นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
Network
Members · Following: 5 · Followed: 22

อ่าน: 2274
ความเห็น: 5

ตาชั่งในใจ

ซึ่งก็บอกยากว่าค่ามาตรฐานหรือความเที่ยงตรงอยู่ตรงไหน
 
 
ผมไม่รู้ว่าเคยได้ยินหรืออาจคิดเองก็ได้ว่าคนเรามีตาชั่งในใจอันหนึ่งและเราก็ทำการชั่งมันทุกครั้งที่มีการรับรู้ใหม่เข้ามา และเปรียบเทียบว่าสิ่งนี้จะส่งผลดีหรือร้ายกับเรา
 
เช้านี้ผมขับรถเข้าม.อ.ด้วยใจที่ปลอดโปร่ง เพราะเห็นแสงแดดลอดเมฆออกมา ในใจคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ดีแล้ว เพราะผมเอาตาชั่งในใจไปเปรียบเทียบกับเมื่อวาน ที่ฝนตกหนักมากและหากไม่หยุดตกคงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมแน่ และเมื่อคิดต่อไปผมก็ตระหนักได้ว่า หากเปรียบเทียบวันนี้กับค่าเฉลี่ยของแสงแดดทั้งปีแล้ว วันนี้ถือว่ายังไม่ดีเท่าไรเลยน่ะ
 
ผมว่าคนเรามันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะครับ อารมณ์ ความคิดเห็น เปลี่ยนได้ง่าย แล้วแต่เราจะยกอะไรมาชั่งเปรียบเทียบกัน
 
วันอาทิตย์ (30 พ.ย. 2551) ตอนขากลับจากเชี่ยวหลาน ผมบอกให้เขาจอดรถตรงแผงขายผลไม้ที่มีจุดเด่นคือส้มโอ เพราะตอนขาไปกลุ่มสถานวิจัยฯ แวะซื้อส้มโอไปกินพบว่าอร่อยดี (2 ลูก 35 บาท) ผมก็เดินไปถามราคาส้มโอ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีใครสนใจมากเท่าไร แต่สักพักสมาชิกก็แห่ลงกันมาเกือบครึ่งรถ แถมซื้อไปจนบางแผงหมดไปครึ่งแผง เพราะพบว่าส้มโอทองดีขนาดเล็ก ลูกละ 10 บาทเอง (ผมไม่เคยจ่ายตลาดไม่รู้ราคาผลไม้หรอกครับ เพียงแต่สมาชิกเขาบอกว่าถูก) ขนาดใหญ่ 3 ลูก 50 บาท ผมเดินไปถามราคาแผงอื่น มีอยู่แผงหนึ่งใส่เข่งบอกว่าขายราคาส่ง ลูกเล็ก 12 ลูก 150 บาท 5555 แผงนี้ทำการตลาดแบบบอกแพง เพื่อให้แผงอื่นเขาดูขายถูก และลูกค้าจะได้ซื้อเยอะๆ (พอลูกค้าไปแล้วก็อาจยกผลไม้ในเข่ง ไปเรียงขายในแผงอื่นต่อไปก็ได้ แบบว่าขายส่งจริงๆ) ก็ได้ผลครับ ผมก็ซื้อลอกอแถมมาด้วย หนูณิชน์ทำการต่อรองแม่ค้า จนได้ของแถมมาอีก 2 ลูก ซึ่งปอกกินในรถเลย นี่ก็เป็นตาชั่งในใจเราเหมือนกัน เราแห่ซื้อเพราะตาชั่งบอกว่าราคาถูก เราจะได้กำไรมาก ก็เลยขนซื้อกันใหญ่ ทั้งกินทั้งฝาก 555
 
ตาชั่งใจของแต่ละคนคงไม่เท่ากันนะครับ แล้วแต่จะหยิบอะไรมาวางในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะหนักจะเบาไม่เท่ากัน ในตัวเราเอง บางเวลาก็หยิบสิ่งที่ต่างกันมาชั่ง ซึ่งก็บอกยากว่าค่ามาตรฐานหรือความเที่ยงตรงอยู่ตรงไหน
 
มีสติ คือสิ่งที่ผมบอกตัวเองในยามเผชิญปัญหาหรือความยุ่งยากที่เกิดขึ้น คนเราเรียนรู้ได้ไม่เท่ากัน บางครั้งก็อยู่ที่โอกาสในการเรียนรู้ด้วย การที่เราจะเปิดใจ หรือ เปิดโอกาส ในการที่จะเรียนรู้ ความแตกต่าง ก็มีความสำคัญมาก เช่นกัน และต้องไม่เดินหนีหรือหันหลังให้ความแตกต่าง
 
คิดบวก  ของผมคือการเห็น ความแตกต่าง เป็นความสวยงาม เป็นสิ่งที่อาจขับเน้น สิ่งธรรมดา ให้โดดเด่นขึ้นมา
 
คิดบวก  ของผมคือการเห็น สิ่งดีที่แฝงอยู่เบื้องหลัง เพราะไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม อยู่ที่เราจะมองจุดเด่นหรือจุดอ่อนของเขา
 
คิดบวก  ของผมคือ การมีความหวัง ในทุกสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะดูเลวร้ายขนาดใด
 
คิดบวก  ของผมคือ ประเทศไทยยังมีความหวัง มีคนดีๆของสังคมอีกมากมายที่พร้อมจะขับเคลื่อนสังคมไทยไปในทิศทางที่เหมาะที่ควร
 
รักเธอประเทศไทย
 
ผม..เอง
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 ธันวาคม 2551 16:34 แก้ไข: 02 ธันวาคม 2551 16:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

โดยส่วนตัวผมคิดว่า

เมื่อเราอยากเปรียบเทียบอะไรด้วยตาชั่งในใจแล้ว Standard ที่ดีที่น่าจะใช้เปรียบเทียบด้วยก็คือ "คุณธรรม" 

Ico48
Our Shangri-La (Recent Activities)
02 December 2008 23:04
#38783

เพียงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

ไม่ได้แวะมาหยอดแถวๆ นี้นานแล้ว

สิ่งที่มีค่าและหวงแหนยิ่งของเราเหนือยิ่งสิ่งอื่น ก็เห็นจะไม่มีอะไรเกิน "ใจ" เรา "ชั่งใจ" บ่อยครั้ง แต่ไม่เคย "ขายใจ" มีแต่ "ชั่งใจ" 

ราคาหรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไม่ถึงจุดที่ "พอใจ" หรือสมดุล พอที่จะหยิบยื่น "ใจ" ให้ใครไป

จุดสมดุลต้องมี "คาน" ต้องมี "จุดหมุน" อีกข้างสำหรับเปรียบเทียน อีกข้างสำหรับของที่จะชั่ง

เพียงแค่ของที่นำมาเปรียบเทียบหรือ ใช้เป็นมาตรฐานนั้น จะใช้อะไรเป็นมาตรฐาน

มันก็ย้อนกลับมาที่ "ใจ" ของเราเป็นหลัก ว่า "ใจ" ของเราใช้อะไรนำ ใช้อะไรเป็นหลักยึด หลักคิด

สิ่งที่ตาเห็นย่อมไม่ใช่สิ่งแท้จริงเสมอ หากต้องการมองเห็นสิ่งแท้จริงก็ต้องอาศัย "ใจ" อีกนั่นเอง

มันก็วนกลับไปที่เดิมอีก เราใช้อะไรนำ ใช้หลักอะไรในการคิด

สำหรับผู้ที่ "ชั่งใจ" แล้วตัดสินใจย่อมดีกว่าผู้ที่ ไม่เคยรู้ว่า "จุดสมดุล" อยู่ที่ไหน

เมื่อไหร่เราจะซื้อ เมื่อไหร่เราจะขาย

เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เมื่อไหร่เราจะมองเห็น "ธรรม"

"ธรรม" ที่เป็นเรื่องปกติธรรมดา 

เราก็ต้องแยกแยะออกว่า จุดสมดุลของ ถูกและผิดอยู่ตรงไหน เมื่อเราใช้ มาตรฐานในการชั่ง

มาตรฐานที่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นของคนส่วนใหญ่ ไม่ต้องเป็นประเพณี หรือสิ่งที่ส่งต่อกันมา แต่เป็นมาตรฐานที่เราใช้ คุณธรรม จริยธรรม และมโนธรรมสำนึก เป็นเครื่องนำในการหามาตรฐาน

มั่วอีกแล้วเรา

เราเอง

 

แวะมาทักทาย อ.คนธรรมดา ค่ะ แล้วได้มุมมองที่ดีๆไปใช้ในชีวิต การมองโลกในแง่ดีไว้เป็นดีที่สุดค่ะ ถ้าสิ่งไหนมันไม่มากเกินไปจนทำให้ใจลำบาก ^_^

Ico48
อุปาทาน [IP: 192.168.100.112]
03 ธันวาคม 2551 14:54
#38832

คนเรามักจะพิจารณาให้คุณค่า ตีราคา(ค่านิยม)กับสิ่งที่เราผัสสะ รูป ด้วยตา เสียงด้วยหู กลิ่นด้วยจมูก รสด้วยลิ้น และโผฏฐัพพะด้วยกาย หากเป็นสุขเวทนา พอใจ ยินดีที่จะได้เสพด้วยอำนาจของโลภะ หากเป็นทุกขเวทนา ไม่พอใจ ไม่ยินดี อยากจะทำลายล้างด้วยอำนาจของโทสะ และอทุกขมสุขเวทนา รู้สึกเฉยๆ โดยมีอุปาทาน

ในสัญญา อนุสัย อาสวะในเรื่องนั้นเป็นตัวย้อมจิตให้มีลักษณะสุข ทุกข์ เศร้าโศก เสียใจ อาฆาต จองเวร อิจฉา หึงหวง กลัว

^_^ ตอนนี้กำลังเจอปัญหาเรื่องความคาดหวังในการทำงาน เพราะตาชั่งของเรา กับตาชั่งของผู้คาดหวัง คนละขนาดกันเลยค่ะ... อ่านแล้วมีกำลังใจมากเลยค่ะ..คงต้องตั้งสติทบทวนกันใหม่...ขอบคุณค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.237.138.69
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ