นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4616
ความเห็น: 1

ทำไมและอย่างไร กับการไป International conference

ดูเหมือนจะยากมากครับในปีแรกๆ แต่ผมถือคติว่า ถ้าทำจนกลายเป็นงานประจำแล้ว ทุกอย่างก็จะดูเป็นปกติเองในที่สุด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ตั้งใจจะทำมาตลอด คือ การเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงที่ไปนำเสนองานวิจัยที่ต่างประเทศ แต่หลายคนอาจสงสัยครับว่า ผมไปนำเสนองานวิจัยแต่ทำไมจึงไม่เขียนบันทึกเกี่ยวกับการนำเสนองานวิจัย แต่กลับเขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวซะเป็นส่วนใหญ่ เลยเหมือนกับว่าไปเที่ยวมากกว่าไปนำเสนองานวิจัย

บันทึกประสบการณ์เกี่ยวกับการนำเสนองานวิจัยมีแน่นอนครับ เพียงแต่รอแรงบันดาลใจหน่อยเท่านั้นเอง ช่วงนี้มีแรง (บันดาลใจ) จะเขียนเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ก็ต้องรีบเขียนครับ เดี๋ยวไฟจะมอดซะก่อน

ผมเดินทางไปนำเสนองานวิจัย ณ ต่างประเทศติดต่อกันเป็นปีที่หกแล้ว ครับ แต่คงเทียบอะไรไม่ได้เลยครับกับนักวิจัยรุ่นเก๋าหลายคนของสงขลานครินทร์ ที่ไม่เพียงไปนำเสนองานวิจัย แต่ไปเป็น Keynote speaker ด้วย

ครั้งแรก ณ the New Zealand Management Accounting Conference (12-13 April 2007) เมือง Auckland ประเทศ New Zealand

ครั้งที่สอง ณ the Global Accounting & Organizational Change Conference (9-11 July 2008) เมือง Melbourne ประเทศ Australia 

ครั้งที่สาม ณ the 2009 Performance Measurement Association Conference (14-17 April 2009) เมือง Dunedin ประเทศ New Zealand

ครั้งที่สี่ ณ the 5th Internatioanl Conference on Accounting and Management Information Systems (16-18 June 2010) เมือง Bucharest ประเทศ Romania

ครั้งที่ห้า ณ the 8th European Network for Research in Organizational and Accounting Change (ENROAC) Conference (1-3 June 2011) เมือง Linbon ประเทศ Portugal

ครั้งที่หก ณ the 12nd International Academy of Management and Business (IAMB) Conference (23-25 April 2012) เมือง Warsaw ประเทศ Poland

ครั้งที่หนึ่ง สอง และสาม ไปด้วยภาระกิจของการเป็นนักศึกษาปริญญาเอก ด้วยข้อผูกพันธ์ทางใจกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่ต้องการให้เรามีประสบการณ์นำเสนองานวิจัยในเวทีวิชาการ ส่วนครั้งที่สี่ ห้า และหก ผมไปด้วยภาระกิจของการเป็นอาจารย์และนักวิจัยที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์มาสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยต่อไป

การไปนำเสนองานวิจัย นอกจากคณะจะได้บรรลุเป้าหมายตาม KPIs วิจัยแล้ว ตัวผมเองก็ได้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงบทความวิจัยเพื่อเตรียมตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติต่อไป ตัวอย่างที่ผมเห็นได้ชัดเจนที่สุดของการได้ประโยชน์จากการไปนำเสนองานวิจัย คือ การไปประชุมวิชาการที่จัดโดย ENROAC ที่ Lisbon (ปี 2011) ผมได้เจอนักวิชาการที่ทำงานใน filed เดียวกับที่มีประสบการณ์เป็น Editors วารสารคุณภาพสูงถึงสามคนและ Associate Editor อีกหนึ่งคน ซึ่งสองในนั้น ได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขความวิจัยซึ่งผมเองมองไม่ออกถึงความผิดพลาดดังกล่าว แต่เมื่อปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแล้ว บทความของผมดูดีขึ้นมากเลยครับ (ในสายตาผม) ตอนนี้บทความดังกล่าว อยู่ในกระบวนการ review ของวารสารหนึ่งอยู่ครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผมการเดินทางไปนำเสนองานวิจัย ควรให้มากกว่าการนำเสนองานวิจัย ประมาณว่าต้องได้ประสบการณ์อื่นๆ ติดตัวมาด้วย การเดินทางท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งคุณค่าที่ได้จากการเดินทางไปนำเสนองานวิจัย ได้ประสบการณ์กลับมาเล่าเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมงาน (รวมทั้งการเขียนบันทึกเหล่านี้ด้วย) ได้ถ่ายรูปและเก็บเกี่ยวเรื่องราวเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษาในห้องเรียน เป็นต้น

บางคนอาจมีคำถามว่า ทำไมไปทุกปี ไม่เบื่อและเหนื่อยกับการเดินทางบ้างเหรอ

ก็มีบ้างครับที่เหนื่อยเพราะต้องนั่งเครื่องบินติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ยังไม่เบื่อครับ เพราะเดินทางทุกครั้งก็มีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอด ได้ไปยังจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝันและเจอสถานที่ใหม่ๆ เจอทั้งเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่า การเดินทางแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่น่าประทับใจทั้งสิ้น

น้องๆ ที่คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เคยถามว่า ผมมีวิธีในการเลือกเวทีการประชุมวิชาการเพื่อนำเสนองานวิจัยอย่างไร

ถึงแม้ว่าแต่ละปีจะมีเวทีนำเสนองานวิจัย ด้านธุรกิจและการจัดการ ที่จัดขึ้นทั่วโลกจำนวนมาก แต่สำหรับผม วิธีการเลือกไม่ได้ยุ่งยากเลยครับ เพียงแต่หลักเกณฑ์การเลือกแต่ละปีก็แตกต่างกันออกไปครับ เช่น สองครั้งแรก อาจารย์ที่ปรึกษาเลือกให้ เราแค่ไปเตรียมตัวให้พร้อมก็พอ ครั้งที่สามเลือกเองและเลือกไปที่เดียวกับอาจารย์ที่ปรึกษา (อาจารย์ที่ปรึกษาก็ไปนำเสนองานวิจัยที่นั่นด้วย)  เพียงแต่เหตุผลของผม คือ อยากไปเที่ยวออสเตรเลีย ส่วนครั้งล่าสุด ผมเลือกเวทีการประชุมที่จัดโดยสมาคมวิชาชีพและมีการทำจัดเอกสารสืบเนื่องจากการประชุม (proceeding) เพราะต้องการนำผลงานดังกล่าวมาใช้ขอตำแหน่งทางวิชาการ (ไม่ใช่ทุกการประชุมน่ะครับ ที่จัดทำ proceeding)

โดยปกติ หลักเกณฑ์ง่ายๆ ของผมในการเลือกเวทีประชุมวิชาการ คือ

1. สร้างแรงบันดาลใจโดยเลือกประเทศที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวก่อน เพียงแต่ไม่ใด้เลือกประเทศเดียวนะครับ เลือกเผื่อไว้หลายประเทศหน่อย ซึ่งโดยปกติ ผมจะเลือกไว้ล่วงหน้าหลายเดือนทีเดียวครับ 

2. ติดตามข่าวกาารประชุมวิชาการ จากเว็บไซด์ต่างๆ อาทิ เว็บของสมาคมวิชาชีพ (เช่น Social Science Research Network, Academy of Management, European Institute for Advanced Studies in Management, Australian and New Zealand Academy of Management) เว็บของมหาวิทยาลัยต่างๆ (เช่น Center for Accounting, Governance and Sustainabiity, UniSA & Center for Social and Environemnt Accounting Research, University of St Andrews) เว็บที่รวบรวมงานประชุมวิชาการ (AllConferences.com & ConferenceAlarts.com) และ ประกาศของวารสารวิชาการหรือสำนักพิมพ์ (QRAM & Inderscience.com) เป็นต้น

3. เข้าไปเช็คดูว่ามีเวทีนำเสนองานวิจัยในประเทศนั้นๆ หรือไม่ โดยเลือกเฉพาะที่ตรงกับสาขาการวิจัยของเรา ปกติผมจะเลือกการประชุมวิชาการที่ไม่ใช่การจัดครั้งแรก เพราะ มีความน่าเชื่อถือมากกว่า และที่สำคัญได้มีโอกาสศึกษารายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจัดประชุมเพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น ดูบทความที่นำเสนอในปีที่ผ่านมาว่าเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาของเรามากน้อยแค่ไหน จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ความหลากหลายของผู้เข้าร่วมประชุมและบรรยากาศการประชุมที่ผ่านมา นอกจากนั้น บางครั้ง ก็ดูว่าใครมาเป็น Keynote speakers บ้าง เป็นต้น

ผมยังคงตั้งเป้าหมายว่าจะไปประชุมวิชาการทุกปี แต่สิ่งที่ยากกว่าการเลือกเวทีการประชุมวิชาการ คือ การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ หลังจากที่กลับมาจากการนำเสนองานวิจัยแล้ว เพราะถ้าผมไม่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ   ผมก็ไม่มีโอกาสได้รับทุนใปนำเสนองานวิจัยที่ต่างประเทศอีกในปีต่อไป เพราะ ประกาศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่าด้วยแนวทางการพิจารณาจัดสรรทุนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยในกิจกรรมทางวิชาการ ณ ต่างประเทศ จะพิจาณาสนับสนุนทุนให้กับผู้ที่ขอทุนในครั้งที่สองเป็นต้นไป เมื่อ มีผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูล ISI หรือ SCOPUS แล้วเท่านั้น

ดังนั้นนอกจากจะมีบทความวิจัยไปนำเสนอแล้ว (ซึ่งก็ไม่ง่ายนัก) คุณภาพของบทความที่ไปนำเสนอต้องอยู่ในระดับที่ดีพอที่จะส่งไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ปรากฎในฐานข้อมูล ISI หรือ SCOPUS ด้วย และโดยปกติ การพิจารณาบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพ จะใช้เวลาประมาณหนึ่งปีหรือมากกว่า ดังนั้น ถ้าไม่มีบทความวิจัยที่พร้อมตีพิมพ์หลังจากกลับมา โอกาสที่ได้ไปนำเสนองานวิจัยที่ต่างประเทศอีกตามเป้าหมายก็จะหลุดลอยไป

ดูเหมือนจะยากมากครับในปีแรกๆ แต่ผมถือคติว่า ถ้าทำจนกลายเป็นงานประจำแล้ว ทุกอย่างก็ดูเป็นปกติเองในที่สุด ถึงแม้จะไม่ง่าย แต่ก็สามารถอยู่ในระดับที่ (น่าจะ) จัดการได้ บางครั้งถึงจะจัดการไม่ได้ ก็หาทางหนีทีไล่ได้

ทุกอย่างเริ่มที่ใจครับ... ถ้าใจมันอยาก ก็ (เกือบ) ทุกอย่างล่ะครับที่เป็นไปได้

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 พฤษภาคม 2555 00:12 แก้ไข: 14 พฤษภาคม 2555 00:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 ServiceMan, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Pisan [IP: 172.21.176.48]
14 พฤษภาคม 2555 00:33
#77196

เป็นบันทึกที่ดีมากและเป็นประโยชน์อย่างมากเลยครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.174.30
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ