นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนธรรมดา
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 5 · ผู้ติดตาม: 22

อ่าน: 1636
ความเห็น: 2

ม.อ.ในยุคสมัยที่เป็นโรงเรียนกวดวิชา

  ๑๒๓๐๒๔๐๙๒๕๕๒ คุณประสงค์ เพิ่มอารยวงศ์ ศิษย์เก่าดีเด่นของม.อ.ในปีนี้ ได้เชิญคณาจารย์และนักศึกษาวิศวกรรมเคมีส่วนหนึ่งไปทานมื้อเที่ยงกัน และผมก็ได้มีโอกาสระลึกความหลังครั้งเก่าของม.อ.อีกครั้ง 
คุณประสงค์เข้าเรียนม.อ.ในรหัส 13… (ก่อนผม 1 ปี) แต่ใช้เวลาเรียนมากกว่า 4 ปี เนื่องจากกรณีนักศึกษาคณะวิศวฯตีหัวอาจารย์อันลือลั่นในอดีต ทำให้มีการสะดุดในการสอนไป  6 สัปดาห์ ผมก็เลยอยากบันทึกให้มีข้อมูลมากขึ้น เพราะดูจากหัวกรณีมันดูเหมือนว่าน.ศ.วิศวฯนั้นร้ายมาก
 เราขอให้คุณประสงค์ช่วยเล่าให้ฟัง เพราะผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีสาเหตุที่ลึกๆแฝงอยู่ ก็ได้ความตามนี้นะครับ 
ในยุคนั้นอาจารย์ขาดแคลน จะมีใครอยากมาสอนภาคใต้บ้างเล่าครับ เหตุระเบิด เหตุยิงกันมันก็มีอยู่อย่างประปราย คุณแม่ผมยังไม่อยากให้ผมมาทำงานที่นี่เลย
 วิศวฯม.อ.ก็ขาดแคลนอาจารย์เช่นกัน ก็เลยคิดกลยุทธ์โปรแกรมอาจารย์ควบนักศึกษาขึ้นมา (เก่งนะครับคนคิดโปรแกรมนี้) โดยรับผู้ที่เรียนจบปริญญาตรีในสาขาวิชาชีพ (เทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ)มาเป็นอาจารย์สอนวิชา drawing, machine shop ในขณะเดียวกันก็ให้เรียนเพิ่มในรายวิชาปี 3,4 เพื่อให้มีความรู้ที่เข้มแข็งขึ้นเพื่อการเรียนต่อในระดับโท-เอกต่อไป 
ก็มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้นบ้าง เพราะความเป็นบุคคล 2 สถานะ คือนักศึกษาม.อ.ก็ไม่ได้เคารพอาจารย์กลุ่มนี้มากนัก เพราะดูเหมือนว่าบางวิชาก็เรียนสู้น.ศ.ม.อ.เองไม่ได้ ด้วยการมีสถานะที่แปลกแยกจากน.ศ.ทั่วไป ทำให้มีการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน เช่น หนังสือเรียนมีน้อยเล่ม อาจารย์กลุ่มนี้ก็ใช้วิธียืมไปเก็บไว้เฉยๆ เพราะตอนยืมใช้สถานะอาจารย์ ยืมได้ยาวตลอดเทอม แถมยังแข่งกันจีบเสมียน (เขาพูดอย่างนี้จริงๆนาครับ) คนเดียวกัน (ตอนนั้นจบ ปวช.ก็รับเข้ามาทำงานแล้วครับ) ผมก็พยายามที่จะเข้าใจ เพราะอาจารย์กลุ่มนี้ก็มีอำนาจในการตัดเกรดในบางวิชา พอต้องเรียนก็ถูกน.ศ.กลั่นแกล้งเอาคืนกันบ้าง ก็เพราะยังรุ่นๆอยู่ทั้งนั้น เรื่องนี้จบแล้วครับ
 เราก็คุยกันถึงน.ศ.ชายสมัยนั้นก็ผ่อนคลายด้วยการเที่ยวในเชิงอบายมุขบ้าง อาจารย์ก็มีการเที่ยวแบบนี้เหมือนกัน ก็มีการตกลงระหว่างศิษย์กับอาจารย์ว่าใครจะเที่ยววันใดบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกัน เพราะหากต้องเจอกันในสถานที่อโคจรแบบนี้มันก็อิหลักอิเหลื่อกัน (อาจารย์อาจจะอายมากกว่า) เพราะมันก็มีไม่กี่แห่งซ้ำๆกันอยู่ (อาจารย์กับน.ศ.ก็สนิทกันมากนะครับแบบนี้)

ตอนท้ายก็พูดถึงกรณีที่น.ศ.ม.อ.ออกไปเอนทรานซ์ใหม่จำนวนมาก เพราะส่วนมากมาจากส่วนกลาง ก็ไม่อยากเรียนที่ ม.อ.มากสักเท่าใด คิดว่ามาเรียนที่ม.อ.เพื่อกวดวิชา ให้มีความรู้มากขึ้น แล้วไปเอนทรานซ์ใหม่ ที่เจ็บแสบคือเพื่อนกันเองไม่ยอมบอกว่าเตรียมจะไปเอนทรานซ์ใหม่ เวลาเรียนก็เรียน แต่ตอนสอบก็ไม่ได้อยากดูหนังสือสอบ เที่ยวมาชวนเพื่อนเล่น เที่ยวอยู่อีก เพราะเหงาที่ไม่มีคนเที่ยวด้วย เลยทำให้คนตั้งใจเรียนที่ ม.อ. เรียนตกต่ำไปด้วย
 เรื่องเหล่านี้ผมลืมไปแล้วครับ เพราะเมื่อก่อนผมก็ไม่เพียงแต่คิดว่าเป็นโรงเรียนกวดวิชาของน.ศ.เพียงอย่างเดียว แต่ก็เป็นที่เพิ่มคุณวุฒิของอาจารย์ด้วย เพราะเป็นมหาวิทยาลัยเปิดใหม่ มีทุนเรียนปริญญาเอกจำนวนมาก หลายคนพอเรียนจบสูงๆแล้วทำงานชดใช้สัก 2-3 ปี ก็ทำเรื่องขอย้ายที่ทำงาน ก็เป็นเรื่องสมองไหลอย่างต่อเนื่องอยู่หลายปี 
พูดถึงเรื่องน้องภา ก็ทราบข้อมูลเพิ่มอีก ว่าจริงๆแล้วมี 3 สาว คนกลางชื่อไพ ก็แต่งงานไปกับนักศึกษาม.อ.เรานี่แหล่ะครับ
 ต้องบันทึกกันลืมกันสดๆอย่างนี้แหล่ะครับ 

ผม..เอง

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 24 กันยายน 2552 19:28 แก้ไข: 24 กันยายน 2552 19:28 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชื่อโปรแกรม น่าหวาดเสียวจัง  "โปรแกรมอาจารย์ควบนักศึกษา"

โปรแกรมนี้ผมตั้งขึ้นเองนะครับ

อย่าคิดลึกมากนะครับ

เอ! ช่วยเปลี่ยนชื่อก็คงจะดี ก็คือเป็นทั้งอาจารย์และเรียนควบคู่ไปด้วยนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.95.131.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ