นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 4821
ความเห็น: 2

เมื่อรถเมล์มีไว้ให้โหน

24 ตุลาคม 2554

 

วันหยุดชดเชย ผมก็เลยได้ทำตัวและทำงานอย่างเบาสบาย

 

เริ่มวันด้วยการหาของกินมื้อเช้าในสถานที่ที่ทำให้ใจปลอดโปร่ง กินอาหาร อ่านหนังสือพิมพ์ ดูทิวทัศน์ไปพลาง ก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มวันอย่างมีความสุขแล้ว

 

เข้าที่ทำงาน เปิดเมล ดูเหมือนว่ามีงานด่วนที่หลงลืมไปบางชิ้น รีบจัดการเสียก่อนคือ

1. ออกแบบกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อน KM ของภาควิชาฯ งานวางแผนเป็นเรื่องสำคัญแต่มักหลุดแผนเสมอ คือแทนที่จะทำไว้เนิ่น ๆ ก็จะกลายเป็นงานด่วนทุกครั้ง ครั้งนี้ก็คงดีหน่อย กะว่าจะส่งให้ทีมงานก่อนและจะนำเสนอในที่ประชุมภาคฯ พุธ 26 นี้

2. เมื่อศุกร์ที่ผ่านมาเปิดการติวพิเศษให้นักศึกษาปริญญาเอกไปแล้ว และบอกว่าจะส่งการบ้านไปให้ทำ มานึกได้เมื่อเช้านี้ ก็จัดการพิมพ์และส่งให้ไปแล้ว

 

ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันไปบ้าง ก็รู้สึกดีขึ้นว่า พอจะหาความสำราญในการเขียนบันทึกใน share.psu นี้ได้แล้ว

 

ก็อยากเปลี่ยนไปบันทึกอะไรที่เป็นความทรงจำในอดีตบ้างนะครับ ซึ่งที่คิดมานานก็คือ การโหนรถเมล์ในเมืองกรุงฯ ซึ่งปัจจุบันนี้คงไม่มีให้ได้เห็นอีกแล้ว เพราะคงจะได้เห็นการแจวเรือแทนต่อไป

 

            

 

รูปนี้ดูเก่ามากนะครับ แต่บอกสภาพการใช้รถเมล์เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วในกรุงเทพฯ ซึ่งก็จะเป็นอย่างนี้ละครับ รถเมล์เอียงข้างแบบเห็น ๆ และเราก็มีสิทธิที่จะเลือกสองทางครับ คือ โหนรถเมล์ที่เป็นสภาพแบบนี้หรือเดิน ที่บ่อยกว่านั้นก็คือ รถเมล์ที่มานั้นมีคนโหนมาจนเต็มคันแล้ว ไม่เหลือที่ให้เราแทรกเข้าไปวางเท้าเพื่อโหนเพิ่มอีกสัก 1 คน ถ้าเป็นแบบนี้ก็รอคันต่อไปครับ

 

           

 

หนึ่งมือ(หรือสองมือ)หนึ่งเท้า คือสิ่งที่ต้องใช้ครับ หากไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องพร้อมที่จะกระโดดลงพร้อมกับวิ่งตามรถไปด้วยเพื่อมิให้เกิดแรงต้านของโมเมนตัมครับ ส่วนผมนั้นถนัด 1 มือ 1 ตีนครับ เพราะอีกมือหนึ่งจะต้องถือหนังสือและสไลด์รูล เพราะสมัยนั้นนิยมกับแบบนี้ ประเภทย่ามหรือเป้หลังนั้นไม่มีครับ และนิสิตนักศึกษาไม่ใช้กระเป๋าโดยเด็ดขาด กระเป๋านั้นสงวนสิทธิ์ให้เด็กมัธยมเท่านั้น

 

      

 

อีกรูปให้เห็นว่าเราก็โหนกันแบบต่องแต่งแบบนี้ครับ แบบนี้บางที่ก็ดี เพราะกระเป๋ามาเก็บเงินเราไม่ได้ กระเป๋าจะคอยแทรกลงและขึ้นประตูหน้าที่ประตูหลังที เพื่อตามเก็บเงิน ตอนนั้นราคาอยู่ที่ 75 สตางค์ตลอดสาย ซึ่งขึ้นมาจาก 50 สตางค์

 

 

รูปนี้แสดงให้เห็นว่า น้ำหนักรถนั้นเอียงไปหลายองศาแล้วตั้งแต่จอด

 

ความยากลำบากในอดีตเมื่อ 40 ปีที่แล้วในการแสวงหาความรู้ ตั้งแต่การหาที่พักซึ่งหลายๆ คนต้องไปพักที่วัด และต้องโหนรถเมล์ไปเรียนหนังสือ อาจบอกได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ เราอยู่กันในสภาพที่สุขสบายกว่าเดิมมากครับ

 

ความยากลำบากนั้นสร้างคนให้แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจครับ

 

ผม..เอง


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 ตุลาคม 2554 11:40 แก้ไข: 24 ตุลาคม 2554 13:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 บิวตี้, Ico24 ปราณี , และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ความสุขสบายของเด็กสมัยใหม่ จึงทำให้ลืมตัวครับ

 

ลืมตัว ว่ายังเป็นนักเรียนนักศึกษา

 

ลิมตัว ว่ายังหาตังค์เองไม่ได้

 

ลืมตัว ว่าพ่อแม่ที่บ้านลำบากมากแค่ไหน (เพื่อส่งพวก....มาเรียน)

 

ลืมตัว ว่ามหาวิทยาลัย และประเทศไทยมีกฏหมาย จารีต และประเพณีอยู่

 

"ใจสั่งมา"

โห..เอียงหนักข้างเลย

จะไปไหวมั้ยค่ะเนี่ย! ^_^

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.95.131.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ