอนแรกๆก็เจ็บแปล็บๆที่แผล (คุณหมอเย็บเก็บไว้แนวบิกินี่อย่างดี มองไม่เห็นเลย) ก็เลยคิดว่า มดลูกน่าจะไปดันแผลข้างในทำให้ปริหรือเปล่า แต่เอ...เราผ่าคลอดมาตั้ง3ปีครึ่งแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ เลยทนมาเรื่อยๆ นี่ก็ปวดมาเป็นปีแล้ว หลังๆนี่เหมือนแผลด้านในจะปริเลย ทั้งเจ็บทั้งแสบ พอเอามือกด เจอก้อนแข็งๆอยู่ตรงรอยแผลเลย เมื่อวานเลยไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าเป็นชอคกาแล็ตซีทที่ผนังหน้าท้อง เค้าไม่ค่อยเป็นกัน การรักษาให้ฉีดฮอร์โมนทุกเดือน ประมาณ8ปี แต่คุณจะอ้วนมากๆนะ ใจเราอยากตัดทิ้งไปเลยเพราะคุณหมอไม่ต้องผ่าเปิดหน้าท้อง ใครมีประสบการณ์แนะนำเราบ้างนะคะ ว่าจะตัดสินใจยังไงดี
Ico48
บิว [IP: 118.173.112.105]
25 มิถุนายน 2554 17:58
#66112

ครั้งแรกตอนนั้นผ่าซีสก้อน 8 ซม ไปตอนอายุ 21 ปี ตอนนี้อายุ23 ปี เจออีกแล้ว ขึ้นที่ปีกมดลูกข้างซ้ายที่เดิมด้วย หมอบอกต้องผ่า ก้อน6 ซม เครียดมากเลย อยากทราบว่า มีใครอายุเท่านี้แล้วเป็นอย่างหนูบ้าง

Ico48
น้ำ/อุบล [IP: 49.49.119.112]
28 มิถุนายน 2554 14:22
#66274

หมอแจ้งว่าเราเป็นเนื้องอกที่ติดกะมดลูกยาว 6 ซม.คะ ทำการผ่าตัด 17 มิ.ย.54 ปรากฏว่า เป็นซีสในรังไข่แทนที่

ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องคะ ใต้สะดือลงไป ตอนแรกกังวลมากเพราะยังไม่เคยมีลูก อายุ 35 ปีแล้ว แต่คุณหมอบอก

ว่าไม่เป็นไรคะ สามารถมีลูกได้ปกติ พักฟื้นนอนที่รพ.3 วันคะ ก็ออกจากรพ.ได้ ผ่าตัดไม่น่ากลัวแบบที่คิดนะคะ

เจ็บแป๊บเดียว แต่มันนานแค่นั้นเองคะ

Ico48
Rin [IP: 223.207.23.152]
04 กรกฎาคม 2554 21:09
#66407

ขอแชร์ค่ะ อายุ 23 ปี เพิ่งผ่าตัดไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อ 22 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมา เป็นซีสต์ทั้งข้างซ้ายและขวา ข้างซ้ายคุณหมอบอกว่าขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ ก็เลยต้องตัดรังไข่ทิ้งไป 1 ข้าง ที่ข้างขวาอีก 4 ซม. เก็บรังไข่ไว้ได้ (ไม่รู้จะเป็นอะไรนักหนา) เข้า admit เมื่อวันที่ 21 ผ่าตัดทางหน้าท้อง วันที่ 22 และวันที่ 25 ก็กลับบ้านได้ ไม่ค่อยเจ็บแผลเท่าไหร่ แบบว่าพอทนได้ วันที่ 28 ไปทำงานได้แล้วค่ะ แต่ยังต้องรอฟังผลตรวจชิ้นเนื้อก่อน ก็กลัวๆ เหมือนกันนะ ภาวนาขออย่าให้เป็นเนื้อร้าย เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

Ico48
amm [IP: 58.9.97.36]
05 กรกฎาคม 2554 09:35
#66412

เคยผ่าตัดท่อมดลูก(ปีกรังไข่)ซ้าย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.53 เนื่องจากเป็นช๊อกโกแลตซีส ทำให้ท่อแตกเลือกตกในช่องช้อง แต่รังไข่ซ้ายยังอยู่ พอมาวันที่ 2 ก.ค. 54 ปวดท้องมา 4 วันเข้าพบหมอ อัลตร้าซาวดู พบเนื้องอกแถวที่รังไข่ขวา หมอแนะให้ตัดออกให้หมด มดลูก+รังไข่ ตอนนี้อายุ 30 ปี อยากได้คำแนะนำว่านอกจากวิธีนี้แล้ว ที่ไม่ตัดออก เอาแค่เนื้องอกออก ที่จริงมันเป็นช็อกโกแลตซีส จะได้ไหม เพราะหมอที่รักษาบอกไม่ได้ เคยผ่ามาแล้วครั้งหนึ่งเขาเย็บแน่นมาก อาจจะมีผลกระทบต่อลำใส้ ท่อปัสสาวะ และท่อใต จะได้ไม่มีการฟ้องร้องกัน หมอบอกอย่างงี้ ไว้ก่อน....ก้อนเนื้อใหญ่ 6 ซม.

Ico48
กานต์ [IP: 182.52.175.16]
09 กรกฎาคม 2554 13:17
#66553

อายุ 28 ปี ค่ะ มีอาการปวดประจำเดือนมากในระยะนี้ ก่อนหน้านี้กินยาคุ้มกำเนิดมาตลอด หลังแต่งงานปี 51 พร้อมที่จะมีบุตรเลยเลิกทานยยาคุ้ม ช่วงแรกๆๆ ก็เป็นประจำเดือนปกติมีอาการปวดบ้างเป็นบ้างครั้ง กินยาบรรเทาเป็นพารา และ พอนเสต็น มาตลอด จนมาเรืิ่มกลางปี 52 อาการเริ่มหนักมากขึ้น มีอาการ ปวดจนเป็นลม ตัวเกร็ง หน้ามืด คลื่นไส้และ อาเจียน จนต้องนำส่งโรงพยาบาล หมอฉีดยยาอาการดีขึ้นก็ให้กลับบ้าน และก็เริ่มเป็นยังงี้มาตลอด หนักเข้าหมอแนะนำให้กับมากินยาคุมเหมือนเดิมอาการปวดค่อยๆหายไป แต่ประเด็นคือดิฉันและครอบครัวอยากมีบุตรมก ทานยาคุมได้ประมาณ 3-4 เอดือนก็หยุดอาการก็เริ่มกัยมาเป็นอีก จน ณ ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ และยังไม่มีบุตร ล่าสุด เป็นเมื่อ 07/07/2554 ได้นอน admit แพทย์บอกว่าถ้าอาการดีขึ้น ประจำเดือนหมด ให้กลับมาฉายแสงดูอีกที เพราะตอนนี้ เจอถุงน้ำในช่องท้องแต่ให้กลับมาตรวจให้หลังประจำเดือนหมด และถ้ายังงี้ จะเข้าข่ายทำให้เรามีบุตรอยากไหมค่ะ ขอแค่มีบุตรแคค่คนเดียวเท่านั้น และจะต้อองดูแลตัวเองอย่างไรไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะ เพราะเวลาปวดมันทรมานเหลือเกิน ไม่มีใครเข้าใจด้วยค่ะ

Ico48
peenuyai [IP: 125.27.77.2]
12 กรกฎาคม 2554 21:40
#66712

เพิ่งตรวจเจอวันนี้ มดลูกจาก 6 ซ.ม.เพี่มเป็น 10ซ.ม.และก้อนซีสใหญ่1.5ซ.ม.แต่ปวดท้องมากทุกครั้งที่มีประจำเดือนและเวลามีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่คลอดลูกคนที่ 2 (ตอนนี้ 5 ขวบแล้ว)ทำหมันแล้วด้วยแต่วันนี้ต้องฉีดยาคุมแบบ 3 เดือนทั้งทีไม่เคยกินยาคุมเลยแต่งงานมา 10 ปีจะทำอย่างไรดีต้องฉีดยาไปตลอดกับผ่าตัดหรือเปล่าและถ้าผ่าควรผ่าที่ไหนค่าใช้จ่ายเท่าไหร

Ico48
sudarat [IP: 182.93.205.249]
19 กรกฎาคม 2554 13:45
#66806

อายุ 27 ปีค่ะ ตรวนเจอซีสเมืออายุ 26 ปี เป็นช๊อกโกแลตซีสที่ปีกมดลูกซ้าย 6 ซ.ม. ขวา 3ซ.ม. ตอนแรกรักษาโดยการฉีดยา 8 เข็ม ข้างขวายุบแต่ข้างซ้ายไม่ยุบพอหยุดฉีดยาก็กลับโตขึนอีก หมอเลยนัดผ่าตัดเมือ 20 ก.ย. 53 แบบเปิดหน้าท้อง หลังจากนั้น 4เดือนปวดท้องไปหาหมอตรวจดูว่าเป็นอีกหรือเปล่า หมอบอกว่าไม่เจอ แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน ไปตรวจอีก กลับเจอซีสข้างขวา 3.7ซ.ม.และเป็นผังพืด หมอแนะนำให้ผ่าตัดอีก เลยไม่กล้าตัดสินใจ ไปหาคุณหมอที่คลีนิกหลายท่าน เลยตัดสินใจผ่ารอบ 2 แต่ผ่าตัดแบบส่องกล้องที่ ม.อ.หาดใหญ่ หมอนัดผ่า 31 ส.ค. 54 แต่ก็กลัวว่าจะผ่าแบบส่องกล้องไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าผังพืดหน้าแค่ไหน ถ้าหนาไม่ทราบว่าจะผ่าได้มั้ย ใครทีทราบขอความอนุเคราะห์ ตอบปัญหาให้ด้วยนะค่ะ (ยังไม่มีลูกยากมีลูก จะมีโอกาสมั้ยค่ะ)

Ico48
น้อง [IP: 125.24.13.252]
28 กรกฎาคม 2554 14:36
#66995

เป็นช็อคโกแลต ซีท ค่ะ ตัดรังไข่ 1 ข้าง ผ่าตัดเมื่อ 29 มิย.54 นอนต่อ อีก สอง วันก็ ออกได้แล้วค่ะ พักต่อ พี่บ้าน อีก 10 กว่าวันก็จะปกติดดีค่ะ ตอนนี้ ก็ มาทำงานได้แล้วเป็นปกติ ก่อนออกจาก โรงพยาบาล คุณหมอ ฉีดฮอร์โมน ให้ แต่ทำไมมีเลือด ออก บ้าง นิดหน่อย หลายวันแล้ว ยังไม่หาย ค่ะ

ใครมีข้อมูลเกี่ยวกับ การฉีดฮอร์โมน ช่วย บอกหน่อยนะค่ะ

Ico48
jakajee [IP: 124.121.170.121]
05 สิงหาคม 2554 12:48
#67326

กำลังรักษาอยู่โดยการฉีดยา(อยากทราบว่าฉีดยาแล้วมีเพสสัมพันธ์ได้หรือเปล่าคะจะมีผลต่อการรักษาหรือเปล่ากลัวมีปัญหาครอบครัวถ้าต้องงดมีเพศสัมพันธ์

Ico48
tourtun [IP: 183.88.45.26]
10 สิงหาคม 2554 09:49
#67483

เป็นโรคนี้เหมือนกันค่ะ เป้นที่รังไข่ ผ่าตัดแล้วและก้อมีลูก 2 คนแล้ว(โดยผ่าคลอด) และก้อทำหมั้นแล้วแต่ดิฉันรึสึกเสียใจมากที่ตัดสินใจทำหมั้นไวไปหน่อย เพราะอยากมีลูกอีก 1 คน ตอนนี้รู้สึกเครียดมาก จึงอยากถามเพื่อนที่ทำหมั้นแล้วไม่รู้สึกเครียดบ้างหรือค่ะ ทุกวันนี้โรคซีทที่เป็นก็ไม่ได้ฉีดยาคุมเพราะคิดว่าไม่น่าตัดสินใจทำหมันเลย ถึงอย่างไรโรคนี้ก็ต้องฉีดยาคุมตลอดไป เพื่อนๆช่วยกันแสดงความคิดหน่อยค่ะ

เสียใจมากค่ะ

Ico48
แขก [IP: 183.88.45.67]
10 สิงหาคม 2554 18:28
#67519

ซีสแตกเมื่อวันที่6 july2554ค่ะหมอผ่าหน้าท้องจนมาถึงวันที่10augustแผลยังบวมอยู่เลยค่ะจะทำไงดีค่ะตอบด้วยนะค่ะ

Ico48
ทิ๊ก [IP: 125.24.174.49]
13 สิงหาคม 2554 01:34
#67561

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหรือป่าวค่ะ แต่ว่ามีอาการปวดท้องเวลาเป็นประจำเดือนมากกก แล้วก็ตอนนี้หน้าท้องตรงขอบบิกินี่มีรอยบุ๋มไปนิดนึง อยากทราบว่าคนที่เป็นมาแล้ว มีอาการอย่างไรบ้างค่ะ มีตกขาวมามากผิดปกติมั้ยค่ะ มีมาเป็นน้ำใสๆเยอะๆมั้ยค่ะ แล้วเคยมีอาการคันที่อวัยวะเพศด้วยหรือป่าว หรือว่าปวดท้องอย่างเดียว ตอนนี้กลัวมากค่ะ ไม่อยากไปตรวจเลย

Ico48
เยาวลักษณ์ [IP: 58.8.10.27]
14 สิงหาคม 2554 21:38
#67610

ดิฉันมีความรู้สึกว่ามีก้อนอะไรอยู่ในท้องซีกขวา อยู่แนวเดียวกับสะดือ จึงไปพบแพทย์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 54 แต่แพทย์บอกว่าไม่น่าจะเป็นอะไร อาจจะเป็นเกี่ยวกับลำใส้ แต่ที่เจอมันไม่ใช่ตรงจุดที่เราเจอ คุณหมอบอกว่าดิฉันเป็นซีสที่ปีกมดลูกซีกขวา 3 เซนต์ แต่ไม่มีอาการปวดท้องเวลาจะมีรอบเดือน เหมือนรายอื่น อยากทราบว่าดิฉันจะเป็นซีสอย่างที่คุณหมอบอกหรือเปล่าค่ะ แต่คุณหมอนัดให้ไปตรวจอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่ปัจจุบันคุณหมอไม่ได้ให้ยามารับประทาน เพื่อรักษาเลย แล้วมันไม่เป็นอันตรายหรือค่ะ

Ico48
mon [IP: 103.1.166.199]
15 สิงหาคม 2554 17:50
#67632

ดิฉันอายุ33ปีเคยผ่าตัดมดลูกและรังไข่ข้างขวาออกเมื่อ27สค.2554เป็นซีสต์อาการเรื้อรังรักษามา3ปีคือฉีดยาฮอร์โมนที่รพ.เอกชนกรุงเทพแล้วก้อนฝ่อลงพอหยุดฉีดก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมทรมานมากด้วยที่ท้อกลับการรักษาเลยตัดสินใจผ่าออกหลังผ่าตัดมีเลือดออกตลอดและอาการปวดท้องน้อยตลอดกลับไปหาหมอที่ผ่าตัดหมอบอกว่ามีการติดเชื้อที่อุ้งเชิงกรานและมีก้อนที่รังไข่ข้างซ้ายนอนอยู่รพ.10วันให้ยาฆ่าเชื้อ กลับมาบ้านติดตามอาการยังไม่หายหมอเลยซาวด์ภายในดูก้อนยังอยู่โต6cm.ก็คือก้อนที่เกิดขึ้นมันเร็วมากหมอแนะนำให้เอาออกโดยผ่าตัดเอาเฉพาะซีสต์ออกเหลือรังไข่ข้างซ้ายใว้สร้างฮอร์โมนดิฉันก็เลยตัดสินใจผ่ารอบสองวันที่15พย.2554และมีการฉีดยาฮอร์โมน2เข็มครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมีนาคม2554และเดือนนี้สิงหาคมต้นเดือนมีอาการปวดท้องน้อยและเวลาถ่ายมีอาการบิดที่ท้องน้อยมากเลยไปพบหมอซาวด์ภายในพบก้อนซีสต์ที่รังไข่ข้างซ้ายที่เหลือโต4cm.กว่า คุณหมอแนะนำให้2วิธีคือผ่าตัดและเจาะดูดออกทางช่องคลอดเพราะว่าก้อนที่เกิดติดกับลำใส้หมอบอกว่าวิที่จะทำยากทั้ง2วิธี ซึ่งตอนนี้ดิฉันเครียดมากเลยคะควรรักษาแบบไหนดีคะช่วยแนะนำด้วยคะแล้วจะมีผลข้างเคียงมากไหมคะ

Ico48
บัว [IP: 223.207.117.129]
22 สิงหาคม 2554 16:47
#67835

เป็นค่ะ แต่ผ่าตัดออกไปแล้ว ฉีดยาฮอร์โมนครบ 9 เข็มแล้ว ตอนนี้มีอาการเป็นบางครั้งไม่หนักมาก เจ็บหน่วงๆ ตอนนี้รักษาตัวเอง ไม่ดื่มน้ำเย็นเลย ไม่ทานขนมปัง เนย นม ดื่มน้ำอุ่นวันละ 2 ลิตร แต่ที่ตัดไม่ขาดคือทานส้มตำที่มีปลาร้า กะปิ และผลไม้ดอง เหล่านี้จะทำให้มันเจริญเติบโตได้ดีมากๆ ในขนมปัง เนย นม เป็นต้น เป็นไปได้ตัดไปเลย ตอนนี้ก็รอน้องเพราะอายุมากแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคน ทำใจให้สบายไม่ต้องเครียดกันนะค่ะ

Ico48
aoy [IP: 223.204.11.27]
27 สิงหาคม 2554 21:48
#67977

ดิฉันปวดท้องไปหาหมอตรวจพบว่าเป็นถุงน้ำในรังไข่ จากนั้นประจำเดือนมาทุกวันและมาตลอดแต่ไม่มาก บางวันเหมือนมีก้อนเลือดออกมาด้วย เวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน ดิฉันได้มากินกาแฟลดความอ้วน ประจำเดือนไม่มา และท้องอืดมาก จะเป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ กรุณาตอบด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

Ico48
aoy [IP: 223.204.11.27]
27 สิงหาคม 2554 21:56
#67978

หมอบอกว่าดิฉันเป็นถุงน้ำในรังไข่ ทำให้ปวดท้องน้อยทั้ง 2 ข้าง เสียวแปล๊บ ๆ หมอให้ยามาทาน 2 ครั้ง หมอก็แนะนำว่าถ้าทนปวดได้ก็ทนไปก่อน กินยาแก้ปวดไปก่อน ไม่จำเป็นต้องผ่าหรอก ถ้าปวดทนไม่ไหวจริืง ๆ ก็ค่อยมาว่ากันไหม ดิฉันก็เลยสงสัยว่าโรคที่ดิฉันเป็นมันไม่ร้ายแรงหรือ ทำไมหมอถึงใจเย็นนัก ดิฉันได้อัลตราซาวน์ดูด้วย 2 ครั้งแล้ว ถุงน้ำโตประมาณ 2-3 ซ.ม.

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.211.50.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ