นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

AT.K
Ico64
นาย อรรถชัย นล คงตุก
วิศวกร
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 207
ความเห็น: 0

การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ Business Continuity Management (BCM)

BCM

การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ Business Continuity Management (BCM)
หมายถึง องค์รวมของกระบวนการบริหารซึ่งชี้บ่งภัยคุกคามต่อองค์กร และผลกระทบของภัยคุกคามนั้นต่อการดำเนินธุรกิจ และให้แนวทางในการ สร้างขีดความสามารถให้องค์กรมีความยืดหยุ่น เพื่อการตอบสนองและปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และกิจกรรมที่สร้างมูลค่าที่มีประสิทธิผล กระบวนการ BCM นั้นต้องประกอบไปด้วย Business Continuity Plans (BCP) หรือ แผนความต่อเนื่องทาง ธุรกิจ และ Incident Management Plans (IMP) หรือ แผนจัดการอุบัติการณ์ฉุกเฉิน
โดย BCP คือ เอกสารที่รวบรวมขั้นตอน และข้อมูลซึ่งทำให้องค์กรพร้อมที่จะนำไปใช้เมื่อเกิดอุบัติการณ์ เพื่อให้ สามารถดำเนินการในกิจกรรม หรือกระบวนการหลักในระดับที่กำหนดไว้
 ส่วน IMP คือ แผนหรือแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้เพื่อใช้เตรียมความพร้อมของระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน และผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย ภัยธรรมชาติ สารเคมีรั่วไหล การก่อวินาศกรรม ฯลฯ ที่อาจเป็นเหตุ ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม

กรอบแนวทางการบริหารจัดการ BCM    
มีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง 6 องค์ประกอบหลัก หรือเรียกว่าเป็นวงจรการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ  (BCM Life Cycle)  โดยมีรายละเอียดดังนี้





1. การรบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM Policy and Programme Management)
คือ การจัดทำกรอบนโยบายและการบริหารจัดการโครงการหรือการกำหนดโครงสร้างหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากร

 
2. ปลูกฝัง BCM ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร (Embedding BCM in the Organization’s Culture)


3. เข้าใจองค์กร (Understanding the organization) หมาย ถึง ความรู้ความเข้าใจสภาพขององค์กรว่าจะรับผลกระทบทางธุรกิจหรือความเสี่ยงได้เท่าใด


     3.1 การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis – BIA)
การทำ BIA เป็นการพิจารณาความสำคัญแต่ละผลิตภัณฑ์,บริการ ,กระบวนการ และกิจกรรม ขององค์กร เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นหากเกิดการหยุดชะงัก และความจำเป็นในการเร่งกู้คืนตามลำดับความสำคัญของงาน เพื่อไม่ให้บริษัทเกิดความเสื่อมเสียหรือเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง



http://www.isotoyou.com/index.php/article/532-iso22301-bia.html


     3.2 การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment – RA)
          เพื่อทำให้รู้จุดอ่อนและสิ่งที่คุกคามต่อการดำเนินงานของ องค์กร เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้สงครามหรือการประท้วง และนำผลการประเมินไปกำหนดวิธีดำเนิน การเพื่อลดโอกาสของการหยุดชะงักหรือลดเวลาของการหยุดชะงัก และจำกัดผลกระทบของการหยุดชะงัก

4. กำหนดกลยุทธ์ BCM (Determining BCM strategy) คือ การกำหนดแนวทางในการตอบสนองต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่กลยุทธ์กู้คืน การดำเนินงาน (Recovery Strategy)


5. พัฒนาและจัดเตรียมวิธีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉิน (Developing and Implementing a BCM Response)


6. ทดสอบ ปรับปรุง และทบทวนแผน (Exercising, Maintaining and Reviewing)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 สิงหาคม 2560 18:35 แก้ไข: 14 สิงหาคม 2560 18:35 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Zenki.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.161.108.158
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ