นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1856
ความเห็น: 3

เมื่อความไร้ระเบียบมาเยือน

ผมคงไม่พูดถึงการแก้ไขสภาพสังคมที่เป็นอยู่แบบนี้นะครับ แต่จะถามว่า เราควรจะดำเนินการอย่างไรในเมื่อธรรมชาติของสังคมมันเป็นแบบนี้?
 
 
ในช่วงเวลานี้ โลกรอบๆตัวผมดูเหมือนจะหมุนช้าลงครับ ผมรู้สึกว่าสัปดาห์ที่จะมาถึงนี้ จะเป็นสัปดาห์ที่กิจกรรมต่างๆ เกือบจะหยุดนิ่ง โดยจะสอดคล้องกับวันหยุดยาวของเทศกาลปีใหม่ และคงจะงัวเงียตื่นขึ้นใหม่ ในวันที่ 5 ม.ค. 2552
 
วันนี้ (27 ธ.ค. 2551) ผมเข้าที่ทำงาน หยิบหนังสือมติชนสุดสัปดาห์มาอ่านพร้อมความคิดที่ว่าการขับเคลื่อนหน่วยงานในปีหน้าอย่างไรดี  ควรมียุทธศาสตร์อะไรใหม่เพิ่มขึ้นบ้าง ก็มาได้ประเด็นอำนาจที่ขาดธรรม มาจุดประกายความคิดขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง
 
พอพูดถึงคำว่า ธรรม ก็บอกตรงๆว่า ผมนึกความหมายที่เป็นคำพูดชัดๆไม่ออกครับ ก็ต้องอาศัยพจนานุกรมอีกตามเคย สรุปได้ดังนี้ครับ
 
ธรรม: น. คุณความดี, คำสั่งสอนในศาสนา, หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา, ความจริง, ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, กฎ, กฎเกณฑ์, กฎหมาย, สิ่งทั้งหลาย, สิ่งของ
 
ผมพยายามนั่งคิดว่า การขับเคลื่อนองค์กรให้ได้ผลสัมฤทธิ์นั้น จะต้องไม่ขัดแย้งกับธรรมชาติ หรือแนวคิดแนวปฏิบัติของคนในองค์กรมากนัก คือควรให้ฝืนธรรมชาติคนสักเล็กน้อย เพราะถ้าปล่อยไปตามกระแสทั้งหมด ก็คงไม่ได้ขับเคลื่อนให้มีการพัฒนาใหม่ๆขึ้นมา และหากขัดแย้งมากไป ก็คงเกิดกระแสการต่อต้าน เพิกเฉย ซึ่งก็คงล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
 
ผมพยายามตามแนวคิด ตามกระแสของคนรุ่นใหม่ไม่ให้ตกรุ่นจนเกินไปนัก วิธีการของผมคืออ่านหนังสือให้มาก สังเกตพฤติกรรม พูดคุยกับคนรอบข้างให้มาก ในช่วงที่ไปพิษณุโลก ก็อ่าน เล็ตซึโก ! ซาราริมัง 100 ขั้นตอนสู่ความเป็นสุดยอดมนุษย์เงินเดือน จบไป 1 เล่ม หนังสือนี้ได้มาจาก blog ที่ผู้เขียนใช้ชื่อว่า บองเต่า (บองเป็นภาษาเขมรแปลว่าพี่) ซึ่งผมหวังว่า ความเข้าใจพฤติกรรมของบุคลากรในองค์กรเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
 
เมื่อดูภายในองค์กรแล้ว ก็เลยขยับไปดูสิ่งที่อยู่นอกองค์กรบ้าง ตามหลักการของ SWOT analysis ที่ให้ดูทั้งปัจจัยภายในและภายนอก และจากการขับรถออกไปหามื้อเที่ยงกิน เจอจราจร-จลาจล ตรงสี่แยกไฟแดง ที่รถยนต์แต่ละคันก็พยายามออกมาขวางทางจราจร โดยจอดบนพื้นที่ตารางทแยงกลางแยก โดยไม่ได้สนใจว่าการกระทำของตนจะเป็นการขัดขวางไม่ให้รถยนต์ในเส้นทางอื่นสามารถไปได้ เป็นการคิดแบบว่า ไม่รู้ละเฟ้ย! ถ้าตูไม่ได้ไป คนอื่นก็ต้องไม่ได้ไปเหมือนกัน ตามคิวครับ ตามคิวโดยความเห็นใจ ความเข้าใจ การให้ สูญหายไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ สิทธิของตน ประโยชน์ของตน นำหน้ามาก่อนความคิดอื่นๆทั้งหมด
 
ความไร้ระเบียบ โถมทับเข้าหาเราเต็มรูปแบบแล้วครับ ด้วยสภาพแวดล้อม สภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจ สภาพการสื่อสารยุค IT ทำให้ทุกคนต้องพึ่งพาคนอื่นๆน้อยลงไปทุกที ทุกคนมียานพาหนะเป็นของตนเอง มีมือถือไว้สื่อสารเอง หิวกระหายก็ซื้อของร้านสะดวกซื้อ 24 ชม. ที่มีอยู่ทุกมุมเมือง ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตตามที่ตนเองปรารถนาอยากจะทำ ขอเพียงให้มีเงินเท่านั้น
 
ผมเข้าไปในร้าน ”net” ที่พิษณุโลก พบว่ามีคนนั่งอยู่ประมาณ 80-90%ของที่นั่ง และมากกว่า 90% เล่นเกมส์ online เมื่อคุยกับเพื่อนร่วมทีมที่ไปด้วยกัน เขาก็บอกว่า "มันเป็นอย่างนี้ทุกทีแหล่ะครับ" ร้านเปิด 24 ชม. มันก็เล่นกันข้ามวันข้ามคืน จ่ายค่า ชม.ละ 15 บาท 5 ชม.แถม 1 ชม. ก็นึกๆอยู่เหมือนกันว่า วันรุ่นวัยคะนองพวกนี้เอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าชั่วโมงเล่นกันหนอ?
 
อย่างที่ผมเคยได้ฟังจากหนังอเมริกันนะครับ เด็กผู้หญิงถามว่า วัยรุ่นชายสนใจอะไรบ้างในชีวิต คำตอบก็คือ food, sex, sports และ music ถ้าเป็นหญิงไทยคงเพิ่ม ละครหลังข่าว และหนังซีรี่เกาหลีเข้าไปอีกอย่าง (ฮา แซวเล่นเท่านั้นเองนะครับ)
 
ความไร้ระเบียบ นำไปสู่องค์กรที่ไร้ระบบในเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราชการไทย คือ มันก็มีระบบนะครับ แต่อาจเป็นระบบที่ในทางปฏิบัติไม่มีทิศทาง คือ ทิศทางที่เขียนไว้นะมีนะครับ แต่การปฏิบัติจะเป็นแบบใครใคร่ทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ เพราะทุกคนสามารถพูดได้ว่าความเห็นส่วนตัวมันต่างจากที่หน่วยงานกำหนด เช่น อันนี้ไม่เห็นด้วยนะคะ คงไม่ได้ผลหรอก ปัญหามันเยอะนะครับ หรือ เฉยๆ แต่ปฏิบัติอย่างช้าๆ ก็ทำอยู่นี่ครับ พอดีมีงานนี้ค้างอยู่ครับ
 
สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนเร็วมาก ทำให้ทุกอย่างสับสนและเริ่มต้นไม่ถูก โดยเฉพาะองค์กรที่ใหญ่ อุ้ยอ้าย เช่น การประกันคุณภาพการศึกษาของ สกอ. และ สมศ. ที่ทับซ้อนกันอยู่
 
สภาพสังคมก็เปลี่ยนไปมาก เช่น นักเรียน นักศึกษา ไม่ได้เคารพ ครูบาอาจารย์ว่าเป็นปูชนียบุคคลอีกต่อไป เนื่องจากการจ่ายเงินเพื่อจ้างครูมาสอนพิเศษถึงบ้าน การจ่ายเงินเรียนพิเศษ ทำให้มองว่าการศึกษาเป็นธุรกิจ ใช้เงินซื้อได้ ประกอบกับครูอาจารย์ก็ทำตัวเป็นนักธุรกิจอีกด้วย นักเรียน นักศึกษา กล่าวต่อว่า ตำหนิ ครูอาจารย์ตรงๆ ก็มีให้เห็นมากยิ่งขึ้น หรือนักศึกษาทำตัวเป็นนักโจรกรรมเมื่อมีโอกาสก็มีเกิดขึ้นแล้ว
 
ความเข้าใจในความจริงของสังคม ทำให้เราต้องกลับมาประเมินยุทธศาสตร์กันใหม่ทุกปี และรอบการประเมินคงจะเร็วยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผมคงไม่พูดถึงการแก้ไขสภาพสังคมที่เป็นอยู่แบบนี้นะครับ แต่จะถามว่า เราควรจะดำเนินการอย่างไรในเมื่อธรรมชาติของสังคมมันเป็นแบบนี้?
 
ผม..เอง
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 27 ธันวาคม 2551 15:33 แก้ไข: 27 ธันวาคม 2551 15:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ปลูกต้น "สำนึก" ในใจ...น่าจะดีครับ

เริ่มจากตัวผมก่อนดีกว่า ^_^

ได้อ่านของท่านอาจารย์...เนื่องจากมีคนอ้างอิง...

ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งจากข้อคิดเห็นที่ 1.... ค่ะ

การเปลี่ยนแปลงระบบ...ที่ถูกหล่อหลอมอย่างยาวนาน...ทั้งระบบรัฐและครอบครัว...คงต้องกินเวลาที่นานๆๆๆๆๆมากเช่นกัน

ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้ในวันนี้คือบอกตัวเอง...เริ่มที่ตัวเอง...แล้วก็คนที่เราบ่มเขาได้...เช่น..ลูก...

ในอนาคตสังคมส่วนหนึ่งก็จะดีขึ้น...

แต่หากมองเหลียวหลัง...ความไม่เท่าเทียมกัน...รวมถึงคนไร้โอกาสในสังคม...คงทำแบบเราฝัน...และคาดหวังไม่ได้...ก็คงต้องช่วย ๆ กันค่ะ

Ico48
ธรรม [IP: 192.168.100.112]
05 มกราคม 2552 14:03
#39754

ท่านพุทธทาส ให้ความหมายครอบคลุมถึง ธรรมชาติ ตัวธรรมชาติ กฎธรรมชาติ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎธรรมชาติ และการรับผลประโยชน์จากการปฎิบัติตามกฎอย่างธรรมชาติ

ธรรมชาติของมนุษย์ มีโปรแกรมที่ติดตัวตั้งแต่กำเหนิด ที่เรียกว่าสัญชาติญานสัตว์ มีความเป็นสัตว์ที่ยังเห็นแก่ตัว ประโยชน์ มีความอยาก กาม เกียรติ สรรเสริญ มีการแข่งขันและแสวงหาเพื่อตนเอง จนเกิดการเบียดเบียนขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องกฎกติกาสังคม วัฒนธรรมอันดีงาม เพื่อคุ้มครองรักษาให้สังคมให้อยู่กันอย่าสงบสุข การปฏิบัติที่ถูกต้องคือการลดอัตตา ความอยากของตนเองที่ไม่ไปเบียดเบียน ประทุษร้ายผู้อื่น 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.220.139
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ