นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 3852
ความเห็น: 9

เดินทางผิด?

เช้านี้ตื่นขึ้นมาได้โจทย์คิดจากน้อง Teddy ดังนี้ครับ

 

คณิตพื้นฐาน

ผมนั่งคิดในใจแป๊บนึงก็ส่งต่อให้ Group ใน Line 3กลุ่ม(การคิดของผมก็เริ่มจากการตั้งสมการ)

 

ระหว่างเดินทางมาทำงานก็มีการถามโจทย์นี้ขึ้นมา และหลานที่เรียนอยู่ที่ มอ.ว. ก็บอกว่า "ใช้วิธีแทนค่าลงไปก็ได้เร็วดี"

 

แนวคิดการแก้ปัญหาคือ การสมมติค่าโดยประมาณขึ้นมาก่อนแล้วไปแทนค่า เช่น ให้กระต่ายหนัก 4 kg แมว 6 kg แล้วไปหาน้ำหนักหมาต่อไป

 

ผมก็ชี้แจงไปว่าในกรณีนี้อาจทำได้ง่าย เพราะโจทย์ให้มามีคำตอบเป็นเลขลงตัว แต่หากเปลี่ยนโจทย์เป็น กระต่ายบวกแมวเป็น 9 kg ก็จะยากขึ้นน่ะ

 

เขาก็บอกว่าในการทำข้อสอบก็จะเอาคำตอบ choice ที่ให้มาแทนค่าก็จะได้คำตอบที่รวดเร็วกว่าเขียนสมการ

 

ผมฉุกใจคิดขึ้นมาว่า การศึกษาไทยเราหลงทางไปแล้วหรือไม่ ที่สอนให้เยาวชนไทยหาคำตอบที่รวดเร็วแทนการคิดอย่างมีเหตุมีผล และผู้ที่เป็นต้นเหตุหลัก คือ ครูรวมทั้งกระบวนการออกข้อสอบประเมินผลที่ต้องการเพียงผลลัพธ์แต่ไม่สนใจกระบวนการ?

 

แนวคิดนี้สืบทอดมาถึงการทำงานและการใช้ชีวิตต่อไปด้วย การทำงานเพียงเพื่อบรรลุผลตาม TOR ระบาดไปทั่วองค์กร ปฏิบัติงานเพียงเพื่อประเมินให้ผ่าน ค้นหาหลักฐานมาเพียงเพื่อจะตอบว่าได้มีผลงานตามที่ต้องการแล้ว โดยที่ไม่ได้ดู outcome ที่เกิดขึ้นจริง KPIs ที่นำเสนอก็ไม่รู้ว่าใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เช่น ได้ทำกิจกรรมไปแล้ว 25 กิจกรรม อบรมครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ 2 เรื่อง/คน/ปี ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่าแล้วผลลัพธ์ที่แท้จริงคืออะไร เพราะ KPIs ที่ให้ไว้อาจเป็นเพียง In-process indicator เท่านั้น แล้วเราก็๋หลงไหลกับการได้คะแนนประเมินสูง ๆ

 

การคิดแบบใช้เหตุและผลน้อยลงไปในการศึกษาปัจจุบันนี้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ก็หายไป ผมตระหนักจากการสอนนักศึกษาปีที่ 4 ที่ถามคำถามไปก็จะได้คำตอบแบบกำกวมกลับมาเกินครึ่ง คือไม่มีความชัดเจนว่ามีความรู้ที่แท้จริงอยู่เลย

 

เป็นเพราะเราเน้นการได้คำตอบ มากกว่าการใช้เหตุผล จนเป็นอุปนิสัยและความประพฤติที่เคยชินติดตัวมาแล้ว

 

ผมคงต้องใช้เวลาปรับความคิดหลานของผมที่ได้รับอิทธิพลจากครูและจากเพื่อนในการอยู่ในเวทีแข่งขันที่ผิด ๆ นี้อีกมาก และอาจทำไม่ได้ผลก็เป็นได้ อิทธิพลจากสภาพแวดล้อมมันสูงมากจริง ๆ

 

ผม..เอง (แมวยังเป็นห่วง)

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 สิงหาคม 2557 09:27 แก้ไข: 29 สิงหาคม 2557 09:27 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LUX, Ico24 Our Shangri-La, และ 12 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ช่วงเช้าเห็นเหมือนกันครับ ประมาณเอาจากสายตาแล้วว่า ใช้การหักลบเอาคงไม่ได้

วิธีการหาคงเป็นการตั้งสมการ แล้วแก้โจทย์สมการเอา

ในการเรียนกวดวิชาเขาคงสอนเทคนิคการคิดเร็วแบบนี้มั๊งครับ ฉะนั้นเวลาเรียนในห้องเรียนปกติ เด็กที่ไปเรียนกวดวิชามาจะตอบโจทย์ครูได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่ได้ไปเรียน

ก็เลยต้องเฮโลกันไปเรียนเพื่อให้คิดเร็วเหมือนเพื่อนเขา

 

วิธีการสอนแบบนี้ส่งผลต่อวิธีคิดของเด็กจริง ๆ

หรือว่าบางทีเราอาจจะเป็นพวก conservative มากเกินไป

ฮา

อิอิอิ

เราเอง

ลองใช้หลักคณิตศาสตร์แล้ว พบว่าได้ 27 Kg

โดยกระต่าย=3

แมว=7

หมา=17 ถูกไหมคะ

ถูกครับ แต่จากคำถามนั้นท่าน MK มีวิธีคิดที่เร็วและง่ายมาก ด้วยการบวกสามข้อเข้าด้วยกันแล้วหาร 2 ก็จะได้คำตอบที่ถามมาครับ

ก่อนหน้านี้รับ line รูปภาพจากคนธรรมดาระหว่างขับรถ

ให้มุก ทดลองทำ มุกตอบว่า 27 เช่นกัน

วันนั้นไม่รู้ว่าวันไหน คนธรรมดาถามว่า ทดแทนได้คำตอบมาอย่างไร

31 ส.ค.2557

ถามมุกว่าคิดมาอย่างไร

มาดูมุกอธิบายแบบปากเปล่าให้ฟัง ถึงวิธีการคิด

น้ำหนักของหมากับกระต๋าย(20 kg)+น้ำหนักของหมากับแมว(24 kg)=44 kg

นำน้ำหนักรวม(หมา2,แมว1,กระต๋าย1) 44kg - น้ำหนักรวมของ แมวกับกระต๋าย(10kg)=34 kg

เหลือแต่น้ำหนักมาสองตัว(34kg)/2เพื่อให้เหลือหมาเพียงตัวเดียว= 17 kg

โดยคำถามถามน้ำหนักรวมของสัตว์สามตัว

ก็จะได้ว่า

น้ำหนักแมวกับกระต๋าย(10kg)+น้ำหนักหมาตัวเดียว(17kg)=27 kg

ฮะฮะฮ้า ผมยืนยันไม่ได้ส่งมุกไปเรียนหลักสูตรคิดเร็ว และคิดลัด แบบขี้โกง และก็ได้คำตอบเร็วด้วย ฮา

20+24 = 44

44-10 = 34

34/2 = 17

17+10 = 27

น่าจะเป็นการหาคำตอบแบบสมการไร้รูปนะลุง

อิอิอิ

เราเอง

ขออนุญาต ดูด ไปอ้างถึงใน ปฏิรูปการศึกษา..๓ ครับ

เชิญครับท่าน Smarn

เป้าหมายเดียวคือคำตอบที่ถูกต้อง วิธีคิดต่างอยู่ที่ประสบการณ์ การฝึกฝน

สิ่งสำคัญอยู่ที่การเรียนรู้วิธีการคิดของกันและกัน เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในการได้มาซึ่งคำตอบและการตอบโจทย์

สิ่งที่สำคัญกว่า จะเข้าถึงกันอย่างไร อยู่ที่สัมพันธภาพเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

เข้าถึง เข้าใจ ร่วมพัฒนา เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดี

เป็นการลับสมอง ลองปัญญา ที่วิเศษเลยค่ะ

10-แมว = 20-หมา = กระต่าย

แมว = 24-หมา

10-(24-หมา) = 24-หมา

2 (หมา) = 24+24-10

หมา = 34/2 = 17

แมว = 7

กระต่าย = 3

หมา+แมว+กระต่าย = 27

คิดแล้วต้องเขียนลงกระดาษ อย่างนี้คำตอบช้าแน่นอน สำคัญคนที่ได้คำตอบเร็วจะกลายเป็นผู้ชนะเสมอ หรือเราจะอยู่ ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัย ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน เพื่อความมีคุณค่าของกันและกันหรือเปล่า

อยู่ที่เป้าหมายของการอยู่ร่วมกันจริงๆ

ด้วยความขอบคุณค่ะ

ยาดมเอง

...เป็นเพราะเราเน้นการได้คำตอบ มากกว่าการใช้(หลักการ)เหตุผล จนเป็นอุปนิสัยและความประพฤติที่เคยชิน..

ในการสอนรายวิชาทางวิศวกรรม ผมมักจะบอกนักศึกษาว่าให้ใช้หลักการและวิธีการคำนวณ (กระบวนการ) ที่ถูกต้อง โดยที่

  • คำตอบถูก + วิธีการถูก = ได้คะแนนเต็ม
  • คำตอบผิด + วิธีการถูก = ได้คะแนนครึ่งหนึ่ง
  • คำตอบถูก + วิธีการผิด = ?? อาจารย์ปวดหัว แต่..พบว่าบางรายใช้วิธีการอื่น ก็ถูก
  • คำตอบผิด + วิธีการผิด = 0

แต่ในชีวิตการทำงานวิศวกร คำตอบจะต้องถูก เท่านั้น และแน่นอนว่าถ้ามาจากวิธีการที่ผิด ครั้งต่อไปมีโอกาสถูกอีกน้อยมาก

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.226.248.180
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ