นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

อั้ม
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 1465
ความเห็น: 0

ชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่สามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสหลายสายพันธุ์ได้ในคราวเดียว

การพัฒนาระบบ multiplex real-time RT-PCR เทคนิคที่ทำได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ในการตรวจวินิจฉัยได้ภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากได้รับสิ่งส่งตรวจ

ครั้งแรกของประเทศไทย “ชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่สามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสหลายสายพันธุ์ได้ในคราวเดียว”

สวทช. ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยผลสำเร็จ “พัฒนาชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่สามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสหลายสายพันธุ์ได้ในคราวเดียว” เป็นรายแรกของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2551 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดแถลงข่าว ผลสำเร็จงานวิจัยไทย
พัฒนาชุดตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่” ซึ่งสามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ผลสำเร็จดังกล่าวมีส่วนช่วยในการจัดการกับการแพร่กระจายของเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช./วท.) กล่าวว่า การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข เนื่องจากเชื้อไวรัส สามารถแพร่กระจายในกลุ่มประชากรได้อย่างรวดเร็ว ในอดีตที่ผ่านมาได้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ ส่งผลให้ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากมาแล้ว และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ หรือที่เรียกกันว่าไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 การระบาดของโรคไข้หวัดนกได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านสาธารณสุข สังคม การค้าการส่งออก รวมทั้งได้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ โดยมีรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกในคน ทั่วทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา รวมทั้งสิ้น 15 ประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิต 245 ราย จากผู้ติดเชื้อ 387 ราย (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกวันที่ 10 กันยายน 2551) และการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีก 63 ประเทศ (ข้อมูลจาก OIE วันที่ 25 กันยายน 2551)

จากปัญหาดังกล่าว สวทช. จึงได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยด้านไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนกมาอย่างต่อเนื่อง และ หนึ่งในโครงการวิจัยดังกล่าว ได้สนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาชุดตรวจแยกสายพันธุ์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แก่ศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ และคณะผู้วิจัย จากคณะแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการพัฒนาชุดตรวจแยกชนิดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ประสบความสำเร็จ และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ที่สนใจแล้ว ทั้งนี้ เทคนิคที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นนี้สามารถให้ผลการวินิจฉัยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนก รวมทั้งสามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสได้พร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีพีซีอาร์ทั่วไป ผลจากงานวิจัยดังกล่าว จะมีประโยชน์ต่อการเฝ้าระวัง การควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก ของกระทรวงสาธารณสุข และของประเทศต่อไป

ด้านศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ นักวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลงานวิจัยดังกล่าวว่า การเลือกวิธีตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกจำเป็นต้องมีความถูกต้อง มีความไวสูง ค่าใช้จ่ายต่ำ และใช้เวลาน้อย ดังนั้น การตรวจหาจีโนมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่โดยเทคนิคพีซีอาร์ จึงเป็นวิธีหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นเทคนิคพื้นฐานทางอณูชีววิทยาไม่จำเป็นต้องมีเชื้อที่มีชีวิตในสิ่งส่งตรวจ ใช้เวลาในการตรวจเพียง 1-2 วัน ก็ทราบผลการแยกสายพันธุ์ได้

การขยายผลวิธีการตรวจนี้มายังการพัฒนาระบบ multiplex real-time RT-PCR และ multiplex RT-PCR ในการศึกษานี้ จึงมีประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัยแยกสายพันธุ์ของไวรัสในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนกซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกัน ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วขึ้น เพื่อประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกวิธี และ เป็นการช่วยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของยีนระหว่างเชื้อไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ซึ่งอาจทำให้เชื้อไข้หวัดนกมีความสามารถในการติดเชื้อได้ดีขึ้น และ สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนจนนำไปสู่การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ได้ จากการพัฒนาระบบ multiplex real-time RT-PCR และ multiplex PCR ในการแยกเชื้อสายพันธุ์ A/B และ สายพันธุ์ย่อย (H1/H3/H5) และยืนยันผลการแยกด้วยการหาลำดับเบส พบว่าเทคนิคที่พัฒนาขึ้นให้ผลการตรวจวินิจฉัยถูกต้องและแม่นยำมาก อีกทั้งยังมีความไว (Sensitivity) ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังเป็นเทคนิคที่ทำได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ในการตรวจวินิจฉัยได้ภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากได้รับสิ่งส่งตรวจ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจไม่เกิน 200 บาท จึงมีความเหมาะสมในการนำมาประยุกต์ในใช้การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ในโรงพยาบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก แล้ว ยังมีส่วนช่วยให้การควบคุมโรคของประเทศไทย และของทั่วโลกมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง กล่าวเพิ่มเติม

http://www.biotec.or.th

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 08 ตุลาคม 2551 17:19 แก้ไข: 21 มิถุนายน 2552 14:39 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.107.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ