นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1052
ความเห็น: 2

ทำอย่างไรถึงจะได้เปอร์เซ็นต์ถ่านกัมมันต์สูง ๆ

บางครั้งเราทดสอบตัวอย่างให้ลูกค้าแล้ว เขายังมีความต้องการให้เราให้คำแนะนำและให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลที่ได้ไม่สามารถผลิต ได้ตาม spec ที่ต้องการ

ดำขำได้พยายามหาข้อมูลวิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon/ ถ่านปลุกฤทธิ์) ของบริษัทเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เขียนบันทึกไปแล้วก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผลการทดสอบของลูกค้าได้รับผลการทดสอบเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าผลที่ได้ไม่ผ่านทุกรายการทดสอบของ spec ที่กำหนด ก็เป็นอะไรที่ต้องช่วยต่อ เพราะลูกค้าขอความช่วยเหลือ เพื่อขอคำแนะนำ

 

ดำขำไม่มีความรู้หรอก แต่ก็พยายามหาข้อมูลเพื่อช่วยลูกค้าอีกทางหนึ่ง หลังจากพยายามค้นข้อมูลจาก SDS ของถ่านกัมมันต์และศึกษากระบวนการผลิตของถ่านกัมมันต์แล้วก็พอจะสรุปปัจจัยต่อการผลิตของถ่านกัมมันต์ได้บ้าง ได้แก่ วัตถุดิบ, อุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการผลิต และการปนเปื้อนของสารอื่นในการผลิต

 

ก่อนอื่นเราทราบกันดีว่าถ่านกัมมันต์เป็นผงคาร์บอนซึ่งตาม SDS (Safety Data Sheet) ของสารตัวนี้ มีมวลโมเลกุลเท่ากับ 12.01  นั้นหมายความว่าองค์ประกอบของมันมีแต่ธาตุคาร์บอนเท่านั้น ซึ่งผลการทดสอบของลูกค้าได้ปริมาณคาร์บอนได้ไม่ถึง 30% เลยนั้นหมายความว่ากระบวนการผลิตและวัตถุดิบที่ใช้ไม่เหมาะสม โดยทั่วไปวัตถุดิบที่ใช้นั้นเป็นวัตถุที่มีคาร์บอนสูง เช่น ไม้ยางพารา ไม้ไผ่ เศษไม้เหลือทิ้ง และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น แกลบ กะลา มะพร้าว ขี้เลื่อย  ซังข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพวกถ่านหินเช่น ลิกไนต์ แอนทราไซต์ เป็นต้น ส่วนวัตถุดิบที่มาจาก สัตว์นั้นมีไม่มาก เช่น กระดูก หรือ เขาสัตว์ เป็นต้น

 

ดำขำก็ไม่ทราบว่าลูกค้าใช้วัสดุอะไรในการผลิตด้วย แต่ก็คิดว่าในการคัดเลือกวัตถุดิบ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต ซึ่งสำหรับกระบวนการผลิตนั้นมี 2 วิธีด้วยกันคือ การกระตุ้นทางเคมี และการกระตุ้นทางกายภาพ

1. การกระตุ้นทางเคมี เป็นการกระตุ้นด้วยการใช้สารเคมี เช่น แคลเซียมคลอไรด์ สังกะสีคลอไรด์ กรดฟอสฟอริก เป็นต้น ซึ่งสามารถแทรกซึมได้ทั่วถึง ทำให้ส่วนที่ไม่บริสุทธิ์ละลายหมดไปได้เร็วขึ้นจากนั้น นำไปเผาในถังที่มีออกซิเจนเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยใช้อุณหภูมิเผาประมาณ 600 - 700 องศาเซลเซียส แต่มีข้อเสียตรงที่ต้องล้างสารเคมีที่ใช้ในการกระตุ้น ซึ่งติดมากับถ่านกัมมันต์ออกให้หมดไม่ให้เหลือตกค้างอยู่เลย เพื่อความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน

2. การกระตุ้นทางกายภาพ เป็นการกระตุ้นด้วยการใช้แก๊ส หรือไอน้ำซึ่งใช้อุณหภูมิในการเผากระตุ้น ค่อนข้างสูงประมาณ 800-1000 องศาเซลเซียส เพราะไอน้ำที่ใช้จะต้องเป็นไอน้ำที่ร้อนยิ่งยวด (superheated stream)เพื่อทำให้สารอินทรีย์ต่าง ๆ สลายไป ทำให้โครงสร้างภายในมีลักษณะรูพรุน (porous) อยูทั่วไป ขนาดของรูพรุนที่ได้จะมีขนาดเล็กกว่าการกระตุ้นทางเคมี ซึ่งถ่านกัมมันต์ที่กระตุ้น ด้วยวิธีนี้มีข้อดีที่สามารถนำมาใช้งานได้เลยทันที โดยไม่ต้องล้างสารที่เหลือตกค้าง

 

จากกระบวนการผลิตก็อาจจะเป็นสาเหตุทำให้มีปริมาณคาร์บอนน้อย เพราะอุณหภูมิที่ใช้ไม่ได้เท่ากับที่กำหนด และการปนเปื้อนของสารอื่นในการผลิต อาจจะล้างออกไม่หมด หรือว่าเผาไปไม่หมดนั่นเอง

 

สำหรับรายละเอียดในการผลิตถ่านกัมมันต์ของลูกค้า  ดำขำก็ต้องสอบถามเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับการผลิตของลูกค้าจริง ๆ ต่อไป

Sections: บริการวิชาการ
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 11 Febuary 2017 16:31 Modified: 11 Febuary 2017 16:33 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 คนธรรมดา.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

การทำ activated carbon เป็นวิทยาศาสตร์ในระดับสูงครับ ตั้งแต่การเลือกวัตถุเริ่มต้น การทำเป็นถ่าน และการกระตุ้น การที่จะทำให้ได้มาตรฐานไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

Ico48
ดำขำ (Recent Activities)
14 Febuary 2017 16:04
#105896

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.62.41
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ