เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

^^^TalenGirl-Pla^^^
Ico64
น.ส. ศิริญญา แก้วน้อย
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
สถานวิจัยยาสมุนไพรและเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 68689
ความเห็น: 165

ช็อกโกแลตซีส หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงสละเวลาสักนิดอ่านเถอะ

          ช็อกโกแลตเป็นชื่อขนมหวานที่เป็นที่โปรดปรานของผู้คนทุกเพศทุกวัย ซีส(cyst) แปลว่า ถุงน้ำช็อกโกแลตซีส หมายถึงถุงน้ำที่มีของเหลวภายในลักษณะเหมือนช็อกโกแลต คำ 2 คำนี้ มีความหมายแตกต่างและ เป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง ไม่น่าที่จะมาเชื่อมโยง  เป็นเรื่องเดียวกันได้เลย และนับวันผู้หญิงหลายคนก็เริ่มที่จะคุ้นหูกับคำว่า "ช็อกโกแลตซีส" หรือโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่" (endometriosis) กันมากขึ้น  เพราะเดี๋ยวนี้หันไปทางไหนก็ต้องเจอใครสักคนในบรรดาเพื่อนพ้องสาวโสดเป็นโรคฮิตโรคนี้กันเยอะเหลือเกิน 

ที่มาของชื่อถุงน้ำช็อกโกแลต

          ช็อกโกแลตซีสก็คือถุงน้ำของรังไข่แบบหนึ่ง ซึ่งลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้ภายในจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลว ซึ่งความจริงก็คือ     ถุงเลือด คือจะมีเลือดอยู่ในถุงนั้น เมื่อเลือดหยุดไหลน้ำก็ถูกดูดซึมกลับทำให้เลือดในถุงเข้มขึ้น และเมื่อเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ ก็กลายเป็น   สีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลตจึงเรียกเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต  สำหรับสาเหตุของการเกิดถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากเลือดระดู หรือเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ คือแทนที่เลือดนั้นจะออกมาทางช่องคลอดของผู้หญิงตามปกติอาจจะมีเลือดระดูส่วนหนึ่ง มีการไหลย้อนกลับเข้าไปผ่านทางหลอดมดลูก แล้วก็เข้าไปในช่องท้องไปฝังตัวที่รังไข่จนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขึ้นและเนื่องจากลักษณะเซลล์ของถุงน้ำเป็นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกอันหนึ่งเมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน(คือการที่เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวออกมา) ถุงน้ำดังกล่าวก็จะมีเลือดออกในถุงด้วย   ดังนั้นในแต่ละเดือนที่ผ่านไปถุงน้ำก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึงถุงน้ำก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการที่ถุงน้ำนี้จะใหญ่เร็วมากน้อย  แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้นว่าจะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็วถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ
ทำไมหญิงยุคใหม่เป็นโรคนี้กันมากขึ้น           
     ถ้าดูในเรื่องงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่พบว่าถ้านำผู้หญิง 100 คนมาทำการส่องกล้องเข้าไปดูในขณะที่มีประจำเดือน ผู้หญิงเกือบทั้ง   100 คนจะมีภาวะเลือดระดูไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องทุกคน"แล้วทำไมบางคนเกิดอาการเป็นถุงน้ำฯซึ่งทำให้เกิดความเจ็บปวดมากมายแต่บางคนไม่เป็นคำตอบคือ"
     คนไข้กลุ่มที่เป็นถุงน้ำฯมักจะมีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่องซึ่งไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เติบโตผิดที่นี้ได้ ในขณะที่ผู้หญิงปกติทั่วไปจะมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้" ส่วนที่ดูเหมือนกับว่าผู้หญิงในปัจจุบันเป็นโรคนี้กันมากก็เพราะความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีที่คุณหมอบอกว่า "จริงๆแล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันมากกับอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่ความ
เข้าใจของแพทย์เองต่อโรคนี้จะมีมากขึ้นซึ่งจะทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้นก็เลยดูเหมือนกับว่ามีคนเป็นโรคนี้กันเยอะรวมทั้วข่าวสารที่มีการแพร่หลายในวงกว้างจึงทำให้มีการฉุกใจขึ้นมาว่า  เอ๊ะ!เราเป็นโรคนี้หรือเปล่า แล้วก็ไปตรวจ ซึ่งบางคนก็พบว่าเป็นโรคนี้จริง ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าโรคดังกล่าวเป็นกันมาก"

         อาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นถุงน้ำช็อกโกแลตเกี่ยวกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ (หรือถุงน้ำช็อกโกแลต) สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรทราบก็คือเมื่อมีประจำเดือนเยื่อบุโพรงมดลูกนี้ก็จะมีเลือดออกด้วย และการที่มีเลือดออกในช่องท้องก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้องซึ่งการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้องนี้เองเป็นตัวที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่า ผู้หญิงที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่จะมีอาการปวดท้องมากเวลาที่มีประจำเดือน

          แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องเวลาที่มีประจำเดือนนั้นเป็นอาการปวดปกติธรรมดา(ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็น) หรือเป็นอาการปวดท้องที่เกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่  เรื่องนี้คุณหมอสมชายให้รายละเอียดว่า "การที่จะแยกว่าอาการปวดท้องเมื่อมีประจำเดือนจะเป็นอาการที่บ่งบอกว่าสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องอายุ นั่นคือถ้าอายุยังไม่มากแล้วปวดท้องเวลาที่มีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดท้องธรรมดา "แต่กรณีที่ไม่เคยปวดประจำเดือนมาก่อน พออายุ 30 ปีขึ้นไปอยู่ๆก็มีอาการปวดประจำเดือนขึ้นมาและปวดมากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละเดือนที่ผ่านไปอาการดังกล่าวค่อนข้างบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่

 ถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ 
          ผู้หญิงหลายคนที่เป็นโรคถุงน้ำ   ช็อกโกแลตได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำออก และหลายๆกรณีแพทย์บางคนผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกไปด้วยในคราวเดียวกันด้วยเหตุผลว่าไหนๆก็เจ็บตัวแล้วเอาส่วนที่เกรงว่าจะเกิดโรคคือมดลูกและรังไข่ (ที่เป็นมะเร็งกันเยอะ) ออกไปด้วยเสียเลย แล้วหลังจากนั้นผู้หญิงที่ถูกตัดมดลูกและรังไข่ก็ต้องกินยาฮอร์โมนไปตลอดชีวิต

          ด้วยประสบการณ์นี้ที่เล่าสู่กันฟังปากต่อปากทำให้ผู้หญิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดท้องแล้วไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต (แต่อาจจะไม่ได้อธิบายลักษณะอาการของโรคให้เข้าใจอย่างละเอียด)ก็เข้าใจเพียงแง่เดียวว่า  โรคนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น  ดังนั้นรายที่กลัวการผ่าตัดก็จะไม่ยอมไปพบแพทย์อีกแล้วก็ยอมทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน บางคนก็แสวงหาวิธีการรักษาต่างๆนานา เช่น กินยาสมุนไพร (ทั้งไทยและจีน)เพื่อให้ถุงน้ำยุบ งดอาหารบางอย่างที่คิดว่าจะเป็นของแสลงหรือหลายคนแม้จะกลัวไม่กล้าจะไปพบแพทย์อีก แต่ลึกๆก็กังวลถุงน้ำดังกล่าวจะกลายเป็นเนื้อร้ายในอนาคตได้หรือไม่
            ใน ประเด็นนี้ คุณหมอสมชาย  อธิบายให้ฟังถึงข้อเท็จจริงว่า "อาการของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่มีหลายระยะ บางกรณีแม้จะเห็นร่องรอยของเยื่อบุโพรงมดลูกฯ ในช่องท้อง แต่บางครั้งเป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการอะไรซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้ "ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตด้วยว่าอยู่ที่ไหน อุ้งเชิงกรานหรือว่ารังไข่ ซึ่งจริงๆแล้วภาวะถุงน้ำช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายกับผู้หญิงที่เป็นมากนักเพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญมากกว่า เพราะเมื่อปวดประจำเดือนก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเท่าที่เขาควรจะทำได้"

          
ทำไมถุงน้ำช็อกโกแลตจึงพบมากใน  ผู้หญิงโสด  คำตอบของข้อสงสัยนี้ก็คือถุงน้ำช็อกโกแลต หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ต้องอาศัยฮอร์โมนของรังไข่  ในการเจริญเติบโตพูดง่ายๆ คือโรคนี้เป็นโรคที่คู่กับการมีประจำเดือน"ดังที่บอกไปแล้วนะครับว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ สาเหตุเกิดจากมีประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับไปผ่านทางหลอดมดลูกแล้วก็เข้าไปในช่องท้องไปฝังตัวในอุ้งเชิงกรานหรือรังไข่  แล้วรายงานการวิจัยก็พบว่าผู้หญิงเมื่อมีประจำเดือนไม่ว่าจะอายุน้อยหรืออายุมาก ถ้าหากไปตรวจช่องท้องก็จะพบว่ามีเลือดประจำเดือนส่วนหนึ่งอยู่ในช่องท้องทุกคน  แต่คนที่เกิดอาการก็เพราะภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่องจึงไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้
เพราะฉะนั้นวิธีการรักษาโรคนี้อย่างหนึ่งก็คือ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีประจำเดือน  เมื่อไม่มีประจำเดือนถุงน้ำดังกล่าวก็จะฝ่อตัวไปด้วย

           "การตั้งครรภ์เป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนอย่างต่ำก็เป็นปีนับตั้งแต่ตั้งท้อง 9 เดือนและหลังคลอดที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีประจำเดือนไปอีก 1-3 เดือน หรือบางคนอาจจะถึง 6 เดือน โดยเฉพาะแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ 1 ปีที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนเลยนั้นเท่ากับ     โรคที่เป็นอยู่ได้รับการรักษาไป 1 ปีใน  ขณะที่ผู้หญิงโสดที่ไม่มีลูกก็จะมีประจำเดือนมาเป็นประจำทุกเดือนเพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ในแต่ละเดือนก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆและเมื่อเทียบกันระหว่างคนโสดกับคนที่เคยตั้งครรภ์มาก่อนพบว่าผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์แล้ว เป็นโรคนี้น้อยกว่าและถึงแม้จะมีโรคก็เป็นกลุ่มที่ไม่แสดงอาการเป็นส่วนใหญ่"

โรคนี้มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง
           ดังที่ทราบกันแล้วว่าโรคนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นโรคที่รุนแรงหรือมีอันตรายอะไร เพียงแต่จะทำให้มีอาการปวดประจำเดือนดังนั้นหากปวดไม่มากส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีรักษาตามอาการคือกินยาแก้ปวดหรือหากปวดมากแพทย์ก็จะมียาเฉพาะให้และโดยปกติถ้าคนไข้มีอาการไม่มากแพทย์จะไม่ใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษาโรคนี้กับคนไข้ "การผ่าตัดจะทำในกรณีที่จำเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้นครับ เช่น ถุงน้ำนั้นใหญ่มากจนทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงหรือถุงน้ำไปกดอวัยวะข้างเคียงเช่น ไปกดกระเพาะปัสสาวะ แล้วทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือ กรณีที่ถุงน้ำแตกซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดท้องแบบเฉียบพลันหรือกรณีของผู้หญิงที่มีลูกยาก  จำเป็นต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำออกเพราะการที่มีถุงน้ำอยู่จะรบกวนการตั้งครรภ์พอสมควรเพราะมันอาจจะทำให้เกิดพังผืดไปรัดทำให้หลอดมดลูกตีบหรือตันได้" 

             ในบางกรณีแพทย์อาจจะต้องตัดสินใจผ่าตัดเอาอวัยวะสำคัญของผู้หญิงออกไป เช่น ในกรณีที่มีพังผืดมากในช่องท้องที่อาจจะดึงเอาลำไส้ไปติดกับตัวมดลูกซึ่งหากจะต้องผ่าตัดคนไข้คนนี้หลายครั้งก็อาจจะเป็นอันตรายต่อลำไส้  คือทำให้ลำไส้ทะลุกรณีเช่นนี้แพทย์อาจตัดสินใจที่จะต้องตัดทั้งมดลูกและรังไข่ออกไปด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังซึ่งคนไข้ก็จะต้องได้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อ จะให้กลับมาเป็นผู้หญิงอย่างปกติ"
          พูดถึงการผ่าตัดที่ดูน่ากลัวและหลายๆคนคิดว่าคงจะเจ็บปวดเอาการนั้นเรื่องนี้คุณหมอสมชายเล่าให้ฟังว่า "การผ่าตัดมีหลายวิธีและวิธีการที่ดีที่สุดคือการใช้กล้องเข้าไปผ่าตัดวิธีนี้ มีข้อดีคือ  คนไข้เจ็บตัวน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดในแบบที่จะต้องเปิดแผลใหญ่ๆ เพราะการใช้วิธีส่องกล้องผ่าตัดคนไข้จะมีแผลเพียงแค่รูเล็กๆขนาดรูตะเกียบ 2 รูเท่านั้น และเมื่อผ่าตัดเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักโรงพยาบาลหลายๆวันเหมือนกับการผ่าตัดธรรมดา

            สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากบอก ผู้หญิงที่ยังโสดหรือว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก  ก็คือ ถ้าเป็นแล้วให้รีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆนะครับเพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆโอกาสที่จะมีลูกก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยในกรณีของการรักษาผู้ที่มีลูกยาก "ในกรณีของผู้หญิงที่เป็นโรคถุงน้ำช็อกโกแลตหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ตอนอายุใกล้ๆ 45-46 ปี ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาแบบประคับประคองโดยให้กินยา  เพราะโรคนี้เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนมันจะหายไปได้เองแต่ตราบใดที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนอยู่ถึงแม้บางคนจะเคยได้รับการผ่าตัดเอาถุงน้ำฯ ออกไปแล้ว  แต่โอกาสที่จะเกิดเป็นซ้ำก็มีนะครับ" ความไม่รู้มักจะทำให้คนเราวิตกกังวลไปได้มากมาย  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวดังเช่นเรื่องของโรคถุงน้ำช็อกโกแลต หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ ที่ยิ่งนับวันก็จะพบผู้มีอาการของโรคเพิ่มขึ้นแต่การได้รู้ที่มาที่ไป  หรือสาเหตุของโรคตลอดจนวิธีการรักษาก็จะช่วยทำให้สบายใจขึ้นได้ส่วนหนึ่งและถ้าหากใคได้อ่านบทความเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบก็จะคลายความวิตกกังวลไปได้ว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่กลัวๆ กันเลย
 

การตัดมดลูกทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง ?
          การเลือกวิธีการผ่าตัดขึ้นอยู่กับโรค พยาธิสภาพของโรค ความชำนาญของแพทย์ และความต้องการของผู้ป่วย วิธีการผ่าตัดสามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้ :

  1. โดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง
  2. โดยการผ่าตัดทางช่องคลอด
  3. โดยการใช้กล้อง laparoscope
ผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?
           การผ่าตัดถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูง มีทีมงานที่พร้อม ห้องผ่าตัดสะอาด เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน มีการเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดเป็น อย่างดี โอกาสเกิดผลแทรกซ้อนจะน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้แก่ :
  1. ตกเลือดขณะผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด
  2. เกิดการบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียง เช่น ลำไส้หรือกระเพาะปัสสาวะทะลุ ท่อไตถูกตัด
  3. ติดเชื้อหลังผ่าตัด
  4. ผลแทรกซ้อนจากการให้ยาระงับความรู้สึกหรือการวางยาสลบ
สูติ-นรีแพทย์จะเตรียมผู้ป่วยอย่างไรก่อนผ่าตัด ?
          เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติและมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ แพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยโรคก่อน โดย ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจภายใน ตรวจอัลตราซาวด์ และ ตรวจพิเศษอื่นๆตามความเหมาะสม เมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าจะรักษาด้วยการตัดมดลูกและผู้ป่วยยินยอม แพทย์จะเตรียมผู้ป่วยก่อนผ่าตัดดังนี้ :
  1. ตรวจเลือด
  2. ตรวจปัสสาวะ
  3. เอ็กซ์เรย์ปอด
  4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  5. ตรวจพิเศษอื่นตามความเหมาะสมและจำเป็น
  6. เตรียมเลือด 1-2 ยูนิต
  7. จองห้องผ่าตัด
ผู้ป่วยจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนมาโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัด ?
  1. งดอาหารและน้ำอย่างเคร่งครัดก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันการสำลักอาหารและน้ำเข้าปอดซึ่งเป็นอันตรายได้
  2. เดินทางมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาผ่าตัดอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือตามแพทย์นัด เพื่อจะ ได้มีเวลาเตรียมการผ่าตัด และพบวิสัญญีแพทย์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  3. ในกรณีที่ต้องการเบิกต้นสังกัด หรือมีประกันสุขภาพ ให้เตรียมหลักฐาน/ใบกรมธรรม์มา ด้วย และแจ้งแก่พยาบาลหรือเวชระเบียนเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
การเตรียมผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?
          เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล ให้ติดต่อกับเคาน์เตอร์พยาบาลแผนกผู้ป่วยนอกสูติ-นรีเวชกรรมหรือแผนกฉุกเฉิน ตามที่แพทย์นัดไว้ ซึ่งได้จัดเตรียมแฟ้มเวชระเบียนไว้แล้ว พยาบาลจะแจ้งให้แพทย์เจ้าของไข้ทราบ แพทย์อาจจะพบผู้ป่วยที่แผนกผู้ป่วยนอกก่อนหรือให้ผู้ป่วยไปที่แผนกผู้ป่วยในได้เลย ในกรณีที่ยังไม่ได้ตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ ปอด และคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เจ้าหน้าที่จะพาผู้ป่วยไปตรวจก่อนแล้วจึงพาไปแผนกผู้ป่วยใน
การเตรียมผ่าตัดมีดังนี้ :
  1. โกนขนและทำความสะอาดหน้าท้อง
  2. สวนอุจจาระ
  3. ให้น้ำเกลือเข้าทางหลอดเลือดดำ
  4. พบวิสัญญีแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และรับทราบถึงวิธีการให้ยาระงับ ความรู้สึกหรือการวางยาสลบ
  5. ลงลายมือชื่อในใบแสดงความยินยอมรับการผ่าตัดและการให้ยาระงับความรู้สึก หรือการวางยาสลบ หลังจากได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เจ้าของไข้และวิสัญญีแพทย์เรียบร้อยแล้ว
 หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างไร ? ·         การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นกับพยาธิสภาพของโรคและเทคนิคการผ่าตัด จากนั้นจะได้รับการดูแลรักษาต่อโดย : ·         ในห้องพักฟื้น เมื่อการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ผู้ป่วยจะถูกเคลื่อนย้ายไปห้องพักฟื้นและจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดประมาณ 2 ชั่วโมงหรือตามที่แพทย์ เห็นสมควร ก่อนส่งกลับห้องพัก ·         ในห้องพักผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยกลับมายังห้องพัก จะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลโดย : 1.     ตรวจวัดชีพจร ความดันโลหิต การหายใจ เป็นระยะๆตามที่แพทย์เห็นสมควร 2.     คาสายสวนปัสสาวะไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง 3.    งดอาหารและน้ำ นานเท่าที่แพทย์เห็นสมควร โดยทั่วไปประมาณ 24-48 ชั่วโมง จากนั้นแพทย์จะให้เริ่มจิบน้ำ ตามด้วยอาหารเหลว อาหารอ่อน และอาหารปกติตามลำดับ 4.     ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำต่อตามที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่ประมาณ 48 ชั่วโมง 5.     ได้รับยาระงับปวดตามที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสม 6.     ได้รับยาปฏิชีวนะต่อตามที่แพทย์เห็นสมควร 7.    ในรายที่ต้องตัดไหมบริเวณผิวหนัง แพทย์จะนัดเอง ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณ 7 วันหลังผ่าตัด  ควรปฏิบัติตัวอย่างไรขณะอยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด ?
  1. เมื่อมีอาการคลื่นไส้ ปวดแผล หรืออาการผิดปกติใดใด ให้กดออดเรียกพยาบาล
  2. เมื่อรู้สึกตัวดี ให้พยายามเคลื่อนไหวแขนขา พลิกตัวไปมา ปรับหัวเตียงให้สูง เท่าที่จะทำได้
  3. เมื่อต้องการลุกจากเตียง ให้ลุกในท่านอนตะแคง ซึ่งจะได้รับคำแนะนำวิธีจากทีมดูแลผู้ป่วย
  4. เมื่อลุกนั่งได้ เอาสายสวนปัสสาวะออกแล้ว ในการลุกเดินโดยเฉพาะ1-3 ครั้งแรกจะต้องตาม พยาบาลหรือพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วยมาช่วยดูแล เพราะอาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือหกล้มได้
  5. 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัดเป็นต้นไป พยายามเคลื่อนไหว ลุกนั่งและเดินช้าๆ อย่านอนอยู่บนเตียง ตลอดเวลา เพื่อลดอาการท้องอืด แน่นท้องที่มักจะเกิดขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดพังผืดในช่องท้องตลอดจนลดอาการแทรกซ้อนของระบบหายใจหลังผ่าตัดได้ โดยระยะ แรกจะมีพนักงานช่วยเหลือผู้ป่วยหรือพยาบาลมาช่วยดูแล
  6. ก่อนที่แพทย์จะให้รับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำชา นม กาแฟ เค้ก และผลไม้
  7. หลังผ่าตัดสองวันแรก พนักงานผู้ช่วยจะเช็ดตัวทำความสะอาดให้ จากนั้นถ้าผู้ป่วยต้องการอาบ น้ำสามารถทำได้ ถ้าแผลผ่าตัดปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
ต้องอยู่โรงพยาบาลนานแค่ไหน ?           ระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลขึ้นกับความแข็งแรงของผู้ป่วย พยาธิสภาพของโรค และวิธีการผ่าตัด โดยทั่วไปคือ :
  1. ผ่าตัดทางหน้าท้อง อยู่โรงพยาบาลนาน 5-7 วัน
  2. ผ่าตัดทางช่องคลอด อยู่โรงพยาบาลนาน 5-10 วัน
  3. ผ่าตัดโดยใช้กล้อง laparoscope อยู่โรงพยาบาลนาน 3-5 วัน
 (ที่มา : บทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สมชาย สุวจนกรณ์ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

 

         

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): engineering
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 ตุลาคม 2550 10:14 แก้ไข: 19 ตุลาคม 2550 10:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
เจ้าจอม [IP: 110.169.245.111]
14 มีนาคม 2555 12:06
#75892

วันนี้แพทยืนัดพบเพื่อต้องเตรียมวางแผนผ่าตัดวันเสาร์ที่จะถึงนี้ค่ะ ผ่ารอบสองแล้วค่ะ เคยเป็นโรคนี้เมื่อประมาณ 17 ปีที่แล้วรักษาโดยการผ่าตัด แ่ต่ตอนนั้น ไม่ได้ตัดมดลูกค่ะ เพราะคุณหมอให้กลับไปตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่มีลูกค่ะ ปัจจุบันกลับมาเป็นอีกครั้ง ก็รักษามานานนะ (ประกันสังคม) ประมาณ 3 ปีแหละ สุดท้ายก็ต้องผ่าตัด แต่ยังไม่รู้ต้องตัดอะไรทิ้งบ้าง วันนี้แหละถึงจะรู้ ต้องลุ้น 55++ อยากจะบอกคุณผู้หญิงทุกๆคนนะคะ ไม่ว่าจะมีสามีหรือยังไม่มี ไปตรวจกันเถอะค่ะ เรารู้ทัน รู้ก่อน โรค มันจะแก้ไขได้นะคะ สู้ สู้

Ico48
nung11 [IP: 49.49.103.86]
23 เมษายน 2555 09:40
#76737

 

สวัสดีค่ะเอาเป็นว่าเป็นคนหนึ่งทีเป็นโรคนี้แต่ตอนนี้ได้หลุดออกไปแล้วค่ะเป็นความโชคดีหรือเป็นบุญก็บอกไม่ถูกเพราะว่าเพื่อนแนะนำให้ทานยาสมุนไพรไทยของเรานี้และที่ได้มาลงเพราะรุ้ว่าคนที่เป็นนะมันเครียดเข้าใจค่ะเพราะเคยเครียดมาก่อนถ้าใครสนใจโทรคุยกันได้นะค่ะราคาไม่แพงคุ้มมากๆเลยละ(เล่นไม่เป้้นหลอกคอมนะแต่ใช้ความพยามการันตีได้เพราะเจอกับตัวเองไม่มีการหลอกลวง0831959277

Ico48
MiRinDa [IP: 61.90.75.6]
03 กรกฎาคม 2555 17:05
#78245

@ บัวและ คุณ nokky

พอดี พี่สาวผ่าตัด มาเหมือนกัน แต่หลังจากฉีดยาคุมแล้ว เมนส์ก้อ ยังมา อยู่ตลอด แถมยังมีอาการปวดท้อง มากๆ อยู่เลย

พี่สาวกังวลมาก เนื่องจาก คุณหมอแจ้งว่า หลังจาก ฉีดยาคุมไป ไม่ควรจะมีเมนส์ แล้ว อยากทราบว่า..ต้องฉีดยานานไหมคะ

กว่าที่ เมนส์ จะไม่มา

..พอดีพี่สาว ไปผ่าตัด เพราะ ซีสต์แตก(ไม่ทราบว่าก่อนว่าเป็น) อยู่ๆปวดท้องจน หมดสติ ขณะที่มี เมนส์

ขอบคุณมากนะคะ ถ้าจะกรุณา ตอบ..หรือผู้รู้ท่านอื่นก้อ ได้ค่ะ ..เนื่องจากถามคุณหมอ ที่รักษาอยู่ คุณหมอ แจ้งว่า..ให้รักษาไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด

Ico48
Hunsa [IP: 14.207.176.35]
28 กรกฎาคม 2555 19:20
#79291

ดิฉันอายุ 38 ปี (โสดสนิท) ก็มีอาการปวดท้องเมนส์ค่ะ ทนมาเกือบ 8 ปี และก็ ปวดมากขึ้น ๆ จนไปตรวจก็พบซีสช็อคโกแลต 10 cm. ก้อนเท่ากำปั้น ที่ปีกมดลูกซ้าย !! จึงตัดสินใจผ่าตัดแบบส่องกล้อง ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ (ก่อนเมย์ เฟื่องอารมณ์ อาทิตย์นึง) @ Rama ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เกือบ 40,000 ฿

.. อยากฝากบอก ผู้หญิงทุก ๆ คน ที่ปวดท้องเวลาประจำเดือนมา ว่าให้ไปตรวจภายในเถอะค่ะ อย่าอาย .. ดิฉันเข้าใจว่ามันทรมานขนาดไหน .. อย่างน้อยถ้าเรารู้เนิ่น ๆ หรือยังเป็นก้อนเล็ก จะดีกว่าค่ะ & ไม่ต้องกลัวการผ่าตัดเลยนะคะ .. ไม่ต้องกังวลด้วยค่ะ ให้ทำใจยอมรับว่า การเจ็บป่วยต้องรักษา เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตน่ะค่ะ .. ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่โรคนี้ไม่สามารถหาที่มา-ที่ไป ได้เลยค่ะ บางรายก็เป็นตั้งแต่อายุยังน้อย

การผ่าตัดไม่น่ากลัวเลยค่ะ ก่อนผ่าตัด ดิฉันบอกตัวเองว่า "การรักษาร่างกาย เป็นเรื่องของคุณหมอ, เรื่องรักษาจิตใจ เป็นหน้าที่ของเราเอง"

แต่หลังผ่าตัดลำบากหน่อย ให้ดูแลรักษาตัวเอง โดยไม่ยกของ / ทำงานหนัก อย่างน้อย 1 เดือน .. ตอนผ่าตัดดิฉันดันทุรังมาก คือดื้อ ไม่ยอมให้คุณหมอตัดปีก / มดลูก / อวัยวะภายใน อะไรออกเลยค่ะ ถึงจะเป็นสาวโสด & ยินดีกับความโสด .. คุณหมอก็อดทนผ่าตัดให้ เลยใช้เวลานานกว่าคนอื่นเยอะเลยค่ะ ปาเข้าไป 5 ชม. (ปกติประมาณ 2 ชม.)

ดิฉันฟังมาเยอะ จากผู้หญิงที่ตัดอะไรออกไปก็ตาม จะรู้สึกแก่ & เรี่ยวแรงน้อยลง .. หลายรายมีอารมณ์เหวี่ยงขึ้น - ลงรุนแรง, ขี้หงุดหงิด ด้วยค่ะ

ตอนนี้ผ่าตัดมาได้ 1 เดือน + 2 สัปดาห์ มีประจำเดือนออกแต่ไม่มาก ติดต่อกันมานาน 3 อาทิตย์แล้วค่ะ คุณหมอฉีดยาคุมให้ดิฉันไว้ แต่ทำไมยังมี ปจด. ก็ไม่รู้ ไว้ต้นเดือน ก.ย. คุณหมอนัดตรวจอีกที แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

Ico48
Puheng [IP: 125.25.159.44]
31 กรกฎาคม 2555 21:25
#79375

คุณhunsa คะ

ไม่ทราบว่าที่รามารักษานั้นเป็นการรักษาแบบคลีนิคนอกเวลาหรือเปล่าค่ะ

รบกวนด้วยนะค่ะ

ตอนนี้เป็น 10cm เครียดมากเลยค่ะ

Ico48
Chamaipon [IP: 61.19.67.40]
19 สิงหาคม 2555 13:36
#79891

ดิฉันไปผ่าตัดส่องกล้องของโรงพยาบาลของรํฐมาวันที่28 กค55 รุ่งเช้าวันที่29 ออกจากโรงพยาบาลได้เลย ไม่เจ็บมาก พอทนได้ ไปรักษาคลีนิคนอกเวลาต้องจ่ายค่าห้องที่เบิกได้ 1,900 และค่าธรรมแพทย์ ประมาณ 20,000 บาท ก็ดีค่ะ หมอเจาะที่ใต้สะดือ ประมาณ1 เซ็น และข้างหน้าท้อง สองข้าง เป็นซีสประมาณ 5 เซน หมอ ลอกออกให้ เพราะตัวเองยังไม่มีูลูก หลังผ่าตัดหมอให้ปล่อยแบบธรรมชาติไปก่อนประมาณ 20 วัน ประจำเดือนก็มา 3วันมาไม่เยอะไม่ปวดเท่าไรแต่จะปวดสะโพกหรือบ่อเลือด หมอบอกว่าประมาณ 3 อาทิตย์จะมีเพศสัมพันธ์กันได้

Ico48
ฐิติวรดา [IP: 180.183.111.157]
19 ตุลาคม 2555 14:36
#81242

เราเพิ่งผ่าตัดมา เป็นทั้งสองข้างเลย ผ่ากล้องไม่ค่อยเจ็บ หายเร็ว เฮ้อ...ผ่านพ้นซะที อนาคตค่อยว่ากัน

Ico48
ญาดา [IP: 210.213.49.98]
19 November 2012 14:26
#82001

เราเป็นซีสอยู่ประมาณ 3 เซ็นเอง หมอจะผ่าตัดให้เราไหม เพราะเราอยากมีลูก ปล่อยมาก่อนแต่งงานได้ปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่มี ตอนนี้เราไปตรวจทุก 6 เดือน ที่โรงบาลวชิระ เข้าปีที่ 2 แล้ว ซีสก็ไม่ได้โตขึ้นก็เท่าเดิม เราอยากถามคนที่เคยผ่าตัดมา ผ่าตัดแบบส่องกล้อง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ประมาณเท่าไหร่ เราจะได้เตรียมค่าใช้จ่ายไว้

Ico48
เอ็มมี่ [IP: 115.87.140.181]
28 พฤศจิกายน 2555 17:26
#82252

เราเพิ่งไปผ่ามาที่รังไข่ข้างซ้าย 4เซน ผ่าแบบส่องกล้อง นอนโรงบาล2คืน ที่เกษมราษบางแคหมดไป130000 แพงทาก

Ico48
puk [IP: 171.100.243.41]
16 เมษายน 2556 09:45
#86810

เราเป็นที่ปีกมดลูก 2 ข้างเลยเราผ่ามาได้ 10 เดือนแล้วอยากมีลูกไม่รู้ว่าจะมีได้ป่าว

Ico48
ปาเจ [IP: 101.109.239.244]
25 พฤษภาคม 2556 22:57
#87932

เราผ่ามา 2 รอบแล้วค่ะ ที่ศิริราช ครั้งแรก 18 ม.ค 56 ครั้งที่ 29 มี.ค 56 ครั้งแรก 20,000 กว่า

ครั้งที่ 2 ราคา 30,000 กว่าบาท เพื่อนผู้หญิง คนใหน กำลังจะไปตรวจ หรือกำลังรอผ่าตัด ไม่ต้องกลัวนะค่ะ

ไม่เจ็บ แผลหายไว ของเรา 9cm. ผ่าครั้งที่ 2 เราไม่นอน ร.พเลยนะ

ทางโรงพยาบาลเค้าก็จะสอบถามอาการตลอดว่าเราไหวใหม เวียนหัวใหม อาการเป็นไงบ้าง? กลับใหวใหม หรือจะพักผ่อนต่อ..

ไม่ต้องกลัวนะค่ะ .ใช้เวลาไม่นาน หมอเก่ง ยิ่งผ่าแบบส่องกล้องแผล อาทิตย์เดียวก็เริ่มหาย ตัดใหมได้แล้ว..

สู้ๆ ไม่เจ็บเลย ...เราก็ผ่าเพราะต้องการมีลูกเหมือนกัน

Ico48
ปรีดิยาธร [IP: 1.4.191.72]
17 มิถุนายน 2556 11:31
#88925

สวัสดีค่ะ ออไรท์(Alright) ช่วยคุณได้นะคะ คนเป็นช็อคโกแล็ตซีส ที่มดลูกสามารถขับออกมาได้ สาวๆสุขภาพดีกันถ้วนหน้า จากภายในสู่ภายนอก ข้อมูลเพิ่มเติม 083-2898882 จ้า มาเป็นเพื่อนกันนะคะ preediyathorn Chaimuang อย่าปล่อยให้ตัวเองทรมานนะคะ เคยเป็นมาแล้วค่ะ ทรมาน ปวดท้องเมนจนตัวซีด ประสบการณ์ตรงๆเลย ตอนนี้หายแล้ว สุขภาพดีมากๆค่ะ

Ico48
ปรีดิยาธร [IP: 1.4.191.72]
17 มิถุนายน 2556 11:33
#88926

สวัสดีค่ะ ออไรท์(Alright) ช่วยคุณได้นะคะ คนเป็นช็อคโกแล็ตซีส ที่มดลูกสามารถขับออกมาได้ สาวๆสุขภาพดีกันถ้วนหน้า จากภายในสู่ภายนอก ข้อมูลเพิ่มเติม 083-2898882 จ้า มาเป็นเพื่อนกันนะคะ preediyathorn Chaimuang อย่าปล่อยให้ตัวเองทรมานนะคะ เคยเป็นมาแล้วค่ะ ประสบการณ์ตรงๆเลย ตอนนี้หายแล้ว สุขภาพดีมากๆค่ะ

Ico48
เบญจมาศ รูปสมดี [IP: 125.26.59.163]
23 สิงหาคม 2556 11:21
#92059

สวัสดีดิฉันก็เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ เหมือนกันแต่ได้ทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วไม่ได้ผ่าออกทั้งหมดนะคะแต่เป็นการลอกเอาผังผืดออกมาและก้อนเลือดออกมา ก่อนที่จะผ่าตัดมันทรมารมากต้องทนกับอาการปวดท้อง ปวดตรงมดลูกมากไอก็ไม่ได้เจ็บไปหมดแค่เดินยังเดินไม่ค่อยจะไหวเลยคะ

สุดท้่ายดิฉันก้ต้องยอมทำการผ่าตัดออก หลังจากผ่ามาอาการปวดท้องก็ยังเป็นอยู่ไม่หายเลยไปปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาตั้งแต่ที่แรก คุณหมอบอกว่าต้องฉีดยาคุมตลอดทุก 3 เดือน หรือถ้าอยากให้หายจริง ๆ ต้องผ่ามดลูกทิ้งเลย ดิฉันไม่อยากผ่าจึงหายาสมุนไทยมาทานปรากฏว่าดีไม่ปวดท้องไม่มีอาการเหมือนที่เคยเป็นมาก่อน

Ico48
ซีสแตก [IP: 192.168.164.248]
29 เมษายน 2557 10:13
#97880

เป็นเหมือนกันค่ะ เริ่มจากตอนอายุ 30 เริ่มปวดประจำเดือนจากที่ไม่เคยปวดมาก่อน เลยตัดสินใจไปหาหมอสูติ เกิดมาไม่เคยไปหาหมอสูฯ เลย จึงขอพยาบาลช่วยนัดเป็นหมอผู้หญิงให้หน่อย เจอหมอขี้ด่าๆๆๆๆๆๆ สุดท้ายบอกปวดท้องประจำเดือนธรรมดา เราก็กลำ้กลืนฝืนทนกินยาแก้ปวด จากพารา เพิ่มขนาดและเปลี่ยนเป็นพอลสเตน จนล่าสุดปวดมาก พอลสเตนX2 3มื้อ 3 วันไม่หาย เลยตัดสินใจไปหาหมออีกครั้ง รพ.เดิม แต่เปลี่ยนหมอ ไม่อยากถูกด่าอีก เนื่องจากหมอเก่งมาก กว่าจะนัดตรวจได้ก็ผ่านไปหลายเดือน คราวนี้เป็นหมอผู้ชายใจดีมาก ส่งไปซาวน์ และตรวจเลือดหามะเร็ง แต่ผลซาว์ไม่เจออะไร แต่หมอบอกว่าอาการเหมือนคนเป็นซีส จึงให้กินยาคุม คุมอาการไปก่อน อาการปวดประจำเดือนก้อหายไปแต่ที่ไม่หาย คือตอนถ่ายปวดเหมือนใส้โดนบิด ปวดมาก ถ่ายได้นิดหน่อย ปวดบิดและถ่ายบ่อย หลังประจำเดือนมา ท้องอืดบ่อย และท้องบวมเหมือนคนท้อง 5 เดือน เลยตัดสินใจไปหาหมอใหม่ รพ เดิม แต่เปลี่ยนเป็น หมอ ศัลยกรรมลำใส้ นึกว่าไม่เกี่ยวกับซีสแล้ว หมอสั่ง ส่องกล้อง และ CT ที่แรกหมอนึกว่าเป็นมะเร็งลำใส้ หมอว่าอาการคล้ายมาก ตรวจอยู่หลายครั้ง สรุปว่าเกิดจาก ซีสแตก ให้ฉีดยาคุม enantone 3 ด/ครั้ง พึ่งฉีดเข็มแรกได้เดือนกว่าๆ อาการทั้งหมดดีขึ้นมาก ยกเว้นท้องยังบวมอยู่ หมอบอกต้องติดตามกันยาวๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.197.45.100
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ