นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 95
ความเห็น: 0

การตลาดกับความต้องการของลูกค้า

การตลาดปัจจุบันในเรื่องการวิเคราะห์ลูกค้าอย่างเดียว อาจไม่ได้ช่วยให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการมากนัก แต่จะต้องสร้างความเชื่อมั่นในด้านต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่าและไม่เปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าจากองค์กรที่เป็นคู่แข่ง จึงทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ การนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต หรือแม้แต่การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือเข้ามามีส่วนร่วมในการขาย ดังนั้น จึงต้องนำเอาปัจจัยบวกเหล่านี้เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ลูกค้าจากกระบวนการสำคัญ ซึ่งแนวทางการทำงาน ดังนี้

-  ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร (Who) ซึ่งถือว่าเป็นการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อนำเสนอขายสินค้าและบริการ เมื่อทราบว่าลูกค้าเป็นใครจะทำให้เข้าใจว่าพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลต่อกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงจุด ปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการขายมากขึ้น เพราะเขารู้ว่าลูกค้าเป็นใครจึงสามารถทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปแบบทางการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ช่องทางการขาย การนำเอางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะต้องให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า

-  ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร (What) ขั้นตอนนี้เป็นกลยุทธ์ในการวิเคราะห์ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการซื้อ ทุกแบรนด์จะต้องทราบว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า จะต้องมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุน ตัวอย่างเช่น หากทราบว่าลูกค้าเป็นใครแล้ว ต้องค้นหาต่อว่าเขาต้องการซื้ออะไร ซึ่งอาจมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่องทางการจำหน่าย โปรโมชั่น หรือแม้แต่เรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น แบรนด์จะต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพสูงสุด และสื่อสารเพื่อตอกย้ำว่าแบรนด์ของตนเองนั้นเป็นสินค้าคุณภาพดี ซึ่งลูกค้าจะต้องพิสูจน์เรื่องคุณภาพได้ จึงต้องสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องการกำหนดวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และอื่นๆ ที่ส่งเสริม ให้เห็นถึงเรื่องคุณภาพที่ดี หากสามารถทำได้ตามความต้องการของลูกค้า ๆ จะช่วยทำการตลาดและบอกต่อถึงความประทับใจได้เป็นอย่างดี  อย่าลืมว่าความต้องการของลูกค้านั้นหลากหลาย ดังนั้น จะต้องรู้ว่าพวกเขาเป็นใครก่อน จึงทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-  ต้องรู้ว่าทำไมลูกค้าถึงตัดสินใจซื้อ (Why) เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์เรื่องวัตถุประสงค์ของการตัดสินใจซื้อ ซึ่งผู้บริโภคแต่ละคนนั้นอาจมีความตั้งใจในการซื้อไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่มักซื้อสินค้าและบริการเพื่อบริโภคเอง เพื่อใช้ในครอบครัว หรือใช้เพื่อธุรกิจ เป็นต้น การวิเคราะห์ว่าเพราะเหตุใดลูกค้าจึงต้องมาซื้อสินค้าของตนเอง จะช่วยให้นักการตลาดสามารถกำหนดแนวทางการทำงาน เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการนำเสนอขาย รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจด้านการซื้อ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์
ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

-  ต้องรู้ว่าลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์เมื่อไหร่ (When) เพื่อเป็นการวิเคราะห์โอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แม้ว่าพฤติกรรมในการซื้อของลูกค้านั้นแตกต่างกันมาก แต่ช่วงเวลาในการซื้อมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเช่นกัน  นักการตลาดจะต้องมีการกำหนดกลยุทธ์การผลิต รวมทั้งการนำเสนอรูปแบบในการขายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้แล้ว การทราบเรื่องระยะเวลาในการซื้อสินค้าและบริการ จะช่วยให้แบรนด์สามารถกำหนดกลยุทธ์การทำงานด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้เกิดขึ้นกับลูกค้า

- ต้องรู้ว่าลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไหน (Where) กระบวนการนี้จะเป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรม การซื้อของลูกค้าว่านิยมซื้อผ่านช่องทางไหน เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าของตนเองได้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น บางธุรกิจได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับช่องทางในการจัดจำหน่ายที่อยู่ในความนิยมของลูกค้า สินค้าบางประเภทลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปเดินซื้อตามห้างร้านต่าง ๆ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงได้มีการพัฒนาช่องทางในการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ จึงช่วยธุรกิจลดรายจ่ายสำหรับช่องทางการกระจายสินค้าได้เป็นอย่างดี หรือบางธุรกิจทำการสำรวจว่าผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายนิยมซื้อสินค้าในช่องทางไหนมากที่สุด ก็จะหันมาลงทุนพัฒนารูปแบบการขาย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า เนื่องจากปัจจัยด้านความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าและบริการ คือปัจจัยหลักที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากหัวข้อสำคัญ ๆ ข้างต้นแล้ว กระบวนการในการวิเคราะห์ลูกค้ายังต้องเน้นเรื่องการตัดสินใจซื้อซึ่งปัจจุบันนี้มักจะมีบุคคลอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วยเสมอ เพราะสินค้าบางประเภทจะมีบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเสมอ เนื่องจากสินค้าบางประเภทคนซื้อไม่ได้ใช้คนเดียว หรือคนซื้อไม่มีความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่กำลังซื้อ จึงต้องอาศัยเพื่อน ๆ หรือคนในครอบครัวที่มีความรู้มาช่วยตัดสินใจเสมอ ดังนั้น นักการตลาดจะต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์เพื่อโน้มน้าวหรือสร้างความพึงพอใจให้กับบุคคลที่สนับสนุนการตัดสินใจซื้อด้วย

การศึกษาและวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ยังคงมีความสำคัญมากต่อการกำหนดทิศทางการตลาด เพราะธุรกิจต่าง ๆ ในยุคใหม่จะประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ดังนั้น นักการตลาดจะต้องทำความรู้จักและเข้าใจในความต้องการรวมทั้งปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา และตอบสนองความต้องการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย

 

ที่มา http://marketeer.co.th/

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 มีนาคม 2560 23:41 แก้ไข: 19 มีนาคม 2560 23:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.198.118.102
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ