นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1764
ความเห็น: 8

ขี้ข้าพลอยพยัก

  วันนี้ขอสวมบทบาท ขี้ข้าพลอยพยัก ในบันทึกนี้ซักกะหน่อย 
เมื่อวานนี้ 2 ก.พ. 2552 ผมได้อ่าน เรื่องเล่าจากอธิการบดีเรื่อง 125 ขอได้โปรดนำหัวใจและจิตวิญญาน กลับคืนมาให้มหาวิทยาลัย.. โดย Dr. Ovid J.L. Tzeng ซึ่งท่านอธิการบดีได้เล่าไว้อย่างดีแล้ว และผมก็เห็นชอบในย่อหน้าบทนี้ของท่านอย่างมากด้วย ก็เลยนำมาบอกต่อดังนี้ครับ
การเดินไปข้างหน้าของมหาวิทยาลัย ในสนามแข่งขัน ต้องใช้ความระมัดระวัง มหาวิทยาลัยในโลกปัจจุบันล้วนป่วยไข้ด้วยโรค Citation Syndrome, Nobel Prize Syndrome, Publication Syndrome, Number 1 Ranking Syndrome และ Patent Syndrome จนอาจลืม Education ที่แท้จริงไป

55555 (ห้าครั้งครับ) ตรงนี้แหล่ะครับที่โดนใจมาก เพราะผมเองก็พูดกับทีมงานหลายครั้งแล้วว่า ที่ผมขอจดอนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรทั้งหลาย เพราะเป็นสิ่งที่ มหาวิทยาลัยต้องการ จากนักวิจัย ไม่ใช่เป็นความต้องการส่วนตัวของผม เพราะผมไม่คิดจะหารายได้จากการขายสิทธิบัตร (ว่าที่จริง ผมไม่เคยคิดว่าจะมีคนมาขอซื้อของผมต่างหาก..555) เพราะสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา สิทธิบัตรเป็นอุปสรรคมากกว่าส่วนที่จะส่งเสริมการพัฒนาของประเทศ (ไม่ทราบเคยได้ยินข่าวการฟ้องร้องการละเมิดสิทธิการผลิตไบโอดีเซลกันบ้างมั๊ยครับ)
 Syndrome 5 ประเภทที่กล่าวมา หากพิจารณาให้เที่ยงแท้แล้ว พอจะมองได้ชัดมั๊ยครับว่า มันจะให้ผลตอบแทนอะไรที่เป็นรูปธรรมแก่ประเทศไทยบ้าง นอกจากคำว่า อาจจะ..” “หวังว่า.. เพื่อความเป็นสากล.. และผลประโยชน์ที่ได้จากสิ่งเหล่านี้มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราต้องลงทุนไปหรือไม่?? 
ผมบันทึกชวนทะเลาะ..กับเขาอย่างนี้ไปเรื่อยๆแหล่ะครับ พออายุมากเข้า..บางที่ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดไว้มานาน มันก็อยากจะปลดปล่อยออกมาบ้าง ผมอยากเขียนความจริง ที่ชนชั้นปกครอง บริหาร ไม่อยากพูดไม่อยากกล่าวกันไว้บ้าง
 ตัวอย่างมติลดละเลิกอบายมุข ปี 2549 ของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(ไทย) เป็นประเด็นที่นักคิดในสังคม คุณสมหมาย ปาริจฉัตต์ วิพากย์ ว่า อบายมุขเป็นของที่คู่กับมนุษย์ (ทุกเชื้อชาติ) สังคมโดยมากจึงนิยมสูบยา, ดื่มเหล้า, เล่นพนัน แล้วเที่ยวเสพเมถุน รัฐบาลได้แต่ใช้กฎหมายควบคุมอบายมุขให้อยู่ในขอบเขตไม่ให้ลุกลามจนทำลายระเบียบอันดีงามของสังคม แต่ไม่มีทาง ละเลิก กิเลสของปุถุชน   
จากงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบบอกว่า พฤติกรรมการละเมิดจริยธรรมที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นผลจากภาวะแวดล้อมทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ จากความเปลี่ยนแปลงของโลกทุนนิยม บริโภคนิยม การสื่อสารสมัยใหม่

ปัญหาจึงไม่ใช่การไม่มีข้อบังคับทางจริยธรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรเขียนไว้ หรือขาดความชัดเจน แต่เกิดจากพฤติกรรมเบี่ยงเบนของบุคคลตีความเข้าข้างตัวเอง ขณะที่กลไก กระบวนการควบคุมจริยธรรมไม่มีอำนาจบังคับให้เกิดการยอมรับปฏิบัติอย่างจริงจัง นั่นเอง

ม.อ. เราก็มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ และจัดทำจรรยาบรรณบุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ออกมาแล้วนะครับ แถมยังมีสื่อบ่มเพาะคุณธรรม จริยธรรมออกมาด้วย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะมีกลไกให้เกิดการยอมรับปฏิบัติอย่างจริงจัง หรือไม่?

ผมเชื่อในกลไกของสังคมมากการกลไกที่เป็นลายลักษณ์อักษร อย่างที่เราเห็นกันนะครับ เมื่อเกิดความขัดแย้งก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ตัดสินกันให้ยุ่งวุ่นวาย ผลที่ออกมาก็คือความขัดแย้งที่ขยายวงไปมากขึ้น เช่นสังคมมองว่าผิด ศาลว่าไม่ผิด สังคมมองว่าไม่ผิด ศาลว่าผิด ซึ่งก็นำไปสู่ความยุ่งเหยิงทางสังคมมากขึ้นไปอีก 
จะบอกให้ผมเลิกดื่ม (เหล้า) มันก็คงยากอยู่เหมือนกัน เพราะผมจะตีความเข้าข้างตนเอง ว่าผู้บริหารระดับประเทศเวลาต้อนรับแขกเมืองยังสรรหาไวน์ดีๆไปรับรองเขาอยู่เหมือนกัน กิเลสคนมันอยู่คู่กับมนุษย์ จะเอามาตรฐานของคนบางคนที่มีมาตรฐานศีลธรรมสูง ไปบังคับใช้กับคนทั่วไปมันก็คงเป็นไปไม่ได้ ที่รัฐยังออกลอตเตอรีซึ่งจัดว่าเป็นการพนันมาได้เลย แล้วจะมาลดอบายมุขการพนันได้อย่างไร?

 ผมขอเป็นขี้ข้าพลอยพยัก เพราะเวลาคนใหญ่โตให้ความเห็นมันมีน้ำหนักมาก คนธรรมดาอย่างผมไปพูดทำนองนี้ ก็คงมีคนบอกว่า ไอ้นี่เป็นพวกขบถ ผิดหวังอะไรมาหรือเปล่า แต่ที่จะบอกอย่างจริงจังอีกเรื่องก็คือ   ควรไปอ่าน เรื่องเล่าจากอธิการบดีเรื่อง 125 นะครับ ท่านเขียนไว้ดีมากๆ (ต้องเชียร์ท่านมากๆหน่อย..ฮา) เพราะถึงแม้ทุกคนจะได้สาสน์จากท่านโดยตรง แต่ความจริงที่ผมรู้ก็คือ เมื่อรู้ว่าเป็นสาสน์จากท่านอธิการบดีที่ส่งมาเป็นประจำ ก็ลบทิ้งในทันทีโดยไม่ได้อ่าน (อันนี้ ห้ามฮา...เด็ดขาด)

 ผม..เอง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 03 กุมภาพันธ์ 2552 16:22 แก้ไข: 03 กุมภาพันธ์ 2552 16:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

มาพยักหน้าด้วยคน

หงึก หงึก หงึก

๑ ไม่ได้ ๓ ก็พอ ไม่ขอ ๕

มหาวิทยาลัยในโลกปัจจุบันล้วนป่วยไข้ด้วยโรค

  1. Citation Syndrome
  2. Nobel Prize Syndrome
  3. Publication Syndrome
  4. Number 1 Ranking Syndrome
  5. Patent Syndrome

จนอาจลืม Education ที่แท้จริงไป

เอ ....

เรียนรู้โลกใหม่ โอบกอดตัวเอง

โฮววววววววว  Webometric เจ้าเอย

อย่าหลงทาง Education

เราเอง

น่าจะมีหน่วยงานเฝ้าระวัง ภาวะ  1-5 ของอาการSyndrome

Ico48
ขอพลอย [IP: 192.168.100.112]
04 กุมภาพันธ์ 2552 09:29
#40735

เหลียวหลังแลอตีด พิจารณาจุดยืนปัจจุบัน และก้าวเดินไปในอนาคตด้วยความมั่นคง ขอเป็นกำลังใจ

Keep Walking! Johny

Ico48
เฒ่าQC [IP: 192.168.100.112]
05 กุมภาพันธ์ 2552 14:15
#40798

การบรรยาย ขอได้โปรดนำหัวใจและจิตวิญญาน กลับคืนมาให้มหาวิทยาลัย.. โดย Dr. Ovid J.L. Tzengกล่าวว่ามหาวิทยาลัยในโลกปัจจุบันล้วนป่วยไข้ด้วยโรค Citation Syndrome, Nobel Prize Syndrome, Publication Syndrome, Number 1 Ranking Syndrome และ Patent Syndrome จนอาจลืม Education ที่แท้จริงไป โดนใจครับ

    การที่มหาวิทยาลัยในปัจจุบันล้วนป่วยไข้ จนลืมหัวใจและจิตวิญญาณที่แท้จริงของการศึกษา ทำให้สังคมไทย สังคมโลกล้มป่วยไปด้วย  หัวใจและจิตวิญญาณของการศึกษาควรพิจารณาเพ่งเล็ง ให้ความสำคัญที่ตัวผู้ศึกษาที่จะได้รับการพัฒนา ได้รับผลประโยชน์ เป็นสำคัญ

     การศึกษาในปัจจุบัน ท่านพุทธทาส กล่าวว่าเป็นแบบ สุนัขหางด้วน เพราะการมุ่งศึกษาเล่าเรียน ตำรา การสร้างอาชีพ แต่ขาดส่วนสำคัญคือการศึกษา การสร้างจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง มีบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาชีพ หากขาดจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นจิตหิวโหย ร้อนร่นด้วยอำนาจกระแสบริโภคนิยม ทุนนิยม อัตตานิยม หวังผล ประโยชน์ตน กอบโกย เบียดเบียน รังแกสังคม   และสร้างสังคมมนุษย์ให้เป็นเปลวเพลิงนรก 

    จิตวิญญาณของการศึกษา นอกจากการศึกษาตำรา วิชาชีพ ควรสร้างจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง สร้างบัณฑิตให้รื่นรมณ์กับการอยู่กับโลกพร้อมกับสังคมโลกให้น่ารื่นรมณ์ด้วย ขอฝากผู้บริหารการศึกษาด้วย

       

    

Ico48
mandala (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
06 กุมภาพันธ์ 2552 13:12
#40832

เข้ามาพยักหน้า พร้อมพูดว่า "สุขสันต์วันเกิดค่ะ"

Ico48
wullop [IP: 192.168.100.112]
09 กุมภาพันธ์ 2552 18:34
#40899

ขอแถมอีกโรคของคนไทย คือ international จนภาษาไทยไม่มีที่ตีพิมพ์ใน สงขลานครินทร์ วทท. และฝาดข้อคิดให้อ่านเพิ่มอีกเรื่องของคนไทย ตามบันทึก http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/11289

Ico48
ฟ้าใส [IP: 192.168.100.112]
12 กุมภาพันธ์ 2552 16:10
#41039
เห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งอาจารย์ และ ครู ต่างวิ่งวุ่น เพื่อความก้าวหน้าของตัว ลืมลูกศิษย์ตาดำๆ ทั้งลูกศิษย์ตัวน้อย และตัวโข่ง  ....เดี่ยวนี้เข้ายุคสมัย จ้..ง ทำผลงานกันแล้ว มีใครยังไม่รู้บ้าง ยกมือขึ้น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.231.21.83
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ