นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 1285
ความเห็น: 2

ทางเลือกใหม่ของการทดสอบ Total Hardness (ความกระด้าง)

เป็นทางเลือกใหม่ในการให้บริการทดสอบได้ดี

วันนี้มีเวลาหาข้อมูลที่ค้างคา อยู่นานแล้วถึงการทดสอบ Hardness ของตัวอย่างน้ำ ซึ่งช่วงหลัง มีความต้องการของลูกค้าทดสอบตัวอย่างในรายการ Ca Hardness และ Mg Hardness

 

ความกระด้างแบ่งตามไอออนที่มีอยู่ในน้ำได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

ความกระด้างชั่วคราว (temporary hardness) หรือความกระด้างคาร์บอเนต (carbonate hardness) ซึ่งได้แก่ คาร์บอเนตไอออน (CO32- ) และไบคาร์บอเนตไอออน (HCO3- ) โดยส่วนใหญ่ในน้ำจะเป็นจำพวก Ca(HCO3)2 ซึ่งเมื่อทำให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น เช่น การต้มน้ำให้เดือดจะสามารถกำจัดความกระด้างประเภทนี้ได้ เพราะเมื่อถูกความร้อนจะตกตะกอนกลายเป็นหินปูน

  • Calcium hardness ไอออนประจุบวกในน้ำส่วนใหญ่เป็น Ca 2+
  • Magnesium hardnessไอออนประจุบวกในน้ำส่วนใหญ่เป็น Mg 2+

ความกระด้างถาวร (permanent hardness) เป็นความกระด้างที่ไม่ใช่เกิดจากเกลือคาร์บอเนต (non-carbonate hardness) ซึ่งเกิดจากไอออนอื่น ได้แก่ ซัลเฟตไอออน (SO42- ) คลอไรด์ไอออน (Cl-) ซึ่งอยู่ในรูปเกลือ ได้แก่ แคลเซียมซัลเฟต และแคลเซียมคลอไรด์ หรือ แมกนีเซียมซัลเฟต และแมกนีเซียมคลอไรด์ ละลายอยู่ ความกระด้างประเภทนี้ไม่สามารถถูกกำจัดได้ด้วยการต้มน้ำให้เดือด จะต้องทำให้ไอออนที่มีอยู่ตกตะกอน แล้วอาจแยกออกด้วยการกรองสารเคมีที่ไช้แก้ไขความกระด้างถาวร ได้แก่

  • ปูนขาว (แคลเซียมไฮดรอกไซด์, Ca(OH)2 ) และ โซดาแอช (โซเดียมคาร์บอเนต, Na2CO3) เติมลงไปเพื่อตกตะกอนความกระด้างถาวรชนิดคลอไรด์และซัลเฟตของแคลเซียมและแมกนีเซียมให้เกิดตะกอนของแคลเซียมคาร์บอเนตและแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ เพื่อทำปฏิกิริยาทางเคมีเปลี่ยนรูปเกลือแคลเซียมและแมกนีเซียมซึ่งอยู่ในรูปสารละลายในน้ำให้อยู่ในรูปตะกอน

 

ทำไมต้องหาแค่ 2 ธาตุนี้นะ มันต้องมีตุผล ก็เป็นตามนี้เลย เพราะไอออนของโลหะที่มีอยู่ในน้ำกระด้าง เช่น

  • แคลเซียมไอออน (Ca2+)
  • แมกนีเซียมไอออน (Mg2+
  • ธาตุอื่นๆ เล็กน้อย เช่น เหล็ก (II) ไอออน (Fe2+) , แมงกานีส (II) ไอออน (Mn2+) และ สทรอนเซียมไอออน (Sr2+)

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2006/water-hardness

จากการให้บริการของเราทดสอบหาค่า Ca Hardness และ Mg Hardness โดยใช้เครื่อง ICP-OES

ซึ่งจากการหาข้อมูลพบว่า

(mg/L Ca2+) x (100 g CaCO3 / 40 g Ca2+) =  mg/L calcium hardness as CaCO3 หรือ ( mg/L Ca2+) x 2.5 นั่นเอง

เช่น เราทดสอบหาค่า Ca2+ = 30 mg/L

ดังนั้น (30 mg/L Ca2+) x (100 g CaCO3 / 40 g Ca2+) = 75 mg/L calcium hardness as CaCO3

ส่วน Mg; mg/L Magnesium hardness = ( mg/L Mg2+) x 4.1

ที่มา

M CaCO3 = 100.1 = 2.5

MCa2+         40.1

และ

M CaCO3 = 100.1 = 4.1

MMg2+        24.3

M=มวลโมเลกุล

 

นอกจากนี้แล้วหากเราทดสอบหาไอออนทั้ง 2 ไอออนด้วยเครื่อง ICP-OES แล้วทำให้เราทดสอบหา total hardness โดยคำนวณได้จากสูตร

 

Total hardness = 2.5 (mg/L Ca2+) + 4.1 (mg/L Mg2+)

 

ก็เป็นทางเลือกไหม่ในการทดสอบ TOTAL HARDNESS โดยไม่ต้องไตเตรตให้เสียเวลา ทำให้ทำงานง่ายกว่าเดิมอีกด้วยนะ 

     

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 มกราคม 2558 00:53 แก้ไข: 18 มกราคม 2558 00:54 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 บิวตี้, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ถ้าการวิเคราะห์นั้นต้องวิเคราะห์โลหะอื่นด้วยแล้ว ก็ถือว่าไม่เสียเวลาจริงๆ ที่ใช้ ICP-OES รอบเดียวไปเลย แต่หากวิเคราะห์ความกระด้างอย่างเดียว ไทเทรตก็ต้นทุนน้อยกว่า และรวดเร็วไม่แพ้กันใช่มั้ยครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ใช่แล้วคะ แต่สำหรับศูนย์มีตย.ทดสอบด้วยเครื่องICP-OES อยู่ตลอดเราก็สามารถทดสอบตัวอย่างหลายเจ้าในคราวเดียวกันได้คะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.215.62.41
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ