นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2390
ความเห็น: 2

เหมืองเกลือเก่า Wieliczka Salt Mine, Poland

ปัจจุบันเหมืองเกลือแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเป็นหนึ่งใน UNESCO World Heritage

เหมืองเกลือเก่าที่ตั้งอยู่ในเมือง Wieliczka ย่านชานเมือง Krakow เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจุดหนึ่งของนักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือน Krakow ดินแดนทางตอนใต้ของโปแลนด์ เหมืองนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และผลิตเกลือแกง จนกระทั่งปี 2007 นับได้ว่าเป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดเหมืองหนึ่งในโลกที่ยังคงดำเนินการอยู่ในสมัยนั้น แต่อย่างไรก็ตาม การผลิตเกลือเชิงพาณิชย์ได้ปิดดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 1996 เพราะไม่คุ้มทุนและเกิดน้ำท่วมเหมือง

ปัจจุบันเหมืองเกลือแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และ เป็นหนึ่งใน USESCO World Heritage ครับ

การเดินทางจาก Krakow ไปยัง Wieliczka ที่สะดวกที่สุดน่าจะเป็นการเดินทางโดยรถโดยสายประจำทางสาย 301 ซึ่งจะใช้เวลาประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็นับว่าไม่นานเกินไปครับ และนอกจากนี้เรายังได้มีโอกาสชมบรรยากาศเมืองไปในตัวด้วย ค่ารถประมาณไม่เกิน 40 บาทต่อหนึ่งเที่ยวครับ ป้ายรถสาย 301 ในเมือง Krakow ก็หาไม่ยากเลยครับ ถ้าเราออกจากสถานีรถไฟ เดินมุ่งหน้าไปยังถนน เลี้ยวขวาและเมื่อเจอสามแยกก็เลี้ยวซ้ายอีกทีก็ถึงเลยครับ แต่ถ้ายังงงๆ ก็ถามทางจากเจ้าถิ่นได้เลยครับ (อาจจะง่ายกว่าด้วย)

ค่าธรรมเนียมการเข้าชมเหมืองเกลือพร้อมด้วยไกด์ภาษาอังกฤษจะตกอยู่ที่คนละประมาณ 700 บาทครับ และถ้าต้องการถ่ายภาพภายในเหมืองก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละประมาณ 80 บาท ครับ การเข้าชมจะมีเป็นรอบๆ ครับ ในทุกชั่วโมง นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว เราสามารถเลือกไกด์ภาษาอื่นๆ อีก ได้แก่ โปแลนด์ รัสเซีย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน เยอรมัน และสเปน แต่คงต้องร้องเพลงรอไปก่อนสำหรับภาษาไทย

ทางเข้าเหมืองเกลือ Wieliczka เป็นอาคารหลังเล็กๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นที่ตั้งของเหมืองเกลือที่ลึกถึง 300 กว่าเมตร (ประมาณ 1,000 ฟุต) และมีความยาวของเส้นทางในเหมืองกว่า 300 กิโลเมตร (ประมาณ 190 ไมล์) จากอาคารทางเข้า ผู้เข้าชมต้องเดินลงบันไดไม้จำนวน 378 ขั้นเพื่อลงไปในความลึกที่ 64 เมตร ระยะทางในการเดินชมในเหมืองทั้งหมดเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ณ ความลึกสูงสุดที่ 135 เมตรใต้ดิน และเมื่อสิ้นสุดการเยี่ยมชม จะกลับขึ้นมาด้านบนด้วยลิฟท์แคบๆ ที่จุคนได้แค่ประมาณ 8-10 คนเท่านั้นเองครับ

Wieliczka Salt Mine

เหมืองอันใหญ่โตแห่งนี้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร อาทิ การผลิตอาวุธและกำลังบำรุง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับทางทหาร ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกองทัพเยอรมัน

ขณะที่เราเดินผ่านจุดต่างๆ ในเหมือง เราจะเห็นว่า  การใช้ไม้เป็นวัสดุค้ำยันเพื่อป้องกันเหมืองถล่มซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณวิธีแล้ว

Wieliczka Salt Mine

เนื่องจากชาวเหมืองต้องทำงานและอาศัยในเหมืองเป็นระยะเวลานาน เราจะเห็นศิลปะแขนงต่างๆ ของชาวเหมืองที่สะท้อนความเชื่อและสิ่งที่เป็นความสำคัญของชาวเหมืองปรากฎในรูปแบบของศิลปะอยู่ประปราย

Wieliczka Salt Mine

 

 

จุดที่นับได้ว่าเป็น Highlight ของการเยี่ยมชมเหมืองเกลือแห่งนี้ คือ The Chaple of Saint Kinga ซึ่งเป็นโบสในเหมือง ที่มีความงดงามและแปลกตามากทีเดียว

Wieliczka Salt Mine

 

ดูเหมือนว่าทุกอย่างในเหมืองนี้จะทำด้วยเกลือ ซึ่งมีลักษณะที่ต่างกัน อาทิ คริสตัลและหิน (rock salt) เป็นต้น

Wieliczka Salt Mine

 

สถานที่นี้ยังถูกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในบางครั้ง ดังนั้นขณะที่เราเยี่ยมชม จะเห็นร่องรอยการใช้งานของโบสแห่งนี้อยู่บ้าง

Wieliczka Salt Mine

 

ขณะเดินชมเหมือง เราจะสามารถเห็นเกลือย้อยที่จะงอดออกจากเพดานยื่นออกมาประมาณ 10 เซ็นติเมตร ไกด์บอกว่า การงอกของเกลือ เป็นปกติของเหมืองที่ยังมีเกลืออยู่อีกเป็นจำนวนมากเพียงแต่การดำเนินงานในลักษณะเหมืองไม่คุ้มทุนอีกต่อไป

Wieliczka Salt Mine

เอกสารนำเที่ยวเหมืองเกลือ บอกว่า บริเวณนี้เมื่อ 20 ล้านปีที่แล้วเคยเป็นก้นทะเลตื้นๆ ที่เป็นแอ่งเกลือ ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะไม่มีทะเลและหาดทรายให้เห็นแล้วก็ตามแต่พยานที่บอกว่าที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน คือ การที่มีเกลือจำนวนมากอยู่ตามพื้นและใต้ดิน

ไกด์บอกว่าเมื่อก่อนการทำเหมืองเกลือยังไม่จำเป็นต้องขุดลึกลงไปใต้ดินเพราะบนดินก็สามารถหาเกลือได้แล้ว การสกัดเกลือทำโดยวิธีง่ายๆ คือ การต้มน้ำเกลือ แต่เมื่อมีการค้นพบว่าใต้ดินมีเกลือจำนวนมากกว่า การทำเหมืองเกลือก็ได้เริ่มต้นขึ้น

การมาเที่ยวชมเหมืองเกลือแห่งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผมมาทีเดียวครับ ก่อนนี้ ผมไม่เคยคิดเลยว่ามนุษย์เราต้องใช้ความพยายามมากถึงขนาดนี้เพื่อให้ได้เกลือมาบริโภค สำหรับบ้านเราดูเหมือนว่า แค่เอาน้ำทะเลมาตากแห้งก็ได้เกลือแกงแล้ว แต่สำหรับชาวโปแลนด์ดูเหมือนว่ากว่าจะได้เกลือมาแต่ละเม็ดต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและอาจจะถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 พฤษภาคม 2555 15:25 แก้ไข: 10 พฤษภาคม 2555 20:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

รอรูปที่จะโผล่มาในไม่ช้าครับ ^_^

เราเอง

ระยะทาง 300 กิโลเมตรใต้ดินนั้น เป็นอุโมงค์ที่เดินทางข้ามจังหวัดกันเลยนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.175.121.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ