นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1757
ความเห็น: 3

"ดุลย์"ข้าราชการ

บันทึก"ยาขม"ฮิตติดอันดับ ก็เลยขอบันทึกเรื่องในอดีตต่อครับ

 

ในสมัยรัชการที่ 7 มีการ"ดุลย์"ข้าราชการออก คือการให้ซองขาวแก่ข้าราชการ หารายละเอียดอ่านได้จากเว็บข้างล่างนี้ครับ เป็นงานเขียนของท่านวิษณุ เครืองามครับ

 

http://www.dailynews.co.th/Content/Article/21442/ปกเกล้าปกกระหม่อม(7)

 

ผม copy เอาบางส่วนมา paste ไว้ที่นี้ด้วยครับ

 

คำว่าเศรษฐกิจตกต่ำ โภคกิจเสื่อมโทรม อัตคัด ที่พูดถึงกันในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นศัพท์แปลก ๆ ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยในสมัยนั้น ต้องอธิบายกันสั้น ๆ ว่า “เรายากจนลง” เพราะเก็บภาษีได้น้อยลง คนว่างงานมาก การส่งออกทำได้น้อย การทำไร่ทำนาก็ไม่ค่อยได้ผล การลงทุนจากต่างประเทศก็ถดถอยไปมาก ที่จะยังพอมีอยู่บ้างคือกิจการป่าไม้ทางภาคเหนือ และกิจการเหมืองแร่ทางภาคใต้ ส่วนธุรกิจของคนไทยที่พอเชิดหน้าชูตาในเวลานั้นคือโรงงานเบียร์ของพระยา ภิรมย์ภักดี (บุญรอด) และกิจการรถเมล์ เรือเมล์ ร้านสรรพสินค้าของพระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ) แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตขนาดส่งเงินเข้ารัฐมากมายนัก
   
เศรษฐกิจที่ตกต่ำส่งผลกระทบต่อสยามประเทศอย่างรุนแรง เช่น งบประมาณไม่พอใช้ รัฐบาลจึงต้องเริ่มมาตรการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายเป็นลำดับเพื่อลดผลกระทบต่อ ราษฎรพระเจ้าอยู่ หัวโปรดฯ ให้ลดการถวายเงินทรงใช้สอย (ทั้งการส่วนพระองค์และค่าใช้จ่ายทุกประเภทในราชสำนัก) จากปีละ 9 ล้านบาทลงจนเหลือ 6 ล้านบาทและ 3 ล้านบาทในที่สุด และมีการตรากฎหมายเก็บภาษีใหม่ ๆ ที่ไม่กระทบราษฎรโดยตรงเพิ่มขึ้น
   
ขั้นต่อมาคือการยุบหรือควบรวมหน่วยราชการต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อมิให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายแก่รัฐมากเกินไป เช่น ยุบหลายจังหวัดเข้าเป็นจังหวัดเดียว ยุบหลายมณฑลเข้าด้วยกัน ยุบหน่วยทหารบางหน่วย ยุบกรมรวมกัน ควบรวมกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงกลาโหมกับกระทรวงทหารเรือ
   
เรื่องอย่างนี้ใครจะบอกกล่าวป่าวร้องว่าจำเป็นอย่างไรก็เห็นจะเข้าใจได้ยาก หรือแม้เข้าใจแต่ก็ทำใจคล้อยตามยาก เพราะก่อให้เกิดผลกระทบอยู่มาก คนที่ไม่กระทบกระเทือนก็มักจะนิ่งเงียบเสีย ไม่มีเสียหรอกที่จะออกมาช่วยอธิบายแทนรัฐบาลให้เปลืองตัว ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบกระเทือนก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอสารพัด
   
ก็โถ! นายทหารบางคนเป็นพันเอกกำลังคั่วนายพล อ้าว! เขายุบหน่วยนี้ไปรวมกับหน่วยโน้นเสียแล้วเลยมีนายพลได้คนเดียว คนที่คั่วอยู่ต้องชักตะพานถ่อแหงนคอรอต่อไป พลเรือนบางคนถึงคราวจะได้เป็นอธิบดีหรือข้าหลวง แต่กรมนั้นหรือจังหวัดนั้นถูกยุบเสียฉิบ! ผมเคยมีส่วนทำเรื่องปฏิรูประบบราชการเมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งต้องยุบบางกรม ควบรวมบางกรม โอนกรมนี้จากกระทรวงนี้ไปอยู่กระทรวงโน้น ได้รู้รสแล้วว่างานอย่างนี้แม้จะจำเป็นและมีประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่ยากที่คนทำจะได้ดี สู้ทำเรื่องประชานิยมลดแลกแจกสะบัดไม่ได้!
   
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเองก็ไม่ทรงพ้นไปจากความขัดเคืองคับแค้น ขุ่นข้องหมองใจเหล่านี้! อภิรัฐมนตรีสภาเองก็พลอยถูกโจมตีไปด้วยว่าอาจอยู่เบื้องหลังความคิดนี้ ส่วนคณะเสนาบดีเสียอีกที่อาจพอลอยตัวอยู่บ้างเพราะท่านเหล่านี้เป็นเจ้า กระทรวงย่อมไม่เสนอความคิดทุบหม้อข้าวหรือลดทอนอำนาจตนอยู่แล้ว อย่างมากแม้เห็นด้วยก็เฉย ๆ เสีย และมีอยู่บ้างที่ออกมาเปิดเผยแก่ข้าราชการในกระทรวงของตนว่า “ข้าทัดทานแล้ว แต่ในหลวงทรงเชื่ออภิรัฐมนตรีมากกว่า”
   
เรื่องอย่างนี้แม้ทุกวันนี้รัฐมนตรีบางคนในบางรัฐบาลก็ยังชอบประพฤติ โดยเฉพาะการออกมาปล่อยข่าวกับหนังสือพิมพ์ทำนองเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น
   
ทำไปจนถึงขนาดนี้แล้ว แต่เศรษฐกิจก็ยังไม่ดีขึ้น รัฐบาลจึงต้องหันมาตัดโครงการที่ไม่จำเป็นหรือลดขนาดลง อันนี้ก็ขัดใจกับกระทรวงต่าง ๆ อีกแล้ว กระทรวงกลาโหมขอตั้งกรมการบิน แต่กระทรวงพาณิชย์เห็นว่าตั้งทั้งทีไม่ควรใช้เพื่อประโยชน์ทางการทหาร หากควรใช้เพื่อการพาณิชย์ขนส่งสินค้าด้วยจึงขอให้มาขึ้นกับกระทรวงพาณิชย์ ในหลวงทรงเห็นด้วย เสนาบดีกลาโหมจึงไม่พอใจ!
   
กระทรวงกลาโหมขอออกระเบียบการเงินและงบประมาณต่างหาก แต่เสนาบดีกระทรวงการคลังคัดค้านว่าในยามนี้ควรมีวินัยการคลัง ถ้าแต่ละกระทรวงแยกกันทำระเบียบเองก็จะกระทบสถานะการคลังของประเทศ เท่านี้กระทรวงการคลังก็ถูกเขม่นเอาอย่างหนัก! รัฐบาลถูกหาว่าทอดทิ้งทหาร! ยามดีก็ใช้ยามไข้ไม่รักษา
   
มติคณะรัฐมนตรี เอ๊ย! ที่ประชุมเสนาบดีมีว่าบ้านเมืองกำลังอัตคัด การให้สองขั้นแก่ข้าราชการให้ทำเท่าที่จำเป็น เช่น เพราะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งจึงต้องเลื่อนขั้นตามจะได้อัดฉีดให้โตเร็ว ไม่งั้นอธิบดีหรือนายพลเงินเดือนน้อยกว่าหัวหน้ากองหรือนายพัน กระทรวงกลาโหมออกคำสั่งขึ้นเงินเดือนโดยไม่ถึงคราวเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง แล้วมาขอให้คณะเสนาบดีให้สัตยาบัน ที่ประชุมเสนาบดีไม่เห็นด้วย เท่านี้เสนาบดีกลาโหมก็เสียหน้าจนขอลาออก!
   
ฟางเส้นสุดท้ายคือการที่รัฐบาลตัดสินใจ “ดุลย์” ข้าราชการ คำนี้แปลง่าย ๆ ว่าแจกซองขาวให้ข้าราชการออกจากงานเพราะคนชักจะล้นงานเอาจริง ๆ ที่ใช้คำว่า “ดุลย์” เพราะเจตนาต้องการปรับรายจ่ายของประเทศให้ใกล้เคียงหรือมี “ดุลยภาพ” กับรายรับ การดุลย์สะเทือนใจข้าราชการและครอบครัวเป็นอันมาก ใครเคยอ่านเรื่องสี่แผ่นดินของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คงจำได้ว่าวันหนึ่งคุณเปรม พระเอกของเรื่องซึ่งเป็นเจ้าคุณออกไปทำงานแป๊บเดียวก็กลับมานั่งหน้าซีดหน้า เซียว แม่พลอยถามว่าวันนี้ทำไมกลับเร็ว
   
คุณเปรมตอบอย่างละเหี่ยใจว่า “แม่พลอย ฉันถูกดุลย์เสียแล้ว!”

 

ข้อมูลจากแหล่งนี้ http://www.coziplace.com/archives/3527 ให้ข้อมูลสั้น ๆ เพียงว่า

 

ในเวลานั้น เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ประกอบกับปัญหาขาดดุลงบประมาณ เนื่องจากมีการใช้จ่ายอย่างมากในรัชกาลก่อน รัชกาลที่ 7 ทรงแก้ปัญหาด้วยการดุลข้าราชการออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้าราชการจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบเป็นชนชั้นกลาง เมื่อกลุ่มนักเรียนนอกกลับมารับราชการก็เริ่มชักชวนข้าราชการให้เข้าร่วม ขบวนการอย่างลับๆ ซึ่งทำได้ไม่ยากนัก เพราะความรู้สึกไม่พอใจมีอยู่แล้ว

 

อันนี้ก็โยนไปที่รัชการก่อนที่มีการใช้จ่ายอย่างมาก

 

ก็สรุปได้ว่า ประเทศ องค์กรจะอยู่ได้ก็ต้องมีรายรับ-รายจ่ายที่สมดุลกัน ถ้าจ่ายมากกว่ารับซะแล้ว ยังไงก็ไปไม่รอด

 

ผู้นำองค์กรต้องจับชีพจรของหน่วยงานด้านการเงินอย่างสม่ำเสมอครับ ต้องเน้นไปที่ประสิทธิภาพของบุคลากรให้มากเข้าไว้ หากไปเออออตามกระแสการบริหารแบบประชานิยม ขอเป็นที่รักของลูกน้องทุกนาย องค์กรก็เละตุ้มเป๊ะได้

 

มาตรการที่จะกระตุ้นให้บุคลากรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเกิดขึ้น ก็ขอตอบคุณทาวน์ถ้ำไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ

 

กรณีนี่นี้...ผลลัพท์และกาลเวลาน่าจะเป็นเครื่องชี้วัดได้ว่า

ผู้บริหารมีมิจฉาทิฏฐิ - มาตรฐานสูงเกินเหตุ - อยากให้หมาออกลูกเป็นเสือ(ราชการทำงานเหมือนเอกชน)

หรือว่า...ผู้ใต้บังคับบัญชาบางส่วนประสิทธิภาพต่ำ - ชินกับ Comfort Zone - ท่าดีทีเหลว - ขุนไม่ขึ้น ถมไม่เต็ม

หรือว่า...เป็นด้วยทั้งสองกรณีสอดผสานกันในอัตราส่วนที่เกินกว่าจะคาดเดา

 

ผมสอนหนังสือมานาน มองทุกคนเป็น"เสือ"หมดครับ แต่เสือที่ถูกเลี้ยงดูดีเกินก็กลายเป็นเสืออ้วน สัญชาตญาณความเป็นเสือน้อยลง ผมก็ต้องหามาตรการปลุกสัญชาตญาณ"เสือ"ขึ้นมาใหม่ ผมเชื่อในศักยภาพของคนครับ

 

แต่ก็คงยากครับ หากคนจำนวนมากยึดแต่คำว่า "เสมอภาพ" "เท่าเทียมกัน" "มาตรฐานเดียวกัน" คนไข้จำนวนมากตอบสนองต่อยาต่างกัน ผมแพ้ amoxy ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่แพ้ ให้ยา amoxy กับผม ผมก็ตายสถานเดียว เพราะในความจริงแล้ว "คนเรานั้นต่างกันครับ"

 

ยากแต่ก็ต้องลองทำดูครับ

 

 

คนนี้เป็นสุดยอดนักบาสเก็ตบอลที่ผมเคยดูมาครับ แต่ผลสำเร็จการเป็นนักกีฬาชั้นเลิศของเขานั้นไม่ได้มาจากพรสวรรค์นะครับ มาจาก attitude ที่เป็นเลิศต่างหาก

 

ผม..เอง (แมวยอมรับการล้มเหลว)

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 พฤศจิกายน 2557 17:22 แก้ไข: 24 พฤศจิกายน 2557 17:22 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 9 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

บันทึกนี้ยาวใช้ได้ แต่อ่านจนจบครับ อิอิ ถ้าสมัยนี้การดุลย์มีจริง ก็น่าสนุกสิครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ข่าวเรื่องการลอยแพพนักงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างประเทศมีให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ก็เข้าทำนองดุลย์พนักงานเหมือนกัน

ทางเลือกนี้คงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะถูกนำมาใช้สำหรับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจหลาย ๆ คน

ก็คงต้องชั่งน้ำหนักกันว่า รวมกันตายหมู่หรือจะอยู่เพียงบางส่วน

จะไปทางไหนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจก็โดน

อิอิอิ

เราเอง

ลองสังเกตธรรมชาติรอบตัวไม้น้อยใหญ่ที่โค่น ใน ม.อ. ซิคะ ทั้งที่ลำต้นใหญ่ ใบดก ว่าเป็นอย่างไร ?

สุดท้ายก็ถูกเลื้อยมีราคาเท่าฟืน รวมทั้งต้นที่ถูกตัด ยกเว้นไม้ที่ถูกประมูลบางต้น

อนิจจัง พยายามรักษาสมดุลกันต่อไปเท่าที่กำลังความสามารถมี แค่ไหนแค่นั้น

อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เกิดมาทำไม

สงบเย็นเป็นประโยชน์นะคะ

ด้วยความขอบคุณ

เจริญธรรม สำนึกดี

ยาดมเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.208.0
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ