นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1519
ความเห็น: 7

ยอมรับแล้วปรับเปลี่ยน

“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ”
 
 
ก็เสียดายนะครับที่ไม่ได้ฟังคุณหมอธนพันธ์ พูดเมื่อวันนัดพบ blogger ครั้งที่ 2 เพราะมีภารกิจงานสอนให้จบก่อนสอบกลางเทอม เรียกว่าหลบหลีกไม่ได้เป็นไฟท์บังคับเลยที่เดียว
 
เช้าวันนี้ 25 ก.ค. 51 มีภารกิจเป็นวิทยากรในการประชุมสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 7 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับภาวะโลกร้อน ได้หนังสือดีไม่มีขายมาอีกเล่มชื่อ พระบารมีปกหล้า ผืนป่าปกแผ่นดิน จัดทำโดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และงานนี้ท่านรัฐมนตรีกระทรวงฯนั่งฟังเกือบตลอดทั้งเช้า
 
ประเด็นโลกร้อนเท่าที่ฟังในวันนี้ดูเป็นปัญหาหนักเอาการที่เดียวเพราะเมื่อแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศแล้วจะไม่สลายตัวโดยง่าย และแม้เรา freeze อัตราการปล่อย CO2 เข้าสู่บรรยากาศในวันนี้ไม่ให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ปริมาณ CO2 ก็ยังจะเพิ่มขึ้น และเป็นตัวสะท้อนแสง infrared กลับมายังพื้นโลกให้โลกร้อนขึ้น และเสียสมดุลต่อไปอีกเป็นร้อยปี
 
งานนี้ได้แต่บอกว่า หากความจริงเป็นเช่นนี้ สิ่งที่เราต้องทำอันดับแรกคือการ ยอมรับและปรับเปลี่ยน ครับ คือรับว่ามันร้ายแรงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตไปบ้าง เช่นต้องยอมรับว่าถึงแม้เราจะไม่ได้มีส่วนร่วมมากนักในการทำให้โลกร้อน แต่ภัยก็อาจมาถึงตัวเราได้ ทั้ง วาตภัย ภัยจากเชื้อโรค ภัยจากเศรษฐกิจ และ อื่นๆ
 ตะแรกผมต้องการเขียนถึงการยอมรับและปรับเปลี่ยนแนวคิดของคนเรา ซึ่งผมรู้สึกว่าเราไม่ค่อยมีการปรับเปลี่ยนมากนัก ก็ตั้งใจจะเล่าถึงเหตุการณ์เล็กๆที่ผ่านมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปมากพอสมควร
 
เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วมา ผมขับรถยนต์จะไปรับ Professor ชาวจีนไปกินมื้อเที่ยงในวันเทศกาลหนึ่ง ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงผมก็เปิดไฟเลี้ยวขวา ซึ่งผมไม่ได้ขับรถเร็วเลย แต่ก็มีจักรยานยนต์คันหนึ่งแซงขวาและปาดหน้าเพื่อไปตรงและก็เกี่ยวเอากับกันชนรถยนต์ผมที่เป็นไฟเบอร์ฉีกหลุดออกมานิดหนึ่ง ผมก็เลี้ยวขวาเพื่อเคลื่อนรถออกจากสี่แยกที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้กีดขวางทางจราจร แล้วก็ปิดไฟเลี้ยวดับเครื่องยนต์ ลงจากรถมาเพื่อเจรจาความ คู่กรณีผมก็จอดจักรยานยนต์เพื่อรอเจรจาเช่นกัน
 
ผมได้กลิ่นเหล้าจากคู่กรณี และก็เริ่มเจรจาว่าฝ่ายคุณน่าจะผิดนะ เพราะแซงขวาตรงทางแยก ฝ่ายโน้นก็โยกโย้ว่าไม่น่าผิด เพราะผมเลี้ยวโดยไม่เปิดไฟสัญญาณ ซึ่งผมก็โต้ว่าผมเปิดนะแต่ปิดตอนดับเครื่องจอดแล้ว ตอนนั้นความโกรธชักพลุ่งพล่านขึ้นมามากแล้ว เราโต้เถียงกันเป็นสิบนาทีก็ยังไม่มีข้อยุติ   
 
ด้วยความที่เป็นห่วง Professor ชาวจีนว่าจะต้องรอนานเพราะตอนนั้นไม่สามารถติดต่อทางมือถือได้ ทำให้ผมตัดใจด้วยความจำยอมว่า เลิกรากันดีกว่า เสียเงินแล้วอย่าเสียงานเพิ่มขึ้น ก็เลยกลับไปขึ้นรถไปรับ professor โดยไม่พยายามหาความถูกต้องอีกแล้ว
 
แนวคิดผมเปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์นั้น ผมรู้สึกได้ว่าโดยรวมแล้วเราไม่ต้องเป็นฝ่ายชนะในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นฝ่ายถูกก็ได้นี่นา หากเรายอมแพ้บ้างก็ไม่เห็นเสียหายอะไรมากมาย ฝ่ายโน้นก็คงไม่มีเงินเท่าใดถึงได้ทุ่มเถียงไม่ยอม เพราะถ้ายอมรับก็คงต้องขวนขวายไปหาเงินจากที่อื่นซึ่งอาจทำให้เขาเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก อีกอย่างรถเราเสียหายก็เล็กน้อยเราก็อยู่ในสถานะที่ยอมรับได้ การให้การยอมก็ทำให้เราสบายใจ ไม่ต้องไปเครียดกับการโต้เถียงที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อใด และไม่เห็นประโยชน์อะไร 
เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมเปลี่ยนเป็นคนที่มองโลกไปอีกแนวหนึ่ง ไม่เห็นการเอาชนะหรือความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องต่อสู้โดยจะยอมแพ้เสียไม่ได้ เปลี่ยนมุมมองใหม่เป็นว่า เรื่องเล็กๆยอมบ้างก็ได้ เพราะเมื่อยอมแล้วใจก็สบายขึ้น ให้เวลาผ่านไป ความถูกต้องอาจเกิดขึ้นเองก็ได้
 
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ เป็นชื่อหนังสือที่เขียนโดย นายแพทย์เทิดศักดิ์ เดชคง ซึ่งรวมบทความเพื่อการมองโลกอย่างสดใส มองทุกสิ่งทุกประสบการณ์อย่างเป็นประโยชน์
 
ผม..เอง
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 25 กรกฎาคม 2551 18:14 แก้ไข: 25 กรกฎาคม 2551 18:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ว้า ทำไงดี แป้นเป็นพวก ถ้าไม่ผิดหนูเถียงขาดใจ บวกวีนหน่อยๆ ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

แต่ถ้าเป็นคนสนิท เนี่ย ถึงผิดบางทีก็ทำเนียนๆโวยวายใส่ไปก่อน แบบว่า หาเรื่องวีนได้ตลอดเวลา 555

หรือตอนนี้จะกลายเป็นนางมารร้ายไปซะแล้วเนี่ยเรา

สงสัยต้องขอยืมหนังสือพี่เรามาอ่านบ้างนะคะ เพื่อจะลด ละ เลิกได้

:-) น้องเรา

ใช่เลยค่ะ..

การนิ่งไม่ตอบโต้ทำให้จิตใจเรามีความสุขนั่นคือผู้ชนะที่แท้จริงครับ

สวัสดีคะ ขอแจมด้วยคนนะคะ

 เป็นแนวคิดที่ดีคะ เพราะผู้รู้จากทฤษฏีต่าง ๆ  หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับรู้ สู่การปฏิบัติจริง ก็เป็น แค่การรับรู้ ยังมิได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง จากกระบวนการ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สู่การฝึกปฏิบัติจริง อ้างองจาก K -knowledge  A- attitude  S- skill  คะ

 ที่สำคัญ ทำแล้ว สุขใจ นะคะ

ขอบคุณสำหรับหนังสือนะค้าบบบบบ มาเร็ว ไปเร็ว จนตามไปขอบคุณไม่ทันเลยอะ

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ และความใส่ใจในสิ่งเล็กๆน้อยๆของพี่เรานะค้าบบบ

อ่านจบแล้วจะมาแลกเปลี่ยนอีกครั้งนะคะ

 

;-)---น้องเรา

สอนจนวันก่อนสอบเลยนะคะ อาจารย์

เชื่อแล้วว่าสอนไม่ทันจริงๆ ค่ะ

^^ 

Ico48
น้ำเงิน [IP: 222.123.183.188]
31 กรกฎาคม 2551 14:18
#33279

อาจารย์เขียนและยกตัวอย่างได้ชัดเจนถ้าคนไทยส่วนใหญ่เหมือนอาจารย์ประเทศไทยคงจะเจริยขึ้นเยอะนะค่ะอาจารย์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.137.159
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ