นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1802
ความเห็น: 3

การแบ่งปันในสังคมตะวันออก

เมื่อวานนี้ (10 ก.ค. 55) ผมต้องเดินทางไปประชุมที่ สวทช. ก็เลยได้โอกาสเคลียร์งานไปหลายเรื่อง

 

ผมออกเดินทาง 11.15 น. แต่ก็เข้าที่ตึกวิจัยสรินธร (นักศึกษาเรียกตึก S)  เพื่อประชุมทีมวิจัยร่วมกับนักศึกษาโท-เอกที่จัดประจำทุกสัปดาห์ก่อน ผมปิดการประชุมให้เร็ว ออกมาคุยงานต่ออีกนิด พิมพ์งานเพื่อนำไปอ่านระหว่างเดินทางและรอการเดินทาง ออกจากตึกก็เกือบ 10.20 น. 

 

ผมก็ต้องขับรถค่อนข้างเร็วแล้วครับ ผมมักนำเจ้าตั๊กแตนไปจอดที่สนามบิน (จ่ายค่าจอด 100 บาท) มากกว่าเดินทางโดยรถยนต์ของมหาวิทยาลัยตามเที่ยวเมล์ไปสนามบิน เพราะจะต้องออกเดินทางก่อนเวลานานมาก (ผมอยากใช้เวลาทำงานมากกว่า) แต่วันนี้พบว่าต้องรอการตรวจที่ประตูทางเข้าสนามบินประมาณ 7 นาที และที่จอดรถยนต์ช่วงนี้หายาก ดังนั้นเมื่อเข้าไปในห้องพักผู้โดยสารก็เหมือนกับเดินเข้าแถวขึ้นเครื่องพอดี ก็อยากบอกว่า จะเดินทางในช่วงนี้ต้องเผื่อเวลาไว้มากขึ้นอีกนิดครับ

 

บนเครื่องบินก็อ่านงานที่ทีม CSR ร่างไว้เกี่ยวกับคู่มือจรรยาบรรณจนเสร็จ ก็เรียกว่าได้ไป 1 งานแล้ว

 

ผมออกจากที่ประชุมช้าไปนิดคือ 16.40 น. พบว่า taxi ที่บุคลากรกระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นผู้ขับออกไปหมดแล้ว ต้องเดินมาหน้ากระทรวงแล้วลุ้นระทึกกับการเรียก taxi ซึ่งหายากมาก พอได้ก็บอกว่า"ด่วน" เขาก็พาขึ้น toll way มาจนทันเวลา คือมาถึงประมาณ 17.50 น. (เครื่องบินออกเวลา 19.00 น.) ก็สบายใจดีที่ไม่ต้องลุ้นมาก และอ่านหนังสือ Future Career Future Education สาขาอาชีพแห่งอนาคต 3 ที่อ่านค้างไว้จบไปอีกเล่มหนึ่ง ก็เรียกว่าได้งานไปอีก 1

 

หลายข้อมูล หลายประกายความคิด จึงเป็นที่มาของบันทึกนี้ครับ

 

ความเจริญทางวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ของสังคมตะวันออกน่าจะเกิดมาก่อนสังคมตะวันตก แต่ด้วยวัฒนธรรมของการถ่ายทอดความรู้สำคัญที่นิยมถ่ายทอดในวงจำกัด เช่นเฉพาะตระกูล เฉพาะลูกชาย จึงทำให้ความรู้ไม่ถูกพัฒนาในวงกว้าง และฝั่งตะวันตกซึ่งมีการบันทึกความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ที่ดีกว่า จึงพัฒนาไปได้เร็วกว่าสังคมตะวันออกในที่สุด

 

ซึ่งถ้าหากมีการแบ่งปันความรู้กันอย่างกว้างขวางแล้ว ความเจริญทางฝั่งตะวันออกจะไม่ด้อยกว่าฝั่งตะวันตกอย่างแน่นอน ดูตัวอย่างจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งสามารถแข่งขันได้กับทางฝั่งตะวันตก และมีศักยภาพที่จะแซงได้ซิครับ

 

มีคำถามที่ไม่มีคำตอบมากมายว่า ทำไมประเทศไทยซึ่งมีทรัพยากรสมบูรณ์กว่าหลายประเทศ จึงก้าวหน้าช้ากว่าประเทศอื่น ๆ เสือตัวที่ 5 กลายเป็นเสือลำบากไปแล้วหรือ?

 

การเผยแพร่ความรู้เป็นภาษาตนเองของญี่ปุ่นก็ยังเข้มข้นอยู่ โดยการถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษเป็นเรื่องรองลงมา แต่ในประเทศไทยกลับนิยมความเป็นสากลอินเตอร์มากกว่า ซึ่งก็นับว่าแปลกดี เพราะแสดงถึงการยอมรับในความไม่เข้มแข็งของระบบ peer review ของไทยด้วยกัน โดยยกให้ต่างชาติเป็นผู้ตัดสินความมีคุณภาพของผลงานวิจัยแทน

 

ดังนั้นการแบ่งปันความรู้ในสังคมไทยด้วยกัน จึงเป็นการแบ่งปันในระดับชั้นสอง คือผลงานดี ๆ เอาไปตีพิมพ์เป็นภาษาต่างชาติ คนไทยที่ไม่มีความรู้ความสามารถในภาษาต่างชาติก็เลยด้อยโอกาสในการเรียนรู้ แต่ก็ยังดีที่ความรู้ด้านการเกษตรส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศไทย

 

การหวงความรู้ เป็นความเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่ง คือใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ส่วนตนและครอบครัว โดยละเลยการใช้ความรู้เพื่อสร้างความสุขแก่มนุษยชาติในวงกว้าง

 

ข้อมูลบอกว่ามีประชากรประมาณ 1600 ล้านคนยังยากจนอยู่ ไม่มีไฟฟ้าใช้ท่ามกลางประชากรโลกประมาณ 7000 ล้านคน และหลายร้อยล้านคนฟุ่มเฟือยมาก

 

ข้อมูลบอกว่า ในประเทศไทยยังมีคนยากจน อดอยากอยู่หลายแสนคน ในขณะที่บางคนก็รวยล้นเหลือ

 

บริษัท Counter Service มีนโยบายใช้เงินด้าน CSR ปีละ 2-3% ของกำไร ซึ่งก็ถือว่าน่าชื่นชม ที่ได้แบ่งปันให้แก่สังคมบ้าง

 

การแบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็น่าชื่นชมทั้งสิ้นครับ

 

ผม..เอง


หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 11 กรกฎาคม 2555 13:30 แก้ไข: 11 กรกฎาคม 2555 13:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
panyarak (Recent Activities)
12 July 2012 09:03
#78573

ผมก็มีความรู้สึกตรงกันว่า สังคมไทย(ตะวันออกหรือเปล่า ไม่แน่ใจ)มักจะหวงความรู้ ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยยอมแบ่งปัน แต่บางครั้งก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า

  1. "ความอาย" หรือ "ความเป็นคนขี้อาย"เป็นเหตุผลหนึ่งด้วยหรือเปล่า
  2. บางคนคิดว่า การแบ่งปันบางครั้งตามมาด้วยความรับผิดชอบ จึงตัดปัญหาด้วยการเก็บไว้เอง หรือปกปิดไว้ ผมเคยเสนอ สกอ. ให้นำโครงการพัฒนาซอฟท์แวร์ที่ สกอ. ให้การสนับสนุนเปิดสู่สาธารณชนเป็นลักษณะ Open Source แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า เดี๋ยวคนอื่นเอาไปใช้แล้วมีปัญหา ก็จะมาโทษเขา....
  3. .....

ท่าน panyarak ครับ ผมคิดว่าหาก สกอ.ตอบแบบนี้ก็ยังไม่เปิดใจจริง และไม่เห็นความสำคัญของการต่อยอด เหมือนนโยบายที่พยายามบอกให้ใช้แนวทางการต่อยอดเพื่อการพัฒนา

สกอ.ทำตัวเหมือนภูเขาทองที่จะต้องไม่มีจุดด่างพร้อยหรือ?

ปัญหามากนั้นดี เพราะจะได้พัฒนาแก้ไขต่อไป ปัญหาเชิงเทคนิคแก้ง่ายกว่าปัญหาเชิงสังคมมากนักครับ

Ico48
panyarak (Recent Activities)
12 July 2012 12:49
#78588

ก็เรียนตรงๆ ว่า ไม่เข้าใจว่า จริงๆ แล้ว เขาคิดอะไรอยู่

ผมเจอมากกว่านั้นอีกครับ ใน สพฐ. (สังกัดกระทรวงศึกษาธิการนี้แหละครับ) มีการพัฒนาโปรแกรมทะเบียนนักเรียนขึ้นโดยหน่วยงานหนึ่งที่เรียกว่า ศูนย์ปฏิบัติการ GPA แต่มีแนวความคิดว่า พัฒนามาเพื่อโรงเรียนรัฐบาลในสังกัด สพฐ. เท่านั้น และไม่ยอมให้โรงเรียนนอกสังกัดใช้ ใครใช้แล้วมีปัญหา สอบถามเข้าไป หากเขาสงสัยว่า ไม่ใช่คนจากโรงเรียนในสังกัด ก็จะไม่ตอบ รวมทั้งบางครั้งยังระแวงขนาดแจ้งไว้ว่า มีบางคนเข้าไปถามข้อมูล"เชิงลึก" อ่านแล้วอึ้งจริงๆ ครับ ผลที่ตามก็คือ ไม่ยอมเขียนคู่มือให้ดี โรงเรียนที่นำไปใช้งานก็ลำบาก หากบ่นเข้าไป เขาก็ไม่พอใจอีก... ที่สำคัญเป็นโปรแกรมที่เขาบังคับให้โรงเรียนต้องใช้ เห็นแล้วงงงงงงงงงง จริงๆ ครับ

ผลที่ตามมาก็คือ หน่วยงานที่เกี่ยวกับการศึกษา(สำนัก)อื่น(ในกระทรวงเดียวกัน) ก็ต้องมาพัฒนาโปรแกรมสำหรับบางกลุ่มโรงเรียน เท่าที่ทราบตอนนี้มีกันอย่างน้อยก็ 3-4 ตัวแล้วครับ

นอกเรื่องครับ แต่เป็นเรื่องที่ตลกไม่ออก...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.237.138.69
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ