นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ดำขำ
Ico64
นาง รุสนี กุลวิจิตร
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 1

Page Visits: 3008
comment: 4

รถประหยัดน้ำมัน ECO Car #2 วิธีการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน

การประหยัดน้ำมันหรือไม่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับรถ

ตามสัญญาที่บอกไว้จากบันทึกก่อนหน้านี้ รถประหยัดน้ำมัน ECO Car #1 ว่าจะมาบอกเล่าวิธีการขับรถ ECO Car อย่างไรให้ประหยัดน้ำมันได้จริง

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ามันเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับรถจริงๆ หากเราเป็นคนขับที่ชอบเตะเบรกอยู่บ่อยๆ  ก็ไม่สามารถทำให้ประหยัดน้ำมันได้แน่นอน

1 เริ่มต้นเราต้องพยายามเหยียบคันเร่งตามรอบของการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ แน่นอนตอนออกตัวรถจะกินน้ำมันสุดๆ โดยทั่วไปที่ดำขำลองจับดูก็อยู่ราวๆ 4-5 km/l

 

ดังนั้นหากเรามีการหยุดหรือชะลอรถเมื่อไหร่และไปเหยียบคันเร่ง ก็จะทำให้กินน้ำมัน  และพฤติกรรมแบบนี้เป็นการขับรถที่เปลืองน้ำมันแน่นอน ยิ่งรถติด… ก็ไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นการขับรถให้ประหยัดน้ำมันต้องเลี่ยงเส้นทางรถติด เวลาเร่งด่วน และเลี่ยงที่มีไฟแดงเยอะๆคะ สรุปคือขับในเมืองไม่ดีแน่ๆ แต่ดำขำก็ไม่สามารถลี่ยงได้เพราะต้องรับส่งลูกในเมืองอยู่แล้ว

 

2 พยายามค้างคันเร่งในระยะที่พอเหมาะ โดยดูว่าระดับการใช้เชื้อเพลิงเป็นอย่างไรบ้าง ดำขำขับไปก็ต้องเหลือบดูหน้าปัดตลอดว่าตอนนี้เราวิ่งโดยใช้น้ำมันกี่กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าประหยัดที่สุดคือ 30 กิโลเมตรต่อลิตร

 

3 กรณีต้องการแซงเพื่อน หรือขึ้นเนิน เราต้องเปลี่ยนเกียร์ลง 1 step โดยกดปุ่มที่เกียร์ โดยให้ไฟ SPORT ขึ้น เป็นการสั่งให้ลดเกียร์ลง เพื่อให้มีกำลังแซงได้และประหยัดเชื้อเพลิงลง แต่หลังจากที่แซงได้แล้วให้กดปุ่มซ้ำให้ไฟ SPORT ดับลง

 

 

เท่านี้แหละที่ต้องทำ ดูแล้ว พูดง่าย แต่ทำยาก เพราะเราไม่สามารถควบคุมเส้นทางจราจรได้ แต่ที่ทำได้คือเราต้องพยายามฝึกขับรถโดยเตะเบรกให้น้อยลง และควบคุมคันเร่งแทน จะทำให้ประหยัดน้ำมันได้

 

และหลังจากที่ดำขำลองเปลี่ยนพฤติกรรมการขับ โดยเตะเบรกให้น้อยลง ไม่เหยียบคันเร่งมากเกินไปก็สามารถประหยัดได้ โดยเดิมดำขำวิ่งโดยใช้น้ำมันเฉลี่ย อยู่ที่ 9.9 กิโลเมตรต่อลิตร มาอยู่ที่ประมาณ 18.8 กิโลเมตรต่อลิตร

 

 

อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ประหยัดเท่าที่ควร ดำขำคิดว่าเปลี่ยนไปเติมน้ำมัน E20 แทน ว่าจะประหยัดลงไปได้อีกไหม แล้วจะมาแชร์อีกในบันทึกหน้านะคะ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 กรกฎาคม 2556 14:05 แก้ไข: 23 กรกฎาคม 2556 14:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 MK, และ 10 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

Zenki บอกว่า 3-4 วันนี้รถยนต์ Zenki ประหยัดน้ำมันสุด อิ อิ อิ

รถตัวเองไม่มีเลขแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน

 

แต่อาศัยดูรอบของเครื่องยนต์ไม่ให้สูงเกินไป เช่น เวลาออกตัว

 

เวลาใกล้ถึงจุดจอด ก็ผ่อนคันเร่งมาแต่ไกล ไม่ต้องเบรคบ่อยๆ เวลาออกตัวจากไฟแดงก็ไม่ต้องพุ่งมาก แต่ต้องอยู่เลนซ้ายด้วยครับ ไม่งั้นวัยรุ่นข้างหลังด่าไล่หลังมาเชียว

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ข้อ 1. ใช้รอบต่ำ (กินน้ำมันน้อย) ในการออกตัวแต่ใช้เวลามากกว่าจะได้ความเร็วที่ต้องการ หรือ

ใช้รอบสูง (กินน้ำมันมาก) ในการออกตัวทำให้ใช้เวลาน้อยก็ถึงความเร็วที่ต้องการ แบบไหนจะประหยัดน้ำมันมากกว่ากัน หรือว่าเท่ากันครับ

ข้อ 2. ถ้ารักษาความเร็วรอบอยู่ในช่วง 1200-2000 รอบต่อนาที (RPM) น่าจะใช้ได้สำหรับ eco-car

ข้อ 3. แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 4000 RPM (แล้วแต่ยี่ห้อรถนะครับ) เลยใช้โหมดสปอร์ต มั่นใจเวลาแซงครับ

เห็นด้วยกับใยมะพร้าวน้องใยไหมครับ การเร่งและผ่อนคันเร่งเพื่อควบคุมให้ระยะห่างจากรถคันที่อยู่ข้างหน้าอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ไม่ต้องเหยียบเบรคบ่อยๆ ครับ ในบางกรณีมีการขีดเส้นขวางสีขาวไว้บนถนนเพื่อบอกให้ผู้ขับขี่ทิ้งระยะห่างจากรถคันข้างหน้า และมีป้ายกำหนดความเร็วตามความหนาแน่นของรถ เพื่อป้องกันการชนและยังช่วยให้ไม่ต้องเหยียบเบรคบ่อยๆ ด้วยครับ

;-)

ขอบคุณคะสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 18.234.255.5
Message:  
Load Editor
   
Cancel or