นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ใยมะพร้าวน้องใยไหม
Ico64
พิสิฐ์พงษ์ หมื่นประเสริฐดี
นักวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 6 · ผู้ติดตาม: 10

อ่าน: 1539
ความเห็น: 2

จัดการของเสียในห้องปฏิบัติการง่ายกว่ากำจัดของเสียในใจ...

ของเสียในห้องปฏิบัติการก็ควรหาวิธีกำจัดให้ถูกต้อง ของเสียในใจก็ต้องหาทางกำจัดหรือปลอยปล่อยให้ถูกที่ ถูกทาง อย่าเก็บไว้ค้างคา ทิ้งตัวเป็นตะกอนกัดกร่อนจิตใจจนหมดหนทางเยียวยารักษา...รีบจัดการ ก่อนที่มันจะสายเกินไป

         ของเสียในใจ...คงล้างยาก กำจัดให้หมดไม่ได้ง่ายๆ มันต้องใช้เวลาชำระล้าง และหาสิ่งบำบัดจนหมดพิษไป..ในวันหนึ่ง กำจัดของเสียในห้องแลบง่ายกว่าเยอะ

 

         เรื่องการจัดการและกำจัดของเสีย หรือ waste ในห้องปฏิบัติการ เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกห้องปฏิบัติการต้องเจออย่างเช่นห้องปฏิบัติการของตนเอง

 

         ห้องปฏิบัติการของเรามีงานหลายส่วนที่เกิดของเสียได้ ดังนั้น

 

1. ของเสียจากห้องปฏิบัติการ AAS มีสารละลายกรดที่มีไอออนของโลหะหนักและไม่ค่อยหนักหลายชนิดผสมรวมกันอยู่ เนื่องจากห้องเครื่องมือ AAS มีการวิเคราะห์โลหะกันบ่อยครั้ง ไม่นาน ถัง drain ก็เต็ม และต้องนำไปจัดการต่อไป

 

2. ของเหลือจากการกลั่นไนโตรเจน TKN ซึ่งมีส่วนผสมของด่างแก่ หรือ โซดาไฟที่มีความเข้มข้นสูง ที่แม้ว่าอาจถูกเจือจางด้วยกรดในตัวอย่างที่ผ่านการย่อยมาแล้ว แต่สภาพความเป็นกรด-ด่างรวมยังคงมี pH สูงกว่า 12-13 หากทิ้งลงท่อ รับลองท่อโล่งสะอาดเชียว แต่มันจะทำลายสิ้งแวดล้อมอย่างรุนแรงไปด้วย

 

3. รีเอเจนต์ที่เกิดจากการวิเคราะห์แลบน้ำ ซึ่งมีหลายตัวที่เป็นอันตราย เช่น สาร oxidizing agent รุนแรงจากการหา COD โลหะ กรด และเบสจากการหา DO BOD COD Cl หรือ EDTA จากการ Hardness เป็นต้น

 

4. สารอินทรีย์ที่เกิดจากห้องปฏิบัติการ HPLC เช่น Acetonitrile Methanol Isopropanol หรือพวก Dichroloethane ฯ ของเสียกลุ่มนี้ไม่ควรนำไปรวมกับกลุ่มแรกครับ ให้แยกเก็บเอาไว้

 

        ดังนั้น การจัดการของเสียด้วยตนเอง 3 กลุ่มแรก จึงทำได้ไม่ยาก ครับ วิธีการเบื้องต้น มีดังนี้

 

- ให้ค่อยๆ เติมสารละลายในข้อที่ 1 ลงในข้อ ที่ 2 ก่อน เพื่อ neutralize กรดด้วยเบสให้เป็นกลาง (ได้เกลือกับน้ำ) โดยต้องค่อยๆ เติมสารละลายผสมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิรยารุนแรง เพราะจะมีความร้อนเกิดขึ้นด้วยแน่นอน

 

- เมื่อรวมกันแล้ว ให้ลองวัด pH ของสารละลายผสมดูว่าเป็นกลางหรือใกล้เคียงหรือยัง หากเป็นกลางแล้ว ให้เติมของเสียในข้อที่ 3 ลงไป ปฏิกิริยาอาจรุ่นแรงเช่นเดียวกัน เพราะมีของเสียพวกกรดซัลฟิวริก หรือ ไดโครเมต ผสมอยู่ด้วย ให้ระมัดระวัง และเทจนเข้ากัน

 

- เมื่อถึงขั้นตอนนี้ pH อาจลดลงไปเป็นกรด ก็ลองพยายามเติมของเสียจากข้อที่ 2 ลงไปอีก เพื่อเพิ่มความเป็นด่างลงไป จะพบว่า ในสภาพด่าง โลหะส่วนใหญ่จะตกตะกอนได้ หากไม่หมด อาจเติมปูนขาวลงไปอีกหน่อย เมื่อโลหะตกตะกอนหมด เราก็กรองเอาโลหะนั้นออกมา แยกไปกำจัด หรือ เก็บใส่ขวดเพื่อส่งไปโรงงานกำจัด waste ต่อไป

 

- ส่วนสารละลายใสนั้น หากแน่ใจว่าโลหะตกตะกอนหมดแล้ว ก็นำกลับมาเติมกรดให้มี pH ช่วงกลางๆ และทิ้งลงบ่อบำบัดของอาคารหรือหน่วยงานได้ต่อไปครับ อันตรายจะลดลงไปจนเกือบหมดแล้ว

 

      "ของเสียในห้องปฏิบัติการ" ก็ควรหาวิธีกำจัดให้ถูกต้อง "ของเสียในใจ" ก็ต้องหาทางกำจัดหรือปลดปล่อยให้ถูกที่ ถูกทาง อย่าเก็บไว้ค้างคา ทิ้งตัวเป็นตะกอนกัดกร่อนจิตใจจนหมดหนทางเยียวยารักษา...รีบจัดการ ก่อนที่มันจะสายเกินไป

 

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 สิงหาคม 2556 20:39 แก้ไข: 04 สิงหาคม 2556 20:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ที่หาดใหญ่ต้องจ้างบริษัทมาขนไปกำจัดตามวิธีที่ถูกที่ควร

ศูนย์เครื่องมือฯ เพิ่งได้กำจัดไปล๊อตใหญ่ โดยอาศัยกำจัดไปพร้อมกันคณะเภสัชฯ

อีกสัก ปีสองปีก็จะกลับมาเต็มที่เก็บเหมือนเดิม เพราะเททิ้งไม่ได้อย่าง ใยมะพร้าวน้องใยไหม ว่าไว้ :)

ปัตตานีมีเราคณะเดียว น้อยเกินไม่มีใครลงมารับไปกำจัด วันหลังจะเอาไปฝากไว้ที่ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ วข.หาดใหญ่บ้าง

 

อิอิ

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.122.228
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ