เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

DaDa
Ico64
Songsuda Promthong
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 4

Page Visits: 3431
comment: 4

การหาความเข้มข้นของสารตัวอย่างจากกราฟมาตรฐาน HPLC

การหาความเข้มข้นของสารตัวอย่างจากกราฟมาตรฐาน HPLC

หลายวันก่อนมี สมาชิก web-board ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาตร์ สอบถามเรื่อง การหาความเข้มข้นของสารตัวอย่างจากกราฟมาตรฐาน HPLC เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ DaDa ขอนำมา Share กันนะค่ะ

 

Post 1

Post 1 ถ้ากราฟมาตรฐาน ของ HPLC plot ระหว่าง Area กับ con(ppm)

โดยปริมาณที่ฉีด คือ 40 ไมโคลิตร

แต่เมื่อวิเคราะห์ตัวอย่าง ปริมาณที่ฉีด คือ 20 ไมโคลิตร

ถ้าต้องการหาความเข้มข้นของตัวอย่างโดยเทียบกับกราฟมาตรฐาน

ไม่ทราบว่าต้องคำนวณอย่างไรค่ะ

 


Answer 1

ในการ plot กราฟมาตรฐานของ HPLC จะต้อง plot ระระหว่าง
ความเข้มข้น (แกน X) กับ Response หรือ Area (แกน Y)
และในการฉีดตัวอย่างหรือสารมาตรฐาน และตัวอย่าง จำเป้นต้องฉีดด้วยปริมาตรเท่าๆกัน
จึงจะได้ค่าที่ถูกต้องและไม่เอนเอียง(bias) ไม่อย่างนั้นจะได้กราฟมาตรฐานที่ไม่มีความป็นเส้นตรง (Linearity)
หากฉีดไม่เท่ากัน อาจจะจำเป็นต้องใช้ factor มาคูณ หรือ หาร เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง
และในตัวอย่างจากที่แจ้งมา ลดปริมาตรที่ฉีดลงเหลือ 20 ไมโครลิตร ในขณะที่สารมาตรฐาน ฉีด 40 ไมโครลิตร
เป็นเพราะอะไร หากเป็นเพราะว่า ตัวอย่างมีความเข้มข้น นอกช่วงของ กราฟมาตรฐานที่ plot
แนะนำว่า วิธีที่ถูกต้องคือ การ เจือจาง (dilute) ตัวอย่าง ให้มีความเข้มข้นอยู่ในช่วงของกราฟมาตรฐาน
ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมและถูกต้องมากกว่า ที่ จะมา ลดปริมาตรของการฉีด นะค่ะ

 

Post 2

เนื่องจากสารมาตรฐานที่ทำการฉีดนั้น เตรียมโดยใช้ ethanol เป็นตัวทำละลายค่ะ และ mobile phase ที่ใช้คือ น้ำผสมกับ ethanol
แต่ในตัวอย่าง คือ น้ำมัน เมื่อใช้ ethanol เป็นตัวสกัด จะได้ปริมาณสารที่ต้องการน้อย เลยใช้ hexane ผสมกับ isopopanol ค่ะ
 และเมื่อนำสารสกัดที่ได้ไปฉีด เข้าใน ระบบ RP-HPLC 40 ไมโครลิตร ปรากฎว่าสารไม่เกาะใน column เลยค่ะ
เลยว่าจะลองลดปริมาณที่ฉีดดู รบกวนสอบถามว่าวิธีหา factor มาคูณ หรือ หารนั้น สามารถหาได้โดยวิธีอะไรหรอค่ะ


Answer 2

 

ในการคำนวณย้อนกลับ คิดว่า น้องน่าจะรู้ดีที่สุดว่า ต้องคำนวณอย่างไร
เพราะน้องเป็นผู้เตรียมตัวอย่าง ดังนั้นต้องรู้ นน. ปริมาณ หรือ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
แต่ มี ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ
หากต้องการลดปริมาณ ตัวอย่างลง เป็น 20 ไมโครลิตร
ก็ ให้ฉีด std ใหม่ ด้วยปริมาตร 20 ไมโครลิตร เป็นแนวทางที่ดีที่สุด
เพราะหากหา factor มา เรา ไม่มีทางรู้เลย ว่า สารที่ฉีดเข้าไป เป็น linaer หรือไม่ จริงมั้ยค่ะ
ดังนั้น ควรจะฉีดสารมาตรฐานและตัวอย่างด้วยปริมาตร ที่เท่ากัน
อีกอย่างที่บอกว่าสารไม่เกาะคอลัมน์ หมายถึง

1 ไม่เจอสารที่ต้องการหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ดูวิธีการเตรียมว่าถูกต้องหรือไม่ หรือ จริงๆ แล้ว ไม่มีสารนั้นจริงๆ

2. หรือ เจอแต่สาร over load เลยต้องการลดปริมาณที่ฉีด หากเป็นแบบนั้น ควรจะ dilute ตัวอย่างลง แล้วฉีดด้วยปริมาตร เท่ากับ สารมาตรฐานนะค่ะ

 

Post 3

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
ถ้ามีอะไรสงสัยอีก ขออนุญาตมาโพส ถามใหม่นะคะ

 

Answer 3

ยินดีค่ะ

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 20 ตุลาคม 2555 13:03 แก้ไข: 21 ตุลาคม 2555 09:58 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 SAkChAibOrDeE, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

สงสาร สว. บ้างนะครับ

ขอแบบเติบ ๆ เท่าหม้อแกงโรงเจน่ะครับ ไม่ก็ลิงค์ไปรูปใหญ่ ๆ ให้ก็ได้ครับ

อิอิอิ

เราเอง

รับทราบ...

แก้ไขรูปภาพทั้งหมดเป็น word แล้ว..

Ico48
vai [IP: 171.7.96.225]
27 ตุลาคม 2555 13:49
#81479

ถ้าทางเรามีข้อมูล RetTime, width, Area,และ Height จะสามารถคำนวณหาปริมาณสารที่ทำการวิเคราะห์ได้หรือเปล่าค่ะ

ช่วยแนะนำด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

@ vai

หากมีข้อมูลของ RetTime Area,และ Height ามารถคำนวณหาปริมาณสารที่ทำการวิเคราะห์ได้ แต่

ต้องมีข้อมูลของสารมาตรฐาน ทั้ง RetTime Area อย่างน้อย 5 ความเข้มข้น ที่ฉีดด้วยสภาวะเดียวกันกับตัวอย่างด้วยนะค่ะ

และข้อมูลจะต้องมีความเป็น linear เพราะจาก calibration curve ที่ได้ของสารมาตรฐาน

ทำได้ได้สมการเส้นตรง y = mx+c

โดย m = slope

c = จุดตัดแกน

y = Area

ดังนั้นเราสามารถแทนค่าเหล่านี้เพื่อหา X ซึ่งคือริมาณสารที่จ้องการบอกปริมาณได้ค่ะ

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 54.87.89.176
Message:  
Load Editor
   
Cancel or