นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 3533
ความเห็น: 27

ใจเขา…กับใจเรา

ซึ่งมันอาจจะน้อยลงไปหากเราเอาใจเขามาใส่ใจเรา แต่ส่วนประกอบที่สำคัญคือเราต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนมากพอด้วย

 

เฮ้อ! เราคิดกับเขาอย่างนี้ แต่ไม่รู้ว่าเค้าจะคิดกับเราอย่างไรหน้อ สับสนไปหมดเลยเรา!! หลับตาก็เห็นแต่เธอ ตื่นก็เห็นแต่เธอ

แหะ! แหะ! ยังไม่ออกไปแนวนี้หรอกครับ ล้อเล่น

บันทึกนี้จะคุยเรื่องความขัดข้องหมองใจที่เราได้รับหรือเกิดขึ้น ซึ่งมันอาจจะน้อยลงไปหากเราเอาใจเขามาใส่ใจเรา แต่ส่วนประกอบที่สำคัญคือเราต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนมากพอด้วย

ผมบอกกับผู้ร่วมงานง่าย ๆว่า ตอนที่เขาทำงานให้ผมนั้น จะรู้ได้อย่างไรว่าทำได้ดีเพียงพอแล้วหรือยัง ก็ลองจินตนาการว่า เปลี่ยนจากตัวเค้ามาเป็นตัวผมดูซิ ว่าหากเค้ามาอยู่ในหน้าที่ที่ผมเป็นอยู่ เค้าจะพอใจผลงานที่ทำมาหรือไม่ หรือผมบอกกับเลขาฯ ผมว่า ข้อมูลที่คุณหามาให้ผมทั้งหมดหน่ะ หากคุณเป็นผู้ต้องตัดสินใจ คุณว่ามันเพียงพอหรือยัง มันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกนะว่า ต้องมีส่วนประกอบที่ หนึ่ง… สอง… สาม…สี่…ห้า…แล้วผมจะพอใจ

กับนักศึกษาผมก็บอกว่าคุณลองกลับไปอ่านรายงานที่ส่งผมมานะ เอาแบบที่คุณคิดว่าคุณไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก่อนเลย แล้วดูซิว่าบทความที่คุณเขียนมันอ่านแล้วเข้าใจดี หรือทำการทดลองเลียนแบบตามที่เขียนมาแล้วได้ หากคุณเข้าใจหรือทำตามได้ มันก็ถือว่าดีแล้วแหล่ะ

ความขัดแย้งทางความคิด ส่วนใหญ่มันมาจากการที่เราอยู่ต่างตำแหน่งหน้าที่กัน ลูกน้องก็บ่นว่า เจ้านายนี่จะเอาอะไรกันหนักหนาน่ะ เดี๋ยวก็เปลี่ยนเดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็บอกให้ทำนั่นทำนี่เพิ่มขึ้นมาอีก (ไอ)ที่ทำอยู่มันก็มากอยู่แล้วน่ะ ไม่เห็นใจกับบ้างหรือไง เจ้านายก็คิดในใจ สั่ง สั่ง สั่ง ไปแล้วตั้งหลายหน มันก็เฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวเสียนี่ มันกวนโอ้ยจริง ๆ ผมว่าหากเราลองคิดในอีกมุมหนึ่ง คือเจ้านายไปคิดในมุมที่ลูกน้องเป็นอยู่ และลูกน้องมาคิดในมุมที่เจ้านายเป็นอยู่ โลกอาจสดใสขึ้นอีกมาก เพราะอาจจะเป็นการเห็นอกเห็นใจกันก็ได้ เจ้านายอาจบอกว่า ผึ้งทองเอ้ยย.. หากทดสอบผลไม่ทันก็ไปเลื่อนวันส่งผลกับอะกิ๊บก็ได้น่ะ บอก ‘ranya หน่อยว่างานที่เข้ามาสูงถึงคอหอยแล้ว.. บอกลูกค้าน่ะว่า ช่วงนี้ต้องช้าหน่อยคร้าบ หรืออาจประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าออกไปให้ลูกค้ารู้เลยว่าคิวการทดสอบยาวว..มากๆ แล้ว ลูกค้าจะได้ไม่ complain ว่าไม่เห็นจะบอกไว้ก่อนเลย จะได้วางแผนการทดลองถูก ในขณะที่ลูกน้องหากมาอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าก็อาจจะเห็นด้วยว่า หากจะให้งานออกมาดี ประหยัดเงิน มันก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์อย่างนี้แหล่ะ ก็งานมันเข้ามาเยอะ มันก็ต้องสั่ง สั่งออกไป ที่สั่งๆก็เพื่อใครล่ะ เพื่อองค์กรหรือเพื่อคนที่อยู่ในองค์กรเดียวกันทั้งนั้น เพื่อความก้าวหน้าของทุกคนไม่ใช่หรือ

ง่าย ๆ ครับ เปลี่ยนตำแหน่งคิดกันบ้าง ใจเขา…ใจเรา ไม่ต่างกันหรอกครับ ทุกคนอยากทำดีที่สุดกันทั้งนั้น

ผม..เอง

ที่หายหน้าไป 3-4 วัน ก็เอาใจเขาไปใส่ใจเรา คือไปตรวจข้อสอบกลางภาคจนเสร็จ เพราะรู้ว่า นศ.อยากรู้ผลเต็มที่แล้วล่ะครับ หง่อมครับ นศ. 81 คน ออกไป 11 กระบวนท่า ตรวจกันตาตั้งเลย

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 15 มกราคม 2551 18:22 แก้ไข: 31 สิงหาคม 2551 11:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ก๊ากส์....ลูกเล่นเยอะนะคะท่าน...
เจ้านาย..ลูกน้อง...เส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ..ยังดีที่เป็นเส้นขนาน...ดีกว่าเป็นเส้นทะแยงมุม...ที่ไม้มีวันพบกันเลย

"ความเข้าใจ"ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น..ใช่ไหมค่ะ

อย่าลืมปฏิญญาทะเลบันของเรานะคะทุกคน

เรารักกัน รักกั๋น รักกัน..(^____________^)

 

ต่างคนต่างความคิด เลยเกิดความแตกต่างกันในสังคม เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริ๊ง จริง555 *-*

บอกไม่ถูก....ไม่รู้ว่าสงสารเจ้านาย หรือว่าลูกน้อง

Ico48
Kon1Kon (Recent Activities)
15 January 2008 21:53
#12206
  • แล้วถ้าพยายามคิดแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีล่ะคะ ทำไงดี..
  • หรือมีแต่คิดถึงใจเขา เขาไม่คิดถึงใจเราบ้างล่ะคะ..ทำไงดี..
  • (ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ อาจารย์ แค่อยากบ่นนิดหน่อยค่ะ..แฮ่ะๆ ขอโต้ดค่ะ..)

ใช่ค่ะ บางครั้งเราคิดว่าสิ่งที่เราทำดีแล้ว ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ถูกบ้างเป็นบางครั้ง แต่คนอื่นกลับมองว่าไม่ดี ขึ้นอยู่กับมุมมองและความคิดของแต่ละคนค่ะ เราไม่สามารถทำอะไรให้ถูกใจทุกคนได้ จริงมั้ยคะ

เห็นด้วยกับหลักคิดของอาจารย์ครับ สอดคล้องกับที่

Peter Drucker กล่าวไว้ครับว่า

"The most important in communication is to hear what isn't being said"

ครับผม

ไม่กล้าคิด (ซะงั้น)

เอาเป็นว่า หนูณิช เอาใจเขามาใส่ใจเรา แต่ถ้าเขาไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา มันก็ทำฝ่ายเดียว

มันก็ไม่ได้อยู่ดี เห้อ อีกอย่างที่ทำได้ ทำใจ๊ ทำใจ....เห้อออ

บางทีตัวเราเองยังไม่รู้จักใจเราเองเลย ... ทำใจ ทำใจ คะ ทำใจ

แย่จัง!!!เราเอาแต่ใจเราอย่างเดียว!!!

แบบว่าคิดอะไรแล้ว "ต้องทำ ต้องทำ"ทันที 

"The most important in communication is to hear what isn't being said"

แต่บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถฟังได้ทุกๆ สถานีพร้อมๆ กัน

และเราก็ชอบฟังเฉพาะ สถานีที่เราชอบฟังเท่านั้น

และบางสถานีก็เปิดแต่เพลงไม่เปิดข่าว 

และบางครั้งสถานีทวนสัญญาณก็ไม่ทำงานหรือบางสถานีเครื่องส่งก็เพี้ยน

 

ผู้ดูแลวิทยุชมชนก็เลยเหนื่อยหน่อย :)

ผมคิดว่าทั้งหมด อยู่ที่การสื่อสารระหว่างกันครับ การที่เราจะเข้าใจใครซักคนหนึ่ง โดยต้องไปนั่งเดาใจ เดาความคิด โอกาสผิดย่อมมีความเป็นไปได้สูงกว่า

ดังนั้นการสื่อสารแบบไม่มีกำแพง ไม่เก็บอะไรไว้ส่วนหนึ่งในใจ ก็เหมือนกับการเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ครับ

บางครั้งการทำงานกับคนที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา ยังสบายใจกว่าต้องทำงานกับคนที่นั่งกำความลับ อมความรู้ ไม่บอกว่าต้องการอะไร คุณไปเดาเอาเอง อาจจะทำให้ผู้ร่วมงานสับสน เครียด และไม่ไว้วางใจเดาไม่ถูกว่าวันนี้จะมารูปแบบใด จะได้เปิดตำราตั้งรับได้ถูกต้อง ทันท่วงที

     เห็นด้วยกับคุณ mbunsong คะ ว่าการสื่อสารก็เป็นหนทางที่ดีสำหรับทุกฝ่าย

     วันนี้โชคดีจัง ได้รับรู้ความรู้สึกนึกคิดในมุมมองของผู้บริหารบ้าง เราลูกน้องก็จะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น

     นู๋ตาลยังเชื่อว่า ในโลกนี้ไม่มีใครอย่าทำร้ายใครจริงๆหรอกคะ

     @^_^@  ขอให้โลกสงบสุข

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เนี่ย ใช้อยู่บ่อยๆ ค่ะ บางครั้งก็ โอเค

แต่เมื่อไหร่ที่ทำอย่างนี้แล้วรู้สึกว่า ถ้าเป็นฉันๆ ไม่ทำอย่างนี้นะ เป็นเรื่องทุกที (อันนี้หมายถึงที่บ้านน่ะค่ะ)

ถ้าเป็นที่ทำงานก็ ทำใจ และปล่อยวางค่ะ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด  เคารพการตัดสินใจของผู้บริหาร หรือผู้ร่วมงาน (ออกแนวทหารหน่อยมั้ยเนี่ย ทำโดยไม่ต้องถามอิอิอิ)

P อ่ะ! อ่ะ! ผิดแล้วครับท่าน เส้นขนานมาบรรจบกันได้ครับ ทำอย่างนี้น่ะครับ ตัดกระดาษเป็นแถบยาวๆ เขียนเส้นขนานต่อกันทั้ง 2 ด้าน กำหนดเป็น A  และ B เอาปลายแถบมาต่อกันแบบบิดพลิกด้าน อาจเห็น A เจอกับ B นะครับ แล้วก็เส้นทะแยงมุมมันมี 2 เส้น มันจะตัดกันอย่างน้อย 1 จุดน่ะครับ

 PและP ปฏิญญาทะเลบันของเรายังอยู่น่ะครับ ใช่แล้ว เรารักกัน รักกัน ครับ

Pการแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างได้น่ะครับ

PและP การสื่อสารแบบไม่มีกำแพงเป็นสิ่งที่ดีมากเลยครับ และต้องทำกันบ่อยๆด้วย อ. kon1kon คงเจอกับคนที่ไม่เปิดใจ คงต้องคิดว่าเขาเป็นคนที่น่าสงสารนะครับ ที่ไม่สามารถหาความรื่นรมย์ในชีวิตด้วยการมองโลกในรูปแบบอื่นบ้าง

Pอ่ะ กลับมาโชว์ตัวอีกครั้ง ครับหากเข้าใจในความแตกต่างเราก็อยู่อย่างมีความสุขมากขึ้นได้

Pคุณชนม์ ที่เขียนไว้ดีจริงๆ ครับ to hear what isn't being said เข้าใจให้มาก้ข้าไว้

Pต้องสื่อสารให้เขาเปิดใจ หรือบางครั้งเขาไม่เปิดใจกะเราเพราะเขาก็มี constrain บางอย่างอยู่ก็ได้นะค่ะ

P กะ P และ P ใจตัวเองมันแปรปรวนวันละหลายเวลา แถมมักชอบฟังบางสถานี บางครั้งสิ่งดีๆ ก็ส่งมาไม่ถึงถ้าไม่เปิด"ใจ"จะฟัง นะครับ

P การสื่อสาร การเปิดใจ การรับฟัง การเข้าใจใน code ที่ผู้อื่นส่งมาให้ ทำให้เราเป็นสุขขึ้น โลกนี้มีให้เหยียบ ไม่ใช่ให้แบก นะครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขครับ

เมื่อกี้ทดลองเรียนรู้ การใส่รูปผู้ที่ เม้นท์มาก็ออกมาแปลกๆ ดีครับ ที่บุษราคัมว่ามา มันก็แสดงถึงการเข้าใจอยู่แล้วส่วนหนึ่งน่ะ

ครั้งหนึ่ง นักผจญภัยจับนกแก้วที่สวยงามมากได้ตัวหนึ่งขณะที่ได้ท่องป่าที่อัฟริกา เขานำมันมาเลี้ยงดูมันอย่างดี ด้วยอาหารที่วิเศษที่สุด เมล็ดพืช น้ำผึ้ง และยังเล่นดนตรีที่ไพเราะให้ฟังทุกวัน

สองปีผ่านไป นักผจญภัยจะต้องเดินทางไปอัฟริกาอีกครั้งหนึ่ง
เขาได้พูดกับนกแก้วของเขาว่า
ต้องการจะส่งข่าวอะไรไปให้กับเพื่อนๆ ของเขาในป่าบ้างหรือไม่

นกแก้วบอกว่าไปให้บอกเพื่อนๆ ว่า

เขาอยู่อย่างสุขสบายในกรง ทุกวันมีความสุขมาก
ฝากความรักและความคิดถึงไปยังเพื่อนๆ ทุกตัวด้วย

..............

นักเดินทางกลับมายังป่าเดิมอีกครั้ง
และได้บอกกับนกแก้วทั้งหลายตามที่เจ้านกแก้วของเขาฝากบอกมา

เมื่อเขาเล่าเรื่องของนกแก้วที่อยู่กับเขาจบ

นกแก้วตัวหนึ่งร้องไห้ออกมาจนน้ำตาเปียกไปหมด
และก็ล้มลงเหมือนขาดใจตาย

ชายคนนี้ประเมินได้ว่าเจ้าตัวนี้
คงเป็นเพื่อนสนิทกับตัวที่ตนเลี้ยงดูไว้อย่างแน่นอน

...............

เมื่อกลับมายังบ้านของเขา
เขาก็ได้เล่าทุกสิ่งให้นกแก้วในกรงได้ฟัง

เมื่อเล่าจบ.....
นกในกรงก็ร้องไห้ฟูมฟายและล้มลงขาดใจตาย

...............

ชายคนนี้นึกในใจว่าเจ้านกคงจะเสียใจ
ที่ได้ทราบว่าเพื่อนรักของมันได้ตายไปแล้วจึงหมดหวัง เสียใจ
และตายตามกันไป

เขาจึงเปิดกรงออก
แล้วจับมันโยนลงไปที่กองขยะ .....

.........

ทันใดนั้น ...
เจ้านกแก้วเจ้าเล่ห์ก็บินหนีขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้

ชายเจ้าของจึงพูดว่า
"เจ้ายังไม่ตายนี่ ทำไมถึงทำเช่นนี้"

นกแก้วตอบว่า
"เพราะว่านกที่อัฟริกาส่งข่าวสำคัญมาบอกกับข้านะซิ......."

"ข่าวอะไรล่ะ"
นักผจญภัยถามนกน้อย

เขาบอกฉันว่า
"ถ้าฉันต้องการที่จะหนีออกจากกรงของท่าน
ฉันจะต้องตายขณะที่ยังมีชีวิตอยู่"

ขำดีและมีหลายแง่มุมให้คิด เลยเอามาฝากใน ใจเขา...กับใจเรา  ขอบคุณอาจารย์สำหรับ แนวทางดีๆ ครับ

เป็นนิทานที่มีข้อคิดดีมากๆเลยครับ ขอบคุณ

แนะนำว่าถ้าพี่ต้องการตอบคพถามของหลายๆคนในคอมเม้นเดียว ให้ก๊อบชื่อเค้ามาแทนนะคะ

เพราะถ้าก๊อบรูปมามันจะกินพื้นที่ประมาณ 3 บรรทัดอะค่ะ ผลเลยออกมาเป็นแบบนี้ แต่ถ้าอยากใส่รูปจริงๆ ให้เว้นบรรทัดของแต่ละคน ประมาณ 3 enter ก็จะสวยงามเช่นกันค่า

ขอบคุณค่ะน้องเรา

ก็คงจะไม่ใส่รูปบ่อยครั้งนักหรอกครับ

วันนี้เพี้ยนๆหน่อยประเภทอยากทดลองน่ะครับ

ลองเลยค่ะ ช่วยกันใช้ จะได้รู้ข้อผิดพลาดของระบบ ว่าจะต้องแก้ตรงไหนกันอีกบ้าง ขอบคุณเช่นกันค่ะ

อ่านแล้วทำให้คิดถึงเพลงนี้ค่ะ ชื่อเพลง "เปิด" (มีแต่เนื้อร้องค่ะ) แต่เป็นเพลงที่ให้สัจธรรมกับชีวิตดีค่ะ

เพลง : เปิด หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง
ชีวิตไม่เป็นเหมือนที่ตั้งใจ
ทุกๆสิ่ง และทุกๆอย่าง นั้น
ไม่เป็นเหมือนเคยฝันไว้

หากปล่อยชีวิตที่ผิดหวัง
ให้นั่งอยู่ตรงนั้นตลอดไป
วันที่เธอเฝ้ารอคอยด้วยหัวใจ
นั้นคงจะไม่มาสักที

อยู่ที่เธอนั้นจะกล้าเปิด
เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่
ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี

หากว่าวันนี้สับสน วุ่นวายและวกวนไปทุกที่
ลองมองลองเปลี่ยนมุมจากที่ยืนอยู่ตรงนี้
เปลี่ยนจนเจอที่ที่ถูกใจ

แค่เพียงเธอนั้นจะกล้าเปิด
เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่
ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี

แค่เพียงเธอนั้นจะกล้าเปิด
เปิดตา และเปิดหู และเปิดใจ
มองโลกด้วยมุมมองด้านใหม่
ไม่ว่าจะร้ายหรือจะดี

หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง
ชีวิตไม่เป็นเหมือนดังฝันใฝ่
จะมีสุขหรือทุกข์เท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับใจก็เท่านี้

จำไว้สุขทุกข์สักแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับใจของเรานี้

--------------------

เพลงนี้เนื้อหาดีครับ คุณลูกแกะตัวไม่น้อย

ขอบคุณค่ะ ตอนที่ไม่เข้าใจกับใคร ก็จะได้เพลงนี้ช่วยให้มีสติขึ้นมา (บ้าง...อิอิ) ชอบท่อนที่ว่า

หากเธอเหนื่อยล้าผิดหวัง
ชีวิตไม่เป็นเหมือนดังฝันใฝ่
จะมีสุขหรือทุกข์เท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับใจก็เท่านี้"

ขอบพระคุณมากๆค่ะสำหรับข้อคิดข้อเขียนดีๆ เช่นนี้ค่ะ ช่วยเตือนตนได้อย่างดีค่ะ

ปรารถนามานานแล้วที่จะให้ทุกคนมีความคิด "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"  แต่ก็ยังหา tactics ไม่ได้ที่จะทำให้ลูกน้องกับเจ้านาย (หรือคนทำงานร่วมกัน) คิดได้แบบนี้  ก็คงต้องอยู่กันไปแบบนี้จนกว่าใครจะไปก่อนใคร 

เวลาที่เราขัดใจ  เรามักจะคิดว่าถ้าเราเป็นเขา...เราจะทำอย่างนั้น...เราจะทำอย่างนี้... คิดโดยที่ไม่ได้เอาใจเขา...ที่เป็นเขา...เข้าใจเขา...มาเป็นฐาน  ใช้ตัวเองเป็นฐาน  ทำให้ความเข้าใจกันยิ่งน้อย  และน้อยลง  เพราะความคิดคนแตกต่างกัน  ที่มาที่ไปที่ทำให้คิดอย่างไรนั้นก็ต่างกัน  "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"  ต้องเข้าใจเขาก่อนด้วยสินะคะ...ขอบคุณค่ะ  อ่านแล้วต้องทบทวนตัวเองบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.137.159
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ