นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ServiceMan
Ico64
Sathaya Bunratchoo
Engineer
Scientific Equipment Center, PSU
Network
Members · Following: 3 · Followed: 2

อ่าน: 980
ความเห็น: 0

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น

สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ

   สำนวนไทยง่ายๆ ที่สอนเรามาโดยตลอดเรื่องความเชื่อและการนำไปปฏิบัติ

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น และเพิ่มเติมต่อมาเป็น

สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ

สิบมือคลำไม่เท่าคลำเอง

 

สิบปากว่าก็เหมือน ฟังเขามา เขาว่ามาอย่างนั้นอย่างนี้ สิ่งนั้นดีสิ่งนี้ไม่ดี ห้ามทำอย่างนั้นต้องทำอย่างนี้ เล่าต่อๆ กันมา เช่นเดียวกับกันอ่านหนังสือมาก เหมือนการฟังมาก ไม่ได้ทำให้เรารู้มาก หรือรอบรู้ เสียทีเดียว หากเราฟังหรืออ่านมาโดยไม่คิดตาม ไม่ลองนำไปปฏิบัติดูบ้าง ความรู้ก็ยังไม่เกิด การเรียนรู้จากหนังสือให้รู้จริง ก็ต้องทำแบบฝึกหัด ฉันใดก็ฉันนั้น

 

สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ แม้ว่าจะมีใครคนใดได้เห็นการปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง และนำมาบอกเล่าต่อ ซึ่งคาดว่าน่าเชื่อถือ แต่ก็รับประกันไม่ได้ว่าการถ่ายทอดจะไม่ตก หล่น เราต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง

 

สิบมือคลำไม่เท่าคลำเอง การนำไปปฏิบัติด้วยตัวเองและได้แก้ปัญหาด้วยตัวเองดีที่สุด เพราะในการปฏิบัติจริง ปัญหาที่เจอ ความสำเร็จที่พบ อาจไม่เหมือนที่คนอื่นพบเจอ อาจไม่เหมือนที่เขาเล่าๆ กันมาก็เป็นได้ คนที่ไม่เคยปฏิบัติก็พูดได้เต็มปากว่ายากอย่างนั้นยากอย่างนี้ หรือง่ายอย่างนั้นง่ายอย่างนี้ แต่หากให้ลองทำเองบ้างกลับไม่กล้าลอง แล้วอย่างนี้จะเป็นคนเก่งคนกล้าได้อย่างไร

สุดท้ายผมเจอ นิทานดีๆ เรื่อง สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ลองอ่านและคิดตามดูครับ

     มีกระทาชายนายหนึ่ง เป็นชาวชนบทหลังจากที่แต่งงานแล้วไม่นานนักตีเสียว่าสักเดือนสองเดือน มีธุรกิจเกี่ยวกับการหาเงินทองมาใช้จ่าย จึงให้เมียอยู่บ้านโดยลำพัง ส่วนตัวเองเดินทางไปค้าขายในต่างถิ่น เป็นเวลาเกือบสองปีก็คิดว่าเสร็จธุรกิจทางการค้าขายแล้ว ก็คิดว่าไหน ๆ เราก็จากบ้านเกิดมืองนอนมานานแล้ว น่าจะได้คาถามอาคมอะไรดี ๆ ไว้ใช้ประจำตัวบ้าง คิดได้ดังนั้นก็เข้าไปถวายตัวอยู่เป็นศิษย์ในสำนักของฤๅษี
แกเฝ้าปรนนิบัติเก็บผักกัหฟืนอยู่อีกหลายเดือน เรียนคาถาอาคมได้หลายอย่างดี ๆ ทั้งนั้น ครั้นตอนลากลับบ้าน พระฤๅษีสอนมนต์ให้บทหนึ่ง เรียกว่า "คาถาเข้าบ้าน" หมายความว่า ให้เสกเวลาเข้าไปในบ้านเรือนของตน
คาถานั้นมีว่า " โอม ..สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่ากระทำในใจ ดีอยู่ที่ปาก ทุกข์ยากอยู่ที่มือ เพี้ยง ! "
พระฤๅษีสั่งว่า เจ้าจากบ้านเรือนมานาน เวลาจะเข้าบ้านให้เสกบทนี้ แล้วจะได้เมียหนึ่งคนกับลูกหนึ่งคน
ในระหว่างทาง ก่อนจะถึงบ้าน เขาได้พบกับเพื่อนคนหนึ่งและได้รับข่าวร้ายว่าภรรยาของเขาได้นอกใจเสียแล้ว หลับนอนกับชายชู้จนมีลูกได้ 1 คน
ข่าวนี้เสมือนสายฟ้าฟาดลงบนกระหม่อมของเขา "เสียแรงรักเสียแรงที่เขาอุตส่าห์ทำงานตรากตรำบากหน้าไปหาเงินหาทองถึงแดน ไกล มีชู้เสียได้! " เขารำพึงด้วยความน้อยใจระคนกับความแค้น

"คิดดูเอาเองก็แล้วกัน เพื่อนเอ๋ย ..ฉันเองก็ไม่เคยคิดว่าเมียเพื่อนจะเป็นถึงอย่างนั้น แต่.." เพื่อนอีกคนหนึ่งบอกข่าว
"ข้าคิดว่า แกตรงไปที่บ้านแม่จะดีกว่าบ้านเมีย" ชาวบ้านอีกคนตักเตือนด้วยเหตุผลอย่างเดียวกัน
คนอื่น ๆ อีกก็ล้วนแต่ให้ข่าวทำนองเดียวกันนี้ เพราะเขารู้กันทั่วบ้านว่า "ผัวไม่อยู่ แล้วเมียดันมีลูก" และปักใจเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าเมียตัวมีชู้ ไม่มีทางจะเป็นอย่างอื่น "แล้วเมียทรยศอย่างนี้จะเก็บไว้ทำไม อย่ากระนั้นเลย ฆ่ามันเสีย!" เขาคิดคำนึงและตัดสินใจ แล้วก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของตนซึ่งเป็นบ้านที่เขาทิ้งให้ภรรยาอยู่ตามลำพัง ตอนนี้จิตใจของเขาได้เปลี่ยนจากคนสามัญเป็นเพชฌฆาตแล้ว พร้อมที่จะสังหารนางเมียหญิงสองใจและถ้าเป็นไปได้เจ้าชายชู้และลูกของมันก็ จะต้องตายในคราวเดียวกันด้วย
เขาซ่อนร่างเข้าไป จนถึงหน้าห้องนอนของเมีย แน่แล้ว! ได้มีเสียงแว่วออกมาจากในห้อง
"ดึกแล้ว แก้วตานอนกันที อย่ากวนนักเลย" เป็นเสียงที่เขาได้ยินอย่างชัดเจน
เขาชักดาบคู่มือออกมากุมแน่น
"มันกำลังพรอดรักอยู่กับชายชู้พอดี" เขาคิด แต่แล้วพระคาถาที่เรียนมาจากฤๅษีก็แว่วขึ้นในใจ
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น"
ทำให้เขาได้สติว่า ข่าวคราวต่าง ๆ ที่เราได้ทราบมาก่อนนั้นอาจจริงหรือไม่จริงก็ได้พระอาจารย์ก็บอกแล้วว่า "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ถ้ากระนั้น เราน่าจะเปิดประตูออกดูให้เห็นกับตาเสียก่อนดีกว่า
เขาค่อย ๆ ผลักประตูออก แล้วกวาดสายตาดูภายในห้อง ไม่มีอะไรชวนสงสัยที่จะเป็นอื่น ในเมื่อมีมุ้งกางไว้หลังเดียว แลวมีคนนอนอยู่ในมุ้งนั้นเกินกว่า 1 คน มันเป็นเมียของเราคนหนึ่ง แล้วอีกคนล่ะเป็นใคร นอนจากชายชู้ ไม่ต้องดูหน้ามันให้เป็นเสนียดนัยน์ตาแล้ว จัดการเสียเลยดีกว่า
ดาบคู่มือของเขาซึ่งเตรียมพร้อมอยุ่แล้ว ได้ถูกเงื้อขึ้นสุดแรงแขนหมายจะฟันให้ยับคามุ้ง
แต่ทันใดนั้น พระคาถาท่อนที่สองก็แว่วขึ้นในใจของเขา
"สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ
"จริงซี ไหนลองคลำดูก่อนสิ" เขาคิดแล้วก็ใช้มือที่ว่างคลำดูเบา ๆ ความมั่นใจของเขาแต่เดิมที่ว่าเมียกับชู้กำลังนอนอยู่ด้วยกันนั้น ได้เปลี่ยนไปเพราะปรากฏว่าคนที่กำลังหลับนอนอยู่ในมุ้งนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่ คนหนึ่งกับเด็กน้อยอีกคนหนึ่ง
"ก็ช่างปะไร เจ้าเด็กคนนี้มันจะเป็นคนอื่นไม่ได้นอกจากลูกชายชู้ ลูกมันก็เหมือนตัวมัน เชื้อไม่ทิ้งแถว"
แต่ก่อนที่การฆาตกรรมมืดจะเกิดขึ้น คาถาของพระอาจารย์ท่อนที่สามและสี่ก็แว่วขึ้นในใจ
"สิบมือคลำไม่เท่ากระทำในใจ
"ดีอยู่ที่ปาก ทุกข์ยากที่อยู่มือ
"สิบมือคลำยังไม่เท่ากระทำในใจ" ต้องคิด ต้องพิจารณาใจจะมีประโยชน์อันใด ถ้าคนเราอาศัยแต่เพียงลมปาก และว่า "ทุกข์ยากอยู่ที่มือ" นี่ใจเราก็ยังไม่ได้พิจารณาให้รอบคอบ ปากเราก็ยังไม่ได้ใช้ ปากเรามีแต่ไปเชื่อแค่ลมปากคนอื่น จะฆ่ามันเมื่อไรก็ฆ่าได้ ลองปลุกขึ้นมาถามดูก่อนดีกว่า
เมื่อเขาปลุกภรรยาขึ้นมาซักถามดูแล้วก็ได้ความว่า เมื่อเขาจากไปแล้วภรรยาก็ตั้งท้อง จนกระทั่งคลอดลูกออกมาเป็นทารก นางอุตส่าห์ถนอมเลี้ยงดู หวังจะเอาลูกผู้น่าเอ็นดูไว้รับสามี วันคืนเดือนปีและอายุของเด็กนั้น สอบสวนแล้ว มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า เด็กนั้นเป็นลูกของเขาเอง เขารำพึงแต่ในใจว่า

"สิบปากว่า ..สิบปากว่า

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เชื่อคนง่ายเสียคนเร็ว คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ จงพกหินในอกอย่าพกนุ่น และ ..อย่าวู่วามโกรธง่ายจะเสียใจภายหลัง

*************

อ้างอิง : https://www.facebook.com/stageDhamma/posts/357553637672607

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 สิงหาคม 2558 18:49 แก้ไข: 14 สิงหาคม 2558 19:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LUX, Ico24 Our Shangri-La, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.11.9
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ