นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 6912
ความเห็น: 4

5 เรื่องธรรมดาที่แอบร้าย

การใช้แปรงสีฟันร่วมกัน

สิ่งที่คุณคิด : ใช้แปรงสีฟันด้ามเดียวกับแฟน ดูโรแมนติกดีจัง
สิ่งที่ถูกต้อง : แบคทีเรียในช่องปากนั้นสะสมอยู่มากมายในแปรงสีฟัน หากใช้ร่วมกัน อาจทำให้ อาจทำให้ติดโรคภายในช่องปาก หรือโรคติดเชื้อจากแผลในช่องปากด้วย หากวันใดเพื่อนหรือแฟนไม่มีแปรงสีฟันจริงๆ ให้เขาใช้น้ำยาบ้วนปากแทน เพราะน้ำยาบ้วนปากจะช่วยยับยั้งการก่อตัวของเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นอีกด้วย

 =======================================


ใช้เครื่องเป่ามือในห้องน้ำสาธารณะ

สิ่งที่คุณคิด : หลังเข้าห้องน้ำแล้วควรล้างมือทุกครั้ง แล้วตบท้ายด้วยการเป่ามือให้แห้ง เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้หมดไป
สิ่งที่ถูกต้อง : ขอร้องเลยว่า อย่าทำให้มือแห้งด้วยเครื่องเป่ามือตามที่สาธารณะทั่วไป เพราะท่อส่งอากาศที่ถูกเป่าออกมานั้น เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ที่กำลังแพร่ขยายพันธุ์อยู่ ผลที่ได้คือ มือของคุณจะปราศจากแบคทีเรีย แต่จะอุดมไปด้วยเชื้อโรคมากกว่าตอนก่อนล้างมือเสียอีก ดังนั้นควรซับมือด้วยกระดาษชำระ หรือผ้าเช็ดมือแบบใช้ครั้งเดียวเท่านั้น

=======================================


การนั่งบนชักโครกสาธารณะ

สิ่งที่คุณคิด : ดูแล้วฝารองนั่งก็สะอาดดี นั่งไปเลยก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก
สิ่งที่ถูกต้อง : เวลาสาวๆนั่งปัสสาวะหรือถ่ายทุกข์แบบหนัก ไม่ว่าจะน้ำปัสสาวะ หรือของเสียอื่นๆ ก็อาจจะมีบางส่วนที่กระเด็นมาสะสมกันอยู่ที่บริเวณโถรองนั่งของชักโครก จนเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคขนาดมหึมา ฉะนั้นก่อนเข้าห้องน้ำสาธารณะทุกครั้ง เช็ดให้สะอาดด้วยกระดาษชำระชุบน้ำ แล้วตามด้วยกระดาษชำระที่แห้งวางทับบนโถรองนั่ง ก่อนปลดทุกข์ทุกครั้ง รับรองว่าวิธีการนี้ได้ผลแน่นอน

=======================================


การกลั้นจาม

สิ่งที่คุณคิด : ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยก็แค่กลั้นจามเท่านั้น ก็การจามดังๆ ดูไม่มีมารยาท แถมยังอาจถูกมองว่าทำตัวสกปรกอีกด้วย
สิ่งที่ถูกต้อง : คุณรู้ไหมว่าอัตราความเร็วในการจามแต่ละครั้งนั้นสูงถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทีเดียว ดังนั้นการยื้อหรือกลั้นไม่ให้จามนั้นจะก่อให้เกิดแรงอัดอากาศภายใน อาจส่งผลทำให้เยื่อแก้วหูแตกหรือเป็นรูได้

=======================================


กินยาแก้ปวดทุกครั้งที่ปวดศีรษะ

สิ่งที่คุณคิด : ก็ปวดหัวนี่นา ถ้าไม่กินยาแก้ปวด แล้วจะหายปวดหัวได้อย่างไร
สิ่งที่ถูกต้อง : การรับประทานยาแก้ปวดหัวบ่อยๆ และเป็นเวลานานจะมีผลทำให้ตัวยาสะสมและอาจกัดจนเป็นแผลในช่องท้อง หรือมีผลให้ตับทำงานหนักจนเกิดผลเสียกับตับได้ หนทางแก้ไขก็คือ เมื่อมีอาการปวดศีรษะ ให้พยายามดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือถ้าปวดศีรษะเนื่องจากนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็ให้พักสายตาชั่วโมงละ 5 นาที ช่วงทานข้าวกลางวันก็ออกไปเดินเล่นเสียหน่อยเพื่อเป็นการพักผ่อนสายตาไปในตัว


=======================================

ที่มา : http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=35&post_id=24234

 

เพิ่มเติมอีกสักนิดนะคะ จากข้อสุดท้าย เรื่องของ การกินยาแก้ปวดหัวทุกครั้งที่ปวดศีรษะ สามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ยาแก้ปวดพร้อมทั้งผลที่เกิดขึ้นได้ใน ว่าด้วยยาแก้ปวด ในบันทึกของพี่เอ mbunsong  ได้ที่นี่ค่ะ 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 เมษายน 2551 22:29 แก้ไข: 02 สิงหาคม 2551 20:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอเป็นคนแรก .. ไม่รู้จะได้หรือเปล่า

  • แปรงสีฟัน ไม่ใช้ร่วมกันคนอื่นอยู่แล้ว เพราะไม่ชอบ ด้วยนิสัยส่วนตัว ไม่ชอบใช้สิ่งของต่างๆ ร่วมกันผู้อื่น (เฉพาะของใช้ส่วนตัวนะครับ) เช่น เสื้อผ้า แก้วน้ำ เป็นต้น
  • เครื่อเป่ามือ ใช้บ้างบางครั้ง แต่รู้สึกว่า แห้งช้า ไม่ทันใจ สู้เช็ดกับเสื้อหรือกางเกงไม่ได้ 555
  • นั่งบนซักโครกประจำ .. สงสัย คงต้องลองเปลี่ยนวิธีบ้าง ก็ดีเหมือนกันนะ
  • กลั้นจาม ไม่เคยทำ ปล่อยเลย แต่ไม่แรง ไม่คนบางคน .. เสียงจามพอดีๆ ครับ
  • ยาแก้ปวดหัว จะไม่พยายามกิน ส่วนใหญ่หันไปพึ่ง ยาหม่อง ยาสมุนไพรวังพรม หรือกาแฟ ไปเลย เพราะปวดหัวของผม เป็นการปวดหัวแบบไมเกรน ประมาณนั้น ครับ 
Ico48
muffin [IP: 145.99.244.98]
22 เมษายน 2551 01:10
#27287
  • กรณียาแก้ปวดศีรษะ มีหลากหลายแบบค่ะ ยาที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ประจำ และรู้จักกันดี คือ Paracetamol ซึ่งโดยปกติไม่ิค่อยมีผลทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหารแต่อย่างใด แต่เนื่องจากยาตัวนี้ (และยาแผนปัจจุบันส่วนใหญ่) ถูก metabolised ที่ตับเป็นหลัก จึงมีผลเสียต่อตับหากรับประทานอยู่บ่อยๆ และต่อเนื่องเป็นเวลานานค่ะ
  • สำหรับยาแก้ปวดอีกกลุ่มที่มีการนำมาใช้รักษาอาการปวดศีรษะอยู่บ้าง ได้แก่ กลุ่ม Non-steriodal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) เช่น Ibuprofen จะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดแผลในทางเดินอาหารได้ เช่นเดียวกับการทาน Aspirin
  • อย่างไรก็ตาม ยาแก้ปวดต่างๆ มักจะมีการใช้อย่างไม่สมเหตุสมผลเสมอ หลายๆ คน ปวดก็พึ่งยา ต้องทานยา ลองหาวิธีการอื่นๆ อย่างเช่นที่คุณ dankejung นำมาแนะนำกันไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ ;)
  • หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับการใช้ยา แนะนำให้ ปรึกษาเภสัชกรค่ะ (วันนี้ promote วิชาชีพจริง จริ๊งงง ฮาา)

ต้องเปลี่ยนนิสัยบางอย่างซะแล้ว (ข้อไหนไม่บอก)

  • ขอบคุณพี่เอ mbunsong แปรงสีฟัน ก็ไม่ได้ใช้ร่วมกันเหมือนกันค่ะ ส่วนเครื่องเป่ามือ คิดเหมือนกันเลยค่ะ แห้งช้าไม่ทันใจ เช็ดกะชายเสื้อ+กางเกงซะงั้น (เป็นสาวเป็นนาง ฮ่า ๆๆ ความลับแตกซะแล้ว) เรื่องชักโครก ปกติจะเข้าแบบ เหยียบไม่นั่งชักโครก แต่ถ้าจำเป็นก็จะใช้กระดาษทิชชู่รองอยู่แล้วค่ะ เหอ ๆ โรคจิตส่วนตัวนิดนึง แหะ ๆๆๆ เรื่องกลั้นจาม นี่ไม่รู้เลยว่าจะมีผลขนาดนี้ กลั้นบ่อยเหมือนกันค่ะ -*- ส่วนยาแก้ปวดหัวนี่ ไม่เลย เพราะไม่ชอบทานยา เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง เลี่ยงไม่ได้ก็จะเลี่ยงค่ะ ฮ่า ๆๆๆ
  • ขอบคุณพี่แป้งแดง muffin ที่มาช่วยต่อยอดบันทึก แนะนำตัวยาให้รู้กันค่ะ
  • ขอบคุณอ. ป้อม คนธรรมดา ค่ะ  พฤติกรรมที่ว่านี่ข้อไหนหว่า???  ทายถูกมีรางวัลอ๊ะป่าวคะ? คิๆๆๆๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.24.192
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ