นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Network
Members · Following: 3 · Followed: 1

อ่าน: 865
ความเห็น: 2

ทำอย่างไรถึงจะได้เปอร์เซ็นต์ถ่านกัมมันต์สูง ๆ

บางครั้งเราทดสอบตัวอย่างให้ลูกค้าแล้ว เขายังมีความต้องการให้เราให้คำแนะนำและให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลที่ได้ไม่สามารถผลิต ได้ตาม spec ที่ต้องการ

ดำขำได้พยายามหาข้อมูลวิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon/ ถ่านปลุกฤทธิ์) ของบริษัทเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เขียนบันทึกไปแล้วก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผลการทดสอบของลูกค้าได้รับผลการทดสอบเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าผลที่ได้ไม่ผ่านทุกรายการทดสอบของ spec ที่กำหนด ก็เป็นอะไรที่ต้องช่วยต่อ เพราะลูกค้าขอความช่วยเหลือ เพื่อขอคำแนะนำ

 

ดำขำไม่มีความรู้หรอก แต่ก็พยายามหาข้อมูลเพื่อช่วยลูกค้าอีกทางหนึ่ง หลังจากพยายามค้นข้อมูลจาก SDS ของถ่านกัมมันต์และศึกษากระบวนการผลิตของถ่านกัมมันต์แล้วก็พอจะสรุปปัจจัยต่อการผลิตของถ่านกัมมันต์ได้บ้าง ได้แก่ วัตถุดิบ, อุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการผลิต และการปนเปื้อนของสารอื่นในการผลิต

 

ก่อนอื่นเราทราบกันดีว่าถ่านกัมมันต์เป็นผงคาร์บอนซึ่งตาม SDS (Safety Data Sheet) ของสารตัวนี้ มีมวลโมเลกุลเท่ากับ 12.01  นั้นหมายความว่าองค์ประกอบของมันมีแต่ธาตุคาร์บอนเท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบของลูกค้าได้ปริมาณคาร์บอนได้ไม่ถึง 30% เลยนั้นหมายความว่ากระบวนการผลิตและวัตถุดิบที่ใช้ไม่เหมาะสม โดยทั่วไปวัตถุดิบที่ใช้นั้นเป็นวัตถุที่มีคาร์บอนสูง เช่น ไม้ยางพารา ไม้ไผ่ เศษไม้เหลือทิ้ง และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น แกลบ กะลา มะพร้าว ขี้เลื่อย  ซังข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพวกถ่านหินเช่น ลิกไนต์ แอนทราไซต์ เป็นต้น ส่วนวัตถุดิบที่มาจาก สัตว์นั้นมีไม่มาก เช่น กระดูก หรือ เขาสัตว์ เป็นต้น

 

ดำขำก็ไม่ทราบว่าลูกค้าใช้วัสดุอะไรในการผลิตด้วย แต่ก็คิดว่าในการคัดเลือกวัตถุดิบ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต ซึ่งสำหรับกระบวนการผลิตนั้นมี 2 วิธีด้วยกันคือ การกระตุ้นทางเคมี และการกระตุ้นทางกายภาพ

1. การกระตุ้นทางเคมี เป็นการกระตุ้นด้วยการใช้สารเคมี เช่น แคลเซียมคลอไรด์ สังกะสีคลอไรด์ กรดฟอสฟอริก เป็นต้น ซึ่งสามารถแทรกซึมได้ทั่วถึง ทำให้ส่วนที่ไม่บริสุทธิ์ละลายหมดไปได้เร็วขึ้นจากนั้น นำไปเผาในถังที่มีออกซิเจนเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยใช้อุณหภูมิเผาประมาณ 600 - 700 องศาเซลเซียส แต่มีข้อเสียตรงที่ต้องล้างสารเคมีที่ใช้ในการกระตุ้น ซึ่งติดมากับถ่านกัมมันต์ออกให้หมดไม่ให้เหลือตกค้างอยู่เลย เพื่อความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน

2. การกระตุ้นทางกายภาพ เป็นการกระตุ้นด้วยการใช้แก๊ส หรือไอน้ำซึ่งใช้อุณหภูมิในการเผากระตุ้น ค่อนข้างสูงประมาณ 800-1000 องศาเซลเซียส เพราะไอน้ำที่ใช้จะต้องเป็นไอน้ำที่ร้อนยิ่งยวด (superheated stream)เพื่อทำให้สารอินทรีย์ต่าง ๆ สลายไป ทำให้โครงสร้างภายในมีลักษณะรูพรุน (porous) อยูทั่วไป ขนาดของรูพรุนที่ได้จะมีขนาดเล็กกว่าการกระตุ้นทางเคมี ซึ่งถ่านกัมมันต์ที่กระตุ้น ด้วยวิธีนี้มีข้อดีที่สามารถนำมาใช้งานได้เลยทันที โดยไม่ต้องล้างสารที่เหลือตกค้าง

 

จากกระบวนการผลิตก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้มีปริมาณคาร์บอนน้อย เพราะอุณหภูมิที่ใช้ไม่ได้เท่ากับที่กำหนด และการปนเปื้อนของสารอื่นในการผลิต อาจจะล้างออกไม่หมด หรือว่าเผาไปไม่หมดนั่นเอง

 

สำหรับรายละเอียดในการผลิตถ่านกัมมันต์ของลูกค้า  ดำขำก็ต้องสอบถามเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับการผลิตของลูกค้าจริง ๆ ต่อไป

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 11 กุมภาพันธ์ 2560 16:31 แก้ไข: 11 กุมภาพันธ์ 2560 16:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

การทำ activated carbon เป็นวิทยาศาสตร์ในระดับสูงครับ ตั้งแต่การเลือกวัตถุเริ่มต้น การทำเป็นถ่าน และการกระตุ้น การที่จะทำให้ได้มาตรฐานไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.69
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ