นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1886
ความเห็น: 1

การทดสอบหาค่าความเค็มในน้ำ

การทดสอบหาค่าความเค็มสามารถทำได้หลายวิธี

  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดำขำได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ก็แปลกในนะค่ะว่าทำไมอาจารย์ถึงได้ติดต่อจะส่งตัวอย่างน้ำมาทดสอบถึงนี่ ถามต่อก็ได้ทราบว่าอาจารย์ลงมาทำวิจัยที่ภาคใต้เลยต้องใช้บริการทดสอบตัวอย่างน้ำที่เรา ซึ่งรายการทดสอบที่อาจารย์ต้องการเราก็มีให้บริการทั้งหมด ยกเว้นการทดสอบหาค่าความเค็ม แต่ดำขำก็คิดว่าทำได้เพราะเคยค้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งก็มีหลายวิธีในการทดสอบหาค่าความเค็มในน้ำแล้วแต่เราจะเลือกใช้ และวันจันทร์นี้อาจารย์ก็จะให้ผู้ช่วยวิจัยมาส่งตัวอย่าง  คาดว่าล็อดแรกประมาณ 14 ตัวอย่าง

 

จากการสืบค้นเพิ่มเติมก็ทำให้ดำขำทราบว่าการหาค่าความเค็มมีได้หลายวิธี เช่นการใชเครื่องวัดความเค็ม  การหาค่า chlorinity การวัดจากการวัดค่าการนำไฟฟ้า การวัดจากการวัดค่าความหนาแน่น หรือวัดดรรชนีการหักเหของแสง  

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับความหมายของความเค็มกันก่อนดีกว่า

ความเค็ม (salinity) หมายถึง ปริมาณของของแข็งทั้งหมดที่มีอยู่ในน้ำทะเลหนึ่งกิโลกรัม เมื่อคาร์บอเนตทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นออกไซด์ และโบรไมด์และไอโอไดด์ถูกแทนที่โดยคลอรีน และสารอินทรีย์ทั้งหมดถูกออกซิไดซ์ (Sverdrup et al ., 1942)

 องค์ประกอบของของแข็งทั้งหมดที่มีอยู่ในน้ำทะเลก็คือธาตุทั้งหมดที่พบในธรรมชาติ โดยอิออนที่พบมากที่สุด คือ
โซเดียมและคลอไรด์ แต่ธาตุอื่นก็พบมากเช่นกัน เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง และธาตุอื่น ๆ

ขณะที่ความเข้มข้นของธาตุต่าง ๆ ในน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แต่อัตราส่วนระหว่างธาตุที่พบในปริมาณมาก ๆ จะคงที่ ในระยะแรกความเค็มของน้ำคำนวณจากสูตร


          Salinity = 0.03 x 1.805 x Chlorinity


           ซึ่งความสัมพันธ์นี้ได้มีการปรับปรุงในปี ค.ศ.1967 (Ross,1970) ดังนี้


           Salinity = 1.8066 x Chlorinity



        Chlorinity หมายถึง น้ำหนักรวมของคลอรีน โบรมีน และไอโอดีน ซึ่งมีอยู่ในน้ำทะเล 1 กิโลกรัม
โดยสมมติฐานที่ว่าโบรมีนและไอโอดีนถูกแทนที่โดยคลอรีน

การวิเคราห์ chlorinity สามารถทำได้โดยการไตเตรทเปรียบเทียบกับน้ำทะเลมาตรฐานที่เรียกว่า “normal water “ ซึ่งเตรียมโดย The Hydrographical Laboratoics ในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก (sverdrup, et al ., 1942)

      วิธีวิเคราะห์ที่ละเอียดสำหรับวัดความเค็มของน้ำสามารถทำได้โดยการไตเตรทเปรียบเทียบกับ normal water หรือ โดยการวัดความนำไฟฟ้า วิธีอื่นที่สามารถใช้วัดความเค็มของน้ำได้ คือ การวัดความหนาแน่นของน้ำโดยใช้ไฮโดรมิเตอร์หรือวัดโดยใช้ refractometer เพื่อ วัดดรรชนีการหักเหของแสง ซึ่งสามารถวัดได้ง่ายและสะดวกถูกต้องพอเพียงสำหรับใช้เป็นข้อมูล

 

ซึ่งการทดสอบหาค่าความหนาแน่นที่ได้จะถูกแปลงเป็นค่าความเค็มโดยใช้ตารางนี้ค่ะ ซึ่งเราต้องวัดอุณหภูมิของน้ำขณะนั้นด้วยค่ะ

ดำขำเห็นว่าเราหาทำได้ง่ายโดยวิธีหาค่าความหนาแน่นซึ่งเรามีเครื่องอยู่แล้ว สามารถเปิดบริการได้เลย งานนี้ก็ได้น้องแม่บ้านมีหนวดช่วยรับทำไปค่ะ ต้องขอบคุณน้องแม่บ้านมีหนวดล่วงหน้าด้วยค่ะ

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 22 มีนาคม 2558 07:52 แก้ไข: 22 มีนาคม 2558 07:56 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Zenki, Ico24 tiny apple, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หน. ดำขำ จริง ๆ 555

ที่ฝ่ายซ่อมมีเครื่องวัดความเค็ม

อยู่หนึ่งเครื่อง สนใจป่าว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.137.159
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ