นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2014
ความเห็น: 0

ความหมายของ 12 นักษัตร

มีครั้งหนึ่ง ชาวจีนกลุ่มหนึ่งได้เข้าร่วมงานต้อนรับชาวยุโรปที่ล้วนเป็นขุนนาง รวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อเข้าร่วมทำกิจกรรม

ในกลุ่มของพวกเขาเหล่านั้น โดยมากเป็นญาติใกล้ชิดกับเชื้อพระวงค์ มีการศึกษา และประสบความสำเร็จอย่างสูง ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีมารยาท
ทว่า..เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขา แอบแฝงซ่อนเร้นความหยิ่งยะโส ในงานเลี้ยงสังสรรค์วันสุดท้าย อาจเป็นเพราะดื่มเหล้ามากไป ขุนนางเหล่านี้ ท่าทีและคำพูดคำจา ล้วนแปรเปลี่ยนไปจากปกติ

ระหว่างงานเลี้ยง ขุนนางผู้หนึ่งลุกขึ้นมาแล้วพูดว่า " ชาวจีนอย่างพวกคุณ ทำไมจึงใช้ปีเกิดเป็นหมูเอย หมาเอย หนูเอย ไม่เหมือนพวกผม เป็นราศีมังกร ราศีสิงห์ ราศีมีน ไม่รู้จริงๆ ว่า บรรพบุรุษของพวกคุณคิดได้ยังไง?"
ผู้ร่วมงานฟังแล้ว ล้วนหัวเราะเสียงดังกึกก้อง อีกทั้งชนแก้วร่วมกัน ความสง่า ความเป็นผู้ดีก่อนหน้า ไม่หลงเหลือให้เห็นอีกต่อไป
พูดกันตามเหตุผลแล้ว คนอื่นกำลังด่าว่าบรรพบุรุษของเรา ถึงแม้นไม่สามารถคิดหาคำพูดเพื่อโต้ตอบกลับไป อย่างน้อยๆ ก็สามารถล้มโต๊ะได้

ทว่า..ชาวจีนที่อยู่ร่วมงาน ล้วนนิ่งเงียบ ไร้ปฏิกิริยาใดๆ หรืออาจเป็นไปได้ว่า สมองแล่นช้ายังไม่ทันเข้าใจ
ทว่า คราวนี้ มีชาวจีนผู้หนึ่งลุกขึ้นยืน ใช้น้ำเสียงปกติธรรมดาพูดว่า "ใช่แล้ว บรรพบุรุษของชาวจีนเน้นความเป็นจริง 12 นักษัตรของพวกเราจับกันเป็นคู่ๆ หกรอบไปกลับ สะท้อนถึงว่า บรรพบุรุษพวกเรา ตั้งความหวังและร้องขอบางอย่างจากพวกเรา "
ตอนนี้บรรยากาศในงานเลี้ยงค่อยๆ สงบลง ทว่า ใบหน้าของเหล่าขุนนางยังคงแสดงออกซึ่งความไม่แยแสสนใจใยดี

ชาวจีนได้พูดต่อว่า "กลุ่มแรกคือ หนูกับวัว หนูเป็นตัวแทนของสติปัญญา วัวเป็นตัวแทนของความขยันขันแข็ง สติปัญญาและขยันต้องอยู่รวมกันอย่างเหนียวแน่น
หากมีแต่สติปัญญา ไม่ขยันขันแข็ง เช่นนั้นจะกลายเป็นฉลาดน้อย หากมีแต่ความขยันขันแข็งไม่ใช้มันสมอง เช่นนั้นจะกลายเป็นโง่เขลา
สองสิ่งนี้ต้องรวมด้วยกัน นี่เป็นกลุ่มแรกที่บรรพบุรุษของพวกเราตั้งความหวังและร้องขอจากเรา อีกทั้งเป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุด

กลุ่มที่สอง คือเสือกับกระต่าย เสือเป็นตัวแทนของความกล้าหาญ กระต่ายเป็นตัวแทนของความระมัดระวัง ความกล้าหาญกับความระมัดระวัง ต้องอยู่รวมกันอย่างเหนียวแน่น จึงจะได้ซึ่งความกล้า แต่ใจระมัดระวัง
หากความกล้าหาญขาดความระมัดระวังไป ก็จะกลายเป็นความบ้าบิ่น หากไม่มีซึ่งความกล้าหาญ ก็จะกลายเป็นใจเสาะใจฝ่อขี้อาย กลุ่มนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน
ชาวจีนมองเหล่าขุนนางแล้วพูดต่อว่า ดังนั้น ยามที่พวกเราแสดงออกซึ่งความระมัดระวัง ห้ามเด็ดขาดที่นึกคิดว่า ชาวจีนไม่มีด้านของความกล้าหาญ

มองดูผู้คนล้วนอยู่ในห้วงครุ่นคิด ชาวจีนพูดต่อว่า " กลุ่มที่สาม คือมังกรกับงู มังกรเป็นตัวแทนของความดุร้าย งูเป็นตัวแทนความยืดหยุ่น
ที่พูดกันว่า สิ่งที่แข็งแตกหักง่าย แข็งเกินไปหักง่าย ทว่า หากมีแต่ความยืดหยุ่นก็จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ดังนั้น แข็งผสมผสานกับความยืดหยุ่น ก็เป็นคำสอนของบรรพบุรุษเรา

ต่อไป..คือม้ากับแพะ ม้าเป็นตัวแทนของการมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความกล้า แพะเป็นตัวแทนของความราบรื่น
หากคนผู้หนึ่ง มุ่งตรงไปที่เป้าหมายตามลำพัง ไม่สนใจสภาพแวดล้อมรอบข้างกาย ก็ต้องชนกระแทกกระทั่ง กับสิ่งที่อยู่รอบข้างกายอย่างแน่นอน สุดท้ายแล้ว ก็ใช่ว่าจะไปถึงจุดเป้าหมาย
ทว่า คนผู้หนึ่งมีเพียงแต่ความราบรื่น เขาอาจจะแม้แต่ทิศทางก็ไม่มี ดังนั้น นิสัยเฉพาะของการมุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความกล้า ต้องรวมกันกับความราบรื่นอย่าง
เหนียวแน่น นี่คือ ความหวังกลุ่มที่สี่ที่บรรพบุรุษคาดหวังจากพวกเรา

ต่อไปอีกก็คือ ลิงกับไก่ ลิงเป็นตัวแทนความคล่องตัว ไก่ขันตรงตามเวลาเป็นตัวแทนความคงที่ถาวร ความคล่องตัวกับความคงที่ถาวร ต้องรวมกันอย่างเหนียวแน่น
หากมีเพียงความคล่องตัว ไม่มีความคงที่ถาวร นโยบายที่ดีเพียงใด ก็ยากที่จะมีผลเก็บเกี่ยว ด้านหนึ่งคือความมีเสถียรภาพ รักษาความสมานกลมเกลียวและคำสั่งของส่วนรวม อีกด้านหนึ่งสามารถรุกไปข้างหน้า ด้วยความคล่องตัว นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของขั้นพื้นฐาน

สุดท้ายคือ สุนัขและหมู สุนัขเป็นตัวแทนความจงรักภักดี หมูเป็นตัวแทนของความง่ายๆโอนอ่อนผ่อนตาม
คนผู้หนึ่ง หากจงรักภักดีเกินไป ไม่รู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม ก็จะขับไสไล่ส่งผู้อื่นที่ไม่ใช่นายตนเอง ตรงกันข้าม คนผู้หนึ่งโอนอ่อนผ่อนตามอย่างเดียว แต่ไร้ซึ่งความจงรักภักดี คนผู้นี้ก็จะสูญเสียชึ่งหลักการ
ไม่ว่าจะจงรักภักดีต่อประเทศชาติ หรือว่าจงรักภักดีต่ออุดมคติของตนเอง ล้วนต้องรวมตัวกันกับความโอนอ่อนคล้อยตามอย่างเหนียวแน่น เช่นนี้แล้ว จึงง่ายต่อการรักษาส่วนลึกของหัวใจ ให้มีความสมดุล

อธิบายจบ ชาวจีนพูดว่า " สุดท้าย ผมใคร่อยากรู้ว่า
ราศีเมถุน ราศีตุลย์ และราศีอื่นๆ ของพวกท่าน สะท้อนถึงบรรพบุรุษพวกท่าน ตั้งความหวังและร้องขออะไรจากพวกท่าน พวกเราใคร่ขอความคิดเห็นจากพวกท่านด้วย"

บรรดาเหล่าขุนนาง นิ่งเงียบเนิ่นนาน ล้วนไม่พูดไม่จา ต่างนั่งเงียบกริบ

นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าใจความหมายของ 12 นักสัตว์~นักษัตร...

เครดิต อักษรมีคม

 


 

แถมเป็นความรู้
 

นักสัตว์-นักษัตร

การกำหนดเวลา ๑๒ ปีเป็น ๑ รอบนักษัตร (นัก-สัด) เป็นวิธีการที่กำหนดใช้รูปสัตว์ ๑๒ ชนิด แทนปีแต่ละปีเรียงกันไปตามลำดับ. วิธีการเช่นนี้มีใช้ในประเทศจีน และหลายประเทศในเอเชียอาคเนย์.

ไทยรับวิธีการนับรอบ ๑๒ปีแบบนี้มาจากเขมร. สังเกตได้จากคำที่เรียกชื่อทั้ง ๑๒ ชื่อ ซึ่งเป็นคำในภาษาเขมร คือ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และกุน. เขมรเรียกสัญลักษณ์ของปีทั้ง ๑๒ ปีนี้ว่า นักสัตว์ หมายถึง ตัวสัตว์.

ในภาษาไทย ที่เขียนว่า นักษัตร เพราะไปสับสนกับคำว่า นักษัตร ในภาษาสันสกฤต ซึ่งแปลว่า ดาว. ที่ถูกนั้นชื่อปี ๑๒ นักสัตว์นั้น คือตัวสัตว์ ไม่ใช่ดาว ควรเขียนว่า นักสัตว์.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

 

เนื้อหาและภาพประกอบจาก Aksorn Learnspace

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 ธันวาคม 2557 20:40 แก้ไข: 23 ธันวาคม 2557 22:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 JIBCy, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.228.10.34
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ