นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1167
ความเห็น: 2

ขวางโลก: 5 นิสัยที่ตัดความก้าวหน้าในการทำงาน

วันนี้มีความรู้สึกอยาก"ขวางโลก"ขึ้นมา

 

หลายวันมานี้ผมได้พยายามที่จะเรียนรู้ idioms หนึ่งที่คุณโอ๋-อโณ บันทึกไว้คือ take for granted และพบ Quote นี้ที่ห้องน้ำของศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์

 

 

ต้องสารภาพนะครับว่าอ่านครั้งแรกก็ยังไม่เข้าใจว่า take for granted แปลว่าอะไร ต้อง search เข้าไปอ่านอีกหลายครั้งจึงพอจะ..พอจะ..น่ะครับ ว่าน่าจะหมายความว่า "เห็นคุณค่าน้อยไป"

 

สาเหตุที่อยาก"ขวางโลก"ในวันนี้เพราะพบว่าพนักงานที่เป็นอาจารย์ใน ม.อ. โพสต์ใน fb เปรียบเทียบเงินเดือนของอาจารย์ปริญญาเอกและแน่นอนว่า ม.อ. จ้างในอัตราที่ต่ำกว่าที่อื่น

 

ผมเกิดอาการ"ขวางโลก"อยากจะเข้าไปโพสต์ว่า คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำงานที่ใดที่หนึ่งนะ เหมือนผม ผมตัดสินใจที่จะทำงานที่ ม.อ. ทั้งที่รู้ว่าเงินเดือนน้อยเมื่อ 39 ปีที่แล้ว และไม่เคยเสียใจในการตัดสินใจครั้งนั้น เพราะผมไม่ไปเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่นที่ทำงานได้เงินมากกว่าผม เพราะผมรู้ว่าเราทำงานต่างกัน

 

นอกจากนั้น ผมยังเจอลูกศิษย์คนหนึ่งโพสต์บล็อกของคุณ Nuttapuch ในหัวข้อ "5 นิสัยแย่ในการทำงานที่จะตัดโอกาสความก้าวหน้าของคุณ" ก็เลยถือโอกาสเอามาลงในที่นี้สักนิด

1. มาทำงานไปวันๆ

อย่าใช้ชีวิตไปวันๆ และเรื่องงานเองก็ไม่ได้ต่างกัน เพราะถ้าเราไปทำงานเพียงเพราะเรามีหน้าที่ตามสัญญาจ้าง แล้วก็รอให้หมดๆ วันเพื่อจะได้กลับบ้าน บ้างก็ทำงานให้ครบๆ ตามที่ได้รับมอบหมายเพื่อจะได้ไม่ถูกตำหนิ พอเป็นอะไรแบบนี้ก็มีแต่จะทำให้คนอื่นๆ ไม่ได้มองเราต่างจากพนักงานทั่วๆ ไปที่สามารถหาคนมาแทนได้โดยที่บริษัทคงไม่ต้องรู้สึกเสียดายเราแต่อย่างใด เช่นเดียวกับตัวเราเองก็คงจะไม่ได้มีเป้าหมายหรือความมุ่งมั่นจะทำอะไรที่ดี ขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว มันก็คงยากที่เราจะไปเตะตาผู้บริหารหรือหัวหน้างานเรา แถมดีไม่ดีจะกลายเป็นว่าเตะตาให้อยู่ในลิสต์คนที่ไม่มีประสิทธิภาพเสียอีก ต่างหาก

2. มองเรื่องผลประโยชน์เป็นเหตุผลหลักของการทำงาน

หนึ่งในสิ่งที่คนประสบความสำเร็จหรือบรรดาหนังสือแนะนำการพัฒนาตัวเองมัก บอกอยู่เสมอๆ คืออย่ามองการทำงานด้วยเป้าหมายเพียงเพื่อเรื่องเงินตอบแทน เพราะมันจะทำให้เราไม่ได้สนใจไปเรื่องของการพัฒนาตัวเอง การสนใจเรื่องความสำเร็จของงานที่ทำอยู่ ในขณะเดียวกัน ถ้าเราทำงานโดยสนใจแต่เรื่องเงินเป็นหลักนั้น สุดท้ายตัวเราเองนั่นแหละที่จะทำให้คนอื่นๆ รู้สึกได้ว่าเราไม่ได้สนใจความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน ของบริษัท แต่เราสนแต่เรื่องของตัวเอง ทีนี้ลองมองกลับว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทหรือหัวหน้างานแล้วพบว่าลูกน้อง สนแต่เรื่องผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลักแล้ว คุณว่าคุณจะผลักดันเขาให้ขึ้นมารับหน้าที่ใหญ่ๆ ไหมล่ะ?

3. เอาแต่นั่งรอให้หัวหน้าบอกว่าต้องทำอะไร

ถ้าเราลองสังเกตคนเก่งๆ ที่ได้รับโอกาสต่างๆ นั้น คนเหล่านี้มักจะมีนิสัยอย่างหนึ่งคือการชอบคิดและพยายามหาอะไรทำอยู่เรื่อยๆ และหลายๆ ครั้งเป็นเรื่องที่มากกว่างานที่ตัวเองทำ ทั้งนี้เพราะการทำงานในลักษณะ Proactive จะทำให้คนอื่นๆ รอบตัวคุณเห็นได้ถึงความพยายามและความตั้งใจในการทำงานให้ดีขึ้นของคุณ ซึ่ง ก็แน่นอนว่าคนเหล่านี้มักจะถูกให้ความสนใจเพราะพวกเขามักจะมากับความคิดว่า ต้องไปสู่ “สิ่งที่ดีกว่า” หรือ “สิ่งที่ดีที่สุด” อยู่เสมอ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราเอาแต่นั่งรอคำสั่ง มันก็เหมือนกับการบอกกลายๆ ว่าเราไม่ใช่ประเภทที่จะพยายามคิดหรือตั้งคำถามว่าจะก้าวหน้าหรือดีกว่าเดิม ได้อย่างไร และสุดท้ายก็เหมาะจะเป็นแค่ “คนทำงาน” มากกว่า “คนคิดงาน” นั่นแหละ

4. ไม่พยายามเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

บางทีคุณอาจจะมีความสามารถ อาจจะทำงานได้ดี แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรจะมีคือการพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม ข้อนี้เองก็อาจจะคล้ายๆ กับข้อที่แล้ว เพราะแม้ว่าคุณจะเก่ง มีความสามารถในหน้าที่ปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก่งหรือมีความสามารถที่จะรับมือกับตำแหน่งและ หน้าที่ใหม่ที่จะสูงขึ้นได้เว้นเสียแต่ว่าคุณจะสามารถแสดงให้หัวหน้าของคุณ ได้เห็นว่าคุณพยายามเรียนรู้และทำให้ระดับความสามารถของคุณสูงขึ้นอยู่เสมอ

5. ไม่มีส่วนร่วมกับการประชุมหรือกระบวนการคิดงาน

ทุกวันนี้เรามักมีการประชุมงานอยู่บ่อยๆ (บางคนอาจจะประชุมกันแทบทุกวันก็ได้) แต่ถ้าเราดูๆ กันแล้ว เรามักจะพบว่าคนเข้าประชุมมีด้วยกันหลักๆ สองประเภท คือคนที่ช่วยคิดงานหรือพยายามมีส่วนร่วมในการประชุมแม้บางเรื่องอาจจะไม่ใช่ เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็พยายามจะแชร์ไอเดียหรือช่วยเสริมความคิดให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม แต่คนอีกประเภทหนึ่งคือเข้าประชุมตามหมายเรียก แล้วก็นั่งฟัง ไม่พูดจาหรือมีส่วนกับการแสดงความเห็น หรือไม่ก็รอๆ ให้การประชุมจบ ซึ่งพอเป็นแบบนี้ คนอื่นๆ ที่เขาประชุมงานด้วยความตั้งใจ (ซึ่งก็มักเป็นหัวหน้างานนั่นแหละ) จะมองคนสองประเภทนี้อย่างไรกันล่ะครับ

นี่เป็นเพียง 5 นิสัยง่ายๆ ที่ตัดโอกาสความก้าวหน้าในชีวิตการทำงานซึ่งเรามักเจอกันบ่อยๆ โดยอันที่จริงก็จะมีนิสัยแบบนี้อีกเยอะทีเดียว

 

ก็ลองถามตัวเองดูบ่อยๆ นะครับว่าตอนนี้เราทำงานด้วยนิสัยที่ทำให้คนอื่นชื่นชมหรือทำให้คนอื่นเลิกสนใจเรากันแน่

 

ผมว่าทั้ง 5 ประเด็นนี้ตรงใจผมมาก และผมก็มองทั้ง 5 ประเด็นนี้แบบเต็ม ๆ เลย ใครที่มีพฤติกรรมตรงกันข้ามกับ 5 ประเด็นนี้ ควรได้รับการสนับสนุนให้รับผิดชอบสูง ๆ ขึ้นไป แต่ถ้ามีหลายข้อใน 5 ประเด็นนี้ ก็อยู่ใน list ที่เป็นผู้ที่องค์กรสามารถขาดได้

 

ผู้บริหารต้องสื่อสารไปยังบุคลากรทุกคนอย่างตรงไปตรงมาว่า พฤติกรรมใดที่เราต้องการให้บุคลากรมีและดำเนินการตามนั้น หากเราต้องการที่จะเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ความจำเป็นพื้นฐานก็คือบุคลากรต้องมีสมรรถนะสูงก่อน เริ่มจากผู้นำระดับสูง ผู้นำระดับกลาง จนถึงบุคลากรทุกท่านครับ

 

ทัศนคติดี ๆ ต้องมาก่อนครับ

 

ผม..เอง (แมวยังต้องเรียนรู้)

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 ธันวาคม 2557 09:58 แก้ไข: 08 ธันวาคม 2557 09:58 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 8 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อยากได้ค่าตอบแทนมาก ต้องสร้างค่างานให้มาก จากการทำงาน

Ico48
เฮ้อ [IP: 113.53.44.58]
08 December 2014 20:10
#100956

ข้อคิดข้างต้นใช้ได้กับการบริหารที่มีธรรมาภิบาลเท่านั้น คือการมองคนที่ผลงานเป็นหลักไม่ได้มีเรื่องอื่นเข้ามาแอบแฝง เช่น ต้องเข้าหาผู้บริหารทุกวันเพื่อเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นจึงจะได้ดี คนที่ตั้งใจทำงานนั้นคงไม่มีเวลาที่จะไปประจบใคร เพราะต้องการทำงานที่ตนเองได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้น และการตั้งใจทำงานโดยพยายามคิดสร้างสรรค์ผลงานให้ดีหรือให้มากกว่างานที่ได้รับมอบหมายก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหากอยู่ในองค์กรที่ผู้บริหารไม่เข้าใจในหลักธรรมาภิบาล อาจจะเป็นการฆ่าตัวตายได้เพราะผู้บริหารที่ทำงานไม่เป็นคิดไม่เป็น คงไม่ชอบที่จะให้ใครมาดีเด่นหรือเก่งกว่า กลายเป็นการข้ามหน้าข้ามตากันไป บางครั้งการทำตามคำสั่ง ทำงานไปวันๆ ก็อาจจะดีกว่าการคิดที่จะทำอะไรแล้วโดนเพ่งเล็งจนทำให้การทำงานไม่มีความสุขก็เป็นได้

ปล. หลายครั้งแนวคิดหรือการออกสื่อก็ตรงกันข้ามกับการกระทำ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.186.91
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ