นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1854
ความเห็น: 6

โครงสร้างองค์กรบิดเบี้ยวไปหรือไม่?

เหตุการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบ รวมทั้งการฟังการอ่านนักวิชาการต่าง ๆ ที่ออกมาแสดงความเห็น พลอยทำให้ผมคิดอีกด้านว่า เมื่อสถานการณ์เปลื่ยนไป /เทคโนโลยี/สังคมเปลี่ยนไป การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรอาจถึงเวลาที่จำเป็นแล้ว

 

30 ปีก่อน มีผู้มีความรู้ไม่มากนักในสังคมไทย การบริหารก็ให้ผู้ที่มีความรู้ดีๆ สูง ๆ เป็นผู้ชี้นำ ออกแบบให้องค์กรเป็นแบบ Top-down management และองค์กรก็เจริญมาด้วยดี

 

อีก 15 ปี ผ่านมา ผู้ที่มีความรู้ในสังคมไทยมีอยู่มากมาย เกิดคำถามว่า ทำไม? มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะระดับปฏิบัติการกับผู้บริหารมีความรู้ไม่ต่างกันมาก (อาจมีประสบการณ์ที่ต่างกัน) และต่างฝ่ายก็ยืนยันว่าตนจบการศึกษาจากสำนักที่มีชื่อเสียง ใช้คุณวุฒิมาถกเถียงกัน/ข่มกันมากขึ้น ไม่ค่อยได้ใช้เหตุผลมากนัก โดยหากเรายอมรับความจริงกันบ้างว่า ไม่มีใครตัดสินใจถูกไปเสียทุกเรื่อง เพราะกรอบเวลาที่ต้องรีบดำเนินการทำให้บางอย่างไม่ถูกต้องไปเสียทั้งหมด สิ่งที่เราควรทำคือแก้ไขให้มันดีขึ้น ตามหลักการของ PDCA

 

รอยร้าวในสังคม หรือใน ม.อ.ชัดขึ้นเรื่อย ๆ หากผมมองในระบบ TQA หน่วยงานที่สำคัญที่สุด ที่สร้างรายได้ให้กับ ม.อ. (ยกเว้นโรงพยาบาลม.อ.) ก็คือภาควิชาครับ เพราะภารกิจมากกว่า 80% ที่มีต่อนักศึกษาจะตกไปอยู่ที่ภาควิชา

 

แต่ภาควิชากลับมีอำนาจน้อยที่สุด อำนาจส่วนใหญ่ไปอยู่ที่คณะฯ ซึ่ีงไม่ได้ทำหน้าที่สร้างรายได้ให้กับองค์กรมากนัก และอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่สำนักงานอธิการบดี ซึ่งไม่ได้สร้างรายได้อะไรให้กับองค์กรเลย (แต่จะจ่ายสูงมาก) แต่บุคลากรที่ สนอ. กลับมีอำนาจที่จะสั่งการคณะฯ และคณะฯก็มาสั่งการภาควิชาฯ อีกต่อหนึ่ง และบคลากรในสังคมไทยก็มักใช้อำนาจที่เหนือกว่าตามขั้นการบังคับบัญชามาควบคุมให้ฝ่ายที่ต่ำกว่าดำเนินการตามความเห็นของตนเอง เพราะอำนาจที่สำคัญคือการคุมทรัพยากรการเงิน ที่หลายประการต้องผ่าน สนอ.เพื่อส่งต่อให้อธิการบดีหรือผู้รับมอบอำนาจสั่งการต่ออีกครั้ง

 

ในระบบ TQA หน่วยงานหลัก Core Process คือหน่วยงานที่สัมผัสกับลูกค้า (เป็นหน่วยงานสร้างคุณค่า/รายได้)  และต้องมีหน้าที่ในการปฏิบัติหรือตัดสินใจให้ลูกค้าพอใจมากที่สุด แต่ด้วยระบบที่เป็นอยู่นี้ ภาควิชาจะไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เลย เพราะขาดอำนาจการตัดสินใจและทรัพยากร

 

ในความเห็นของผมนั้น หน่วยงานที่คณะฯ ส่วนใหญ่เป็น support unit แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ support เลย คอยแต่ทำหน้าที่ควบคุมเป็นหลัก ซึ่งผิดหลักการอย่างมาก Support ก็คือการเอื้อประโยชน์ให้ Core Unit ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ลูกค้าพอใจ และกลับมาใช้บริการครั้งใหม่ของเราอีกต่อไป

 

องค์กรม.อ. น่าจะได้เวลาปฏิรูปเป็นแบบปิระมิดกลับหัวได้แล้ว หากต้องการอยู่รอดในการเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ เราเข้าใจผิดในอำนาจที่ต้องปฏิบัติมานานเกินไปแล้ว 

 

ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ กำหนดไว้ว่า ฝ่ายสนับสนุนจะต้องเอื้อการทำงานให้กับหน่วย core process ให้มากที่สุด เช่นฝ่ายซ่อมบำรุงรักษาต้องเข้าไปดูแลเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่มีปัญหาในทันที ทำอย่างมีประสิทธิภาพ และฝ่ายสนล. ก็ต้องสนับสนุนดูแลให้ลูกค้ามีความพอใจสูงสุด ทั้งด้านความสุภาพ ความรวดเร็ว ความถูกต้องในผลงาน โดยถ้าจะให้องค์กรอยู่รอดได้ Core unit (นักวิทยาศาสตร์) ก็ต้องขยันหากระบวนการใหม่ นวัตกรรมใหม่ มาบริการลูกค้าให้ทันโอกาส เวลา ความต้องการใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนไป มิใช่มีความสามารถเท่าเดิม และผู้นำระดับสูงก็ต้องติดตาม/กำกับ อำนวยความสะดวกให้กระบวนการเหล่านี้ลื่นไหลไปได้อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง ไม่ทำหน้าที่เป็น คอขวด ที่ใคร ๆ ก็ต้องมารอการตัดสินใจสุดท้ายจากผู้นำระดับสูง

 

นิยามประสิทธิภาพผมประมาณไว้ดังนี้ครับ

 

ประสิทธิภาพ = คุณภาพ x labour productivity ÷ cost 

 

องค์กรไม่ได้อยู่ได้ด้วยแนวคิดวิชาการ แต่ต้องผสมผสานด้วยแนวคิดเชิงสังคม ดังนั้นในเชิงปฏิบัติจึงต้องทำการทดลองหรือวิจัยเพื่อพิสูจน์โมเดลต่าง ๆ ก่อน

 

ประสิทธิภาพขององค์กรจึงต้องการ การประเมินผล การติดตาม การพัฒนา การให้รางวัล และการลงโทษ และทุึกประเด็นที่ผมกล่าวมานี้  ในองค์กรราชการนั้น อ่อนไปทุกเรื่องหรือตกไปทุกประเด็นก็ว่าได้

 

ฟ้าสว่างแล้ว.....

 

จะปฏิรูปประเทศไทย ก็ต้องปฏิรูปให้ครบองค์รวมนะครับ อย่าปฏิรูปเพียงบางส่วน มันจะกลับไปสู่ที่เดิม

 

ผม..เอง (แมวอยากปฏิรูป)

Sections: บริหารทรัพยากรมนุษย์
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 17 November 2013 09:59 Modified: 17 November 2013 09:59 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 Baby, Ico24 Monly, and 15 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

อิอิ ตนเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วย ทำงานบริการด้วย ทำวิจัยบ้าง ดีใจที่อาจารย์มองเห็นคุณค่าของนักวิทยาศาสตร์ รู้สึกดี และมีกำลังใจจะพัฒนางานกันต่อไปครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ถูกใจครับ แต่ยังหาทางไปไม่ถูก

บันทึกแนะนำ วันที่ 23 พ.ย. 56

อิ..อิ..อิ..

ขอคุยแบบตรงๆ นะครับ เห็นอาจารย์เปิดประเด็นตรงมากครับ

ปัจจุบันหลายคนคิดอะไร ทำอะไร มองแต่ประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับหรือรับได้ไม่เต็มที่ ขัดใจ

เหมือนรัฐบาลอยากได้อะไรก็ทำเละเทะหมด โดยไม่ได้ดูหลัก ไม่ได้ดูความถูกต้อง ดูความเป็น

จริงในระบบที่กำลังเป็นอยู่

ระบบมหาวิทยาลัยก็ยังอิงระบบราชการอยู่ ถึงแม้ว่าบางมหาวิทยาลัยจะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับไปแล้ว

ก็ยังอิงระบบราชการอยู่ดี และยังไม่เห็นมหาวิทยาลัยไหน ฉีกกรอบการบริหารคน บริหารงบประมาณ

แบบที่ไม่อิงระบบราชการซักที มีแต่การคุยกันเรื่องค่าจ้าง เงินเดือนค่าตอบแทน เท่านั้นเอง

มาว่ากันที่หน่วยงานของมหาวิทยาลัย ของบประมาณซื้อครุภัณฑ์ ซ่อมครุภัณฑ์ จ้างคน ก็ยังต้องขอ

งบประมาณ การของบประมาณก็ยังต้องมีการควบคุม ตรวจสอบเป็นธรรมดา ใครเลยจะให้เงินลงมา

แล้วบอกว่าเอาไปเถอะทำอะไรก็ได้ ถึงแม้ว่าไม่มีการควบคุมเร่งรัดจาก สนอ. ก็ต้องโดนควบคุม

จากหน่วยงานส่วนกลางอยู่ดีครับ ได้เลยจะถามหาอิสระ ที่ไม่อยู่ในความควบคุมได้

ขนาดทุกอย่างขอด้วยงบประมาณ ยังบริหารงานยังขาดทุน แต่ยังไงก็มีข้ออ้างว่าทำเพื่อบริการวิชาการ

ไม่หวังผลกำไร แต่ให้เงินโบนัสพนักงานของตนเองได้ โดยที่หน่วยงานอื่นๆ ไม่เคยได้

ในทางกลับกัน ถ้าเราถอนหน่วยงานนั้นให้บริหารงานอย่างอิสระ ครุภัณฑ์ชื้อเอง คนจ้างเอง ซ่อมเครื่องมือเอง

บริการเก็บค่าบริการเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปเลย ไม่ต้องอ้างว่าเพื่อบริการวิชาการอีกแล้ว หน่วยงานก็จะได้

มีอิสระในการบริหาร คิดอะไรที่เป็นของตนเองได้ มีอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง แบบนี้หรือครับที่ต้องการ

แม้แต่มหาวิทยาลัยเอกชน ภาควิชา ยังโดยควบคุมเลยครับ

สำหรับเรื่อง ประสิทธิภาพขององค์กร การประเมินผล การติดตาม การพัฒนา การให้รางวัล และการลงโทษ ผมก็ยัง

ไม่เคยเห็นหน่วยงาน องค์กรใด ในมหาวิทยาลัยประเมินได้ตามความเป็นจริง (อย่างแท้จริง) ครับ

ตามความเข้าใจของตัวเอง

เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นในการบริหารเงินรายได้ มหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมเงินรายได้และงบประมาณไว้ตรงกลาง และจัดสรรให้ตามยุทธศาสตร์ แต่ ม.อ. ให้สิทธิ์คณะ/หน่วยงานบริหารเงินรายได้ของตัวเอง อันนี้คงอยู่ที่คณะแล้วค่ะว่าจะบริหารเงินรายได้อย่างไร แต่หลายๆ คณะจะไม่ค่อนนำเงินรายได้มาใช้ มักจะมาขอจากเงินส่วนกลาง ซึ่ง มหาวิทยาลัยก็ไม่มีรายได้หลักเหมือนคณะ จึงเป็นเหตุให้เราต้องควบคุมค่าใช้จ่ายของเงินส่วนกลางบ้าง เป็นธรรมดา

สิ่งที่ต้องทำต่อไปในอนาคต คือมหาวิทยาลัยต้องพยายามหารายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำเงินมาบริหารงานในมหาวิทยาลัยให้เพียงพอกับความต้องการของหน่วยงาน

Ico48
ทำท่าว [IP: 180.183.175.166]
26 November 2013 13:12
#94612

 

แอร๊ยยยยยย........................น้องเอแหลงหรอยอย่างแรง

 

เรื่องแบบนี้มันเหมารวมไม่ได้หรอก ต้องแยกแยะนำร่องเป็นหน่วย ๆ ไป

ถ้าปล่อยหมด...รับรองเละเทะ

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ