นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4334
ความเห็น: 0

รำลึก ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ - ๖๐ ปี ราชาภิเษกสมรส

ในศุภวาระโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ เสด็จอยู่เป็นคู่พระมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของปวงประชาชาวไทยตลอดไปชั่วกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลรับราชการในฐานะเอกอัครราชทูต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จจากเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มายังชานเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ครอบครัวของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงได้มาเฝ้ารับเสด็จ

ในครั้งนั้น พระราชชนนีมีรับสั่งให้พระราชโอรสทอดพระเนตรหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรด้วยว่า

"สวยน่ารักไหม"

ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เขียนเล่าในบันทึก "เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ว่า หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ไม่ไช่ใครอื่น เป็นหลานแท้ๆของสมเด็จย่าและเป็นคนดี หม่อมหลวงบัวก็เป็นลูกสาวเจ้าพระยาวงศาฯ ซึ่งเป็นคนดี ซื่อตรง และยังทรงกำชับว่า

"ถึงปารีสแล้วโทรฯ บอกแม่ด้วย"

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯถึงปารีสแล้วจึงโทรศัพท์ตอบคำถามพระราชชนนีว่า

"เห็นแล้วน่ารักมาก"


 

รักแรกพบ?

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง "รักแรกพบ" ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "ขวัญของชาติ" ออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ปี ๒๕๒๑) ความตอนหนึ่งว่า

".....สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบมากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง แต่จริงแล้วเสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง ๓ ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบมากกว่ารักเมื่อแรกพบ เวลานั้นอายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่และภารกิจของพระราชินีเลย ..... ฯลฯ"


 

พระคู่หมั้น

นับจากวันที่ทรงพบกันครั้งแรกและทรงเริ่มมีความคุ้นเคยกัน ในวันที่ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๔๙๒ สมเด็จพระราชชนนี ได้รับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตมงคล โดยพิธีหมั้นได้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่โรงแรมวินด์เซอร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระธำมรงค์เป็นของหมั้นต่อหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งเป็นพระธำรงค์องค์เดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงมอบต่อสมเด็จพระบรมราชชนนี

๑๒ สิงหาคมปีเดียวกัน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีงานเลี้ยงรับรองเล็กๆ ในวันครบรอบวันเกิด ๑๗ ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศข่าวทรงหมั้นให้คนไทยทราบ พสกนิกรได้รับทราบข่าวนี้ทางวิทยุกระจายเสียงและหนังสือพิมพ์ด้วยความชื่นชมโสมนัส และต่างก็ตั้งตารอคอยรับเสด็จในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติพระนครพร้อมด้วยพระคู่หมั้น

 



เสด็จนิวัติพระนคร

สองฟากถนนจากท่าราชวรดิษฐ์มายังถนนราชดำเนินเนืองแน่นไปด้วยผู้คนล้นหลามอย่างที่กล่าวได้ว่า "มืดฟ้ามัวดิน" เพราะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ศีรษะคนเบียดเสียดกันเต็มไปหมดจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้ยืนและเดินก็ว่าได้

ในขณะที่รถยนต์พระที่นั่งแล่นผ่าน แต่ละคนเฝ้าแต่ชะเง้อเพื่อที่จะขอชมพระบารมีให้เป็นบุญตา กิจวัตรของชาวกรุงเทพฯในตอนนั้น ก็คือเมื่อทราบข่าวการเสด็จพระราชดำเนินที่ไหน เมื่อใด ก็จะพากันไปรอเฝ้าฯสองข้างทางที่เสด็จฯผ่านอย่างเนืองแน่น หลายต่อหลายคนถึงกับเตรียมผ้าและกระดาษไปปูรองนั่งจองที่ตามริมถนนกันไว้ก่อนเวลาเสด็จฯ เป็นชั่วโมง ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ เมื่อมีข่าวพูดกันต่อๆ มาว่า ในเวลาบ่ายเกือบเย็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมักทรงขับรถพระที่นั่งไปยังวังเทเวศร์เพื่อเสวยพระสุธารสชากับพระคู่หมั้น ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงตามแถบนั้น ก็จะพากันไปเฝ้ารอคอยด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี แม้คนที่อยู่ไกลก็ยังอุตส่าห์นั่งรถรางหรือไม่ก็รถเมล์ไปลงยังเทเวศร์ เพื่อที่จะรอเฝ้าฯ ตามริมถนนริมคลองบ้างและบริเวณใกล้เคียงวังเทเวศร์บ้าง โดยไม่คำนึงว่าเวลาจะผ่านไปจนเย็นค่ำเพียงใด บางคนที่โชคดีก็อาจได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฉลองพระองค์แบบลำลอง คือทรงกางเกงยาวสีขาวและฉลองพระองค์เชิ้ตสีขาว ประทับ ณ พระเก้าอี้สนามหน้าพระตำหนักริมแม่น้ำเจ้าพระยากับพระคู่หมั้น ซึ่งทรงฉลองพระองค์เสื้อปักลูกไม้และซิ่นไหมยาวแบบไทยเรียบร้อยงดงาม ในช่วงเวลานั้นข่าวสารที่ประชาชนทั้งหลายเฝ้าติดตามรับทราบกันได้ก็มีแต่วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุ 1ปณ. และหนังสือพิมพ์รายวันซึ่งมีเพียงไม่กี่ฉบับ ทั้งยังไม่มีหน้าพิมพ์สีเช่นในทุกวันนี้ด้วย ฉะนั้นความตื่นเต้นกระตือรือร้นของผู้คนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯก็คือ ต่างพยายามมุ่งหน้าไปรอเฝ้าฯชมพระบารมีด้วยตาของตนเอง



พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส วันที่ 28 เมษายน 2493

พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสได้จัดขึ้น ที่พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตั้งแต่ตอนเช้า

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ซึ่งแต่งกายชุดสีงาช้าง เสื้อแพรแขนยาวปักลายกระหนกทอง สร้อยคอเพชร สร้อยข้อมือเพชรของเก่าของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และต่างหูเพชรของเก่าฝีมือทำขึ้นใหม่ สายสะพายปฐมจุลจอมเกล้า ไปยังวังสระปทุมประทับรอในห้องรับแขก

เวลา 09.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องแบบเต็มยศ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงสวมสายสะพายจุลจอมเกล้า ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จเข้าสู่วังสมเด็จพระราชบิดา เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ ห้องรับแขกพระตำหนัก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงนำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พลโทมังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทูลเกล้าฯถวายสมุดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และหม่อมหลวงบัว ลงพระนามและลงนาม ตามลำดับ

 

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชสักขีคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทรและจอมพล ป.พิบูลสงคราม ลงนามด้วย เนื่องจากหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯนำหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นประทับยังห้องพระราช พิธีบนพระตำหนัก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จฯออก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ถวายดอกไม้ธูปเทียนแพแด่สมเด็จพระพันวัสสาฯ สมเด็จพระพันวัสสาฯ พระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ เทพมนตร์ และทรงเจิมพระนลาฎพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงเจิมหน้าผากหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ตามลำดับ

เวลานั้น ทรงมีรับสั่งกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ด้วยว่า

"เอ้า! หันออกไปยิ้มกับผู้คนที่เขามางานซิ เขาอุตส่าห์มากันเต็มๆ ออกไปให้เขาเห็นหน่อย"

ยังความแปลกพระทัยและปลื้มปีติยินดียิ่งให้เกิดขึ้นกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุกคนในที่นั้น

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ได้พระราชทานของที่ระลึกเป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายหีบบุหรี่ถมเงิน ประดับพระปรมาภิไธยย่อ ภอ. กับ พระนามาภิไธยย่อ สก. มีเครื่องหมายจักรกับตรีอยู่บนฝากล่อง

หลังจากนั้นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการประกาศสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นสมเด็จพระราชินี

ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ฯ เขียนบันทึกเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ในหนังสือ "เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ว่า

 

"... ได้ทรงพิจารณาเลือกสรรประสบผู้ที่สมควรแก่การสนองพระยุคลบาท ร่วมทุกข์ ร่วมสุข แบ่งเบาพระภาระในภายภาคหน้า... "

 

งานเลี้ยงพระราชทานในคืนนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นเป็นการภายใน ระหว่างพระญาติสนิทกับข้าราชบริพาร ไม่เกิน 20 คน นับเป็นพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสที่เรียบง่ายและสิ้นเปลืองน้อยที่สุดในโลก

หลังการเลี้ยงร่วมโต๊ะเสวยแล้ว มีการฉายหนังผีเรื่อง "Return of Frankenstein" ให้แขกชม อาจจะนับได้ว่าเป็นพระราชพิธีแบบใหม่ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบ เพื่อข่มพระขวัญเจ้าสาวให้ทรงหันเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และยึดพระองค์เป็นที่พึ่งในวันบรมราชาภิเษกสมรสก็เป็นได้ ไม่มีพิธีส่งตัวเจ้าสาวตามประเพณีทั่วไป

ในวันรุ่งขึ้น  ทั้งสองพระองค์เสด็จฯหัวหินเป็นการส่วนพระองค์โดยรถไฟพระที่นั่ง  เสด็จฯไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล 3 วัน ตามประเพณี โปรดเกล้าฯให้ผู้ตามเสด็จฯน้อยมาก ทรงโปรดความเงียบสงบ ไม่ฟู่ฟ่าฟุ่มเฟือย

ตลอดระยะทางที่รถไฟผ่านจนถึงสถานีรถไฟหัวหิน ประชาชนต่างพากันมาเฝ้าฯ อย่างเนืองแน่น ทุกดวงหน้าเบิกบานแจ่มใส ทรงโบกพระหัตถ์ บางคนที่อยู่ใกล้ก็พระราชทานพระหัตถ์ เขาก็เอามาทูนหัวด้วยความบูชา และนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯออกให้ประชาชนต่างจังหวัดได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

ซึ่งนับจากวันนั้นถึงวันที่   28 เมษายน 2553   นับเป็นเวลา 60 ปีเต็ม

 

 

 

…และในศุภวาระโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ เสด็จอยู่เป็นคู่พระมิ่งขวัญร่มโพธิ์ทองของปวงประชาชาวไทยตลอดไปชั่วกาลนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

 

 

 

เนื้อหาและภาพประกอบคัดลอกมาจาก hataraki blog
ซึ่งเขียนเมื่อปี พ.ศ. 2552 ผมขออนุญาตเปลี่ยนปี พ.ศ. ให้เป็นปีนี้ เพื่อให้เป็นปัจจุบัน
ผมต้องขออภัยท่านเจ้าของต้นฉบับมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ภาพยนตร์ประกอบจาก
youtube โดย romanholiday1953

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 เมษายน 2553 15:52 แก้ไข: 24 เมษายน 2553 14:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.66.217
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ