นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 5689
ความเห็น: 6

การสร้างวัฒนธรรม….เครื่องมือในการบริหารยุคใหม่

ไม่มีใครยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ต่างก็คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก

 

ผมทำงานที่ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์มา 5 ปี 1 เดือนแล้ว โดยศูนย์เครื่องมือฯมีระบบ ISO กำกับอยู่แล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกว่าการบริหารจัดการทำได้โดยง่าย เพราะมี procedure ในการทำงานที่ชัดเจน แต่อยู่ไปอยู่มานาน ๆ เข้า ผมเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ราบรื่นอย่างที่คิด กับลูกค้าภายนอกปัญหาดูจะน้อย แต่กับลูกค้าภายในดูเหมือนปัญหาจะบานปลาย ทั้ง ๆ ที่เกือบทุกคนได้รับการอบรมด้านจิตสำนึกของการให้บริการ ทุกคนรู้หลักการ/รู้ทฤษฎี ว่าลูกค้าภายในก็เป็นลูกค้าประเภทหนึ่งที่ต้องให้การบริการ แต่เวลาปฏิบัติก็ยังปฏิบัติเหมือนเดิม ยังขัดแย้งและไม่เอื้ออำนวยซึ่งกันและกันอย่างที่ควรจะเป็น ไม่มีใครยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง ต่างก็คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก

การสร้าง วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อ พฤติกรรมร่วม จัดว่าเป็น soft side management ซึ่งเป็นเครื่องมือของ Learning Organization และ Knowledge Management ซึ่งในความเห็นของผมเห็นว่าเราต้องเร่งสร้างและใช้ควบคู่ไปกับ hard side management เช่น ระบบ ISO/TQM/KPI/BSC

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เขียนไว้ในหนังสือ “KPI ทำให้ง่าย ๆ” ว่า ราชการไทยรีบร้อนใส่หลายเรื่องเกินไป ทำ change management ยังไม่เสร็จเลย โยน Balanced Scorecard เข้ามา โยน Blueprint for change เข้ามา ยังไม่ทันจบดี ปีถัดมาก็โยน Knowledge Management เข้ามาอีก โยนเข้ามาที คนทำซึ่งก็กลุ่มเดิมนั่นแหล่ะ

ท่านเสริมว่า สำหรับราชการไทยแล้ว change management เป็นพื้นฐานที่ต้องทำมากที่สุด เพราะราชการไทยอยู่ในวัฒนธรรมเดิมๆ มานาน ต้องเปลี่ยนแปลงให้คนที่ไม่เคยทำมาทำ เพราะระบบราชการไทยทำให้คนเก่งไฟแรงท้อไปเยอะ เพราะยิ่งเก่งก็ต้องยิ่งทำเยอะ เหนี่อยเพียงไม่กี่คน ซึ่งผมเห็นสอดคล้องอย่างเต็มที่

อ.สุวิต ศรีไหม ให้ผม download powerpoint ที่เกี่ยวกับ HR ที่น่าสนใจมาก หลายไฟล์ ยกตัวอย่างสัก slide เดียวก่อน เช่น

Strategic HR choices: Work flows

  • Efficiency VS Innovation
    • Control VS Flexibility
    • Explicit job descriptions VS Broad job classes
    • Detailed work planning VS Loose work planning

แค่นี้บางประเด็นก็ต้องคุยกันยาวแล้ว เช่น Control VS Flexibility ที่จะต้องปรับให้คนในองค์กรอย่ามองแง่มุมเดียว เช่นคนในศูนย์ฯเคยบอกผมว่าไม่ชอบเลยที่เห็นคนศูนย์ฯยังกินข้าวเช้าอยู่ในห้องครัวในตอน 8.45 น. แต่ผมก็บอกว่า ไอ้คนที่มันกินข้าวเช้าตอน 8.45 น. มันมักกลับ 1 ทุ่มน่ะ OT มันก็ไม่ได้เบิก มันรับผิดชอบงานของมันดีอยู่แล้วน่ะ ถ้าผมไปบอกให้กินข้าวก่อน 8.30 น. แล้วมันประชดกลับตอน 16.30 น. งานยังไม่เสร็จมันก็บอกว่าหมดเวลาทำงานแล้ว ผมจะทำยังไงดี

ในแง่มุมเหล่านี้แหล่ะครับที่เรามองต่างกัน ซึ่งว่าไปตามตำราหรือประสบการณ์ที่ต่างกัน บางคนดูให้ process ถูกต้อง จ่ายเงินแพงก็ไม่ว่ากัน บางคนดูที่ output หรือ outcome ตรงนี้คือสิ่งที่ผมต้องพยายามทำให้คนในองค์กรเห็นพ้องต้องกันว่า ตกลงเราควรจะคิดแบบไหน อะไรคือสิ่งที่เราควรยอมรับ

เขียนไปเขียนมามันยาวเกินกว่าที่ตั้งใจไปมากแล้วครับ

 

การเรียนรู้แบบเป็นทีม (Team Learning) จะพัฒนาได้ทั้งคนและได้ทั้งงาน……. หรือเปล่า

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 12 พฤศจิกายน 2550 22:15 แก้ไข: 26 สิงหาคม 2551 17:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อันที่จริง หนูก็เข้าใจ กับความรู้สึกไม่ชอบของเค้า ดังนั้น จึงพยายามที่จะปรับตัว ปรับเวลาแต่ก็มีบ้างในบางวันที่ไม่ไหวจริง ๆ

 

ส่วนการทำงานกลับดึก ๆ นั้น หนูก็ไม่พยายามจะทำ

ส่วนตัวแล้วคิดว่า หากเราบริหารการทำงานของเราให้พอดีกับเวลาการทำงานที่เรามี

หนูว่าน่าจะเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ได้ทั้งงาน และไม่เปลืองทรัพยากร

ยกเว้นแต่การทำงานล่วงเวลานั้น จะทำให้เกิดงานใหม่ที่นอกเหนือจากงานที่ต้องรับผิดชอบในเวลา

 

ในมุมมองของผม นอกเวลาควรเป็นงานที่พัฒนาตนเอง

เพราะช่วงเวลานี้มีสิ่งรบกวนจากภายนอกน้อยที่สุดแล้ว

หากต้องทำงานหลักนอกเวลาบ่อยๆ ผู้บริหารระดับหัวหน้างาน หรือหัวหน้าฝ่ายต้องเข้ามาดูแลลูกน้องตัวเองได้แล้ว 

การไม่เบิก OT คือความรักและเข้าใจ องค์กร รวมถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองด้วย แต่นานๆไป ก็อาจทำให้ท้อได้นะ  :)

พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมองค์กร นึกถึงบทความนี้ครับ

ลิง 6 ตัวกับบันไดอาญาสิทธิ์ 

 

ปล. ผมแบบเป็นศิษย์ อาจารย์มานานแล้ว ครับ ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่ได้บอกกล่าวให้ทราบ (อย่างเป็นทางการ) 

 ผมกำลังเสนอตัวอย่างของการไม่ตรวจทานงานเขียนก่อนบันทึกตีพิมพ์ครับ

ผลคือ....ต้องมาพิมพ์ใหม่

ปล. ผมแอบเป็นศิษย์ ของอาจารย์มานานแล้ว ครับ ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่ได้บอกกล่าวให้ทราบ (อย่างเป็นทางการ)

และขอโทษที่อาจารย์ต้องเสียเวลาอ่านถึงสองครั้ง 

ขอขอบคุณ ล.ลิงไต่หลังแกะ ที่แนะนำ ลิง6ตัวกับบันไดอาญาสิทธิ์ ที่อาจแล้วเข้าใจธรรมชาติของสัตว์โลกได้ดีนะครับ

ความเห็นอื่น ๆ ก็เป็นประโยชน์และชี้ให้เห็นว่า พวกเรามองกันต่างมุม และสิ่งที่มองว่าราบเรียบ อาจมีบางสิ่งประทุอยู่ข้างใต้ รอวันระเบิดก็ได้ ทางที่ดีต้องไปเปิดวาล์วระบายทิ้งเสียก่อน

บล็อกน่าจะเป็นช่องทางที่ทุกคนสามารถระบายออกได้แบบ สุนทรียสนทนา นะครับ 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.249.234
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ