นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 949
ความเห็น: 0

โรคคอตีบ..ป้องกันได้

โรคคอตีบ..ป้องกันได้

 

 

จากสถานการณ์โรคคอตีบของประเทศไทย ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ปี2552-2555 โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัย 20-50 ปี พบว่า สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันคอตีบจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้เสี่ยงป่วยเป็นโรคคอตีบได้สูง
       
       ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงเดินหน้านำร่องฉีดวัคซีนแก่ผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ระบาด เพื่อควบคุมการระบาดของโรคทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้ปี 2556 ผู้ป่วยเริ่มลดลง และปี 2557 พบว่ายังมีผู้ป่วย 4 ราย เสียชีวิต 1 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดเกิดขึ้นอีก กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เดินหน้าฉีดวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก แก่ผู้ใหญ่อายุ 20-50 ปีทุกคนทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2557
       โรคคอตีบเป็นโรคติดต่อร้ายแรงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชอบอาศัยในลำคอมนุษย์ ทำให้เกิดอาการเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ เชื้อนี้จะทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของทางเดินหายใจส่วนต้นจนอุดตัน ผู้ติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรง จนทำให้เสียชีวิตได้
       
       โรคนี้ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสน้ำลาย เช่น ไอ จาม รดกัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด
       
       อาการมักเกิดหลังได้รับเชื้อประมาณ 2-5 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวของโรค ผู้ป่วยมักจะมีไข้ รู้สึกหนาวสั่น และมีอาการเจ็บคอ บริเวณคออาจบวม ทำให้กลืนอาหารและหายใจลำบาก นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต จะพบว่ามีแผ่นเยื่อสีขาวปนเทา ติดอยู่บริเวณต่อมทอนซิลและลิ้นไก่ ซึ่งเกิดจากเชื้อคอตีบปล่อยสารพิษออกมา แล้วทำลายบริเวณเนื้อเยื่อรอบๆ ให้ตายลง ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรง สารพิษอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้มีผลเสียต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดหัวใจวายและอันตรายถึงชีวิตได้
       
       การรักษาโรคคอตีบ ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำกัดให้อยู่ในห้องแยกโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย โดยแพทย์จะให้ยาต้านสารพิษของเชื้อและยาปฏิชีวนะ นอกจากนี้ต้องมีการเฝ้าระวังเรื่องระบบทางเดินหายใจอุดตันและภาวะแทรกซ้อนในระบบไหลเวียนโลหิตจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอย่างใกล้ชิด
       
       จากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคคอตีบที่ไม่แน่นอน เราควรหมั่นดูแลตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย และลดการติดเชื้อจากโรคคอตีบ โดยรับการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด และถ้าเราเคยได้รับวัคซีนมาก่อนแล้ว ควรมีการฉีดกระตุ้นทุกๆ 10 ปี แต่ถ้ายังไม่เคยได้รับวัคซีนเลย ต้องเริ่มฉีดชุดแรก 3 เข็ม ที่ 0, 1, 6 เดือน จากนั้นให้ฉีดวัคซีนซ้ำทุก 10 ปีทันที
       
       ปัจจุบันวัคซีนคอตีบที่ใช้จะผสมรวมกับวัคซีนบาดทะยักอยู่แล้ว ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจะป้องกันได้ทั้งสองโรค ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขจะออกให้บริการฉีดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีวัคซีนทางเลือก ซึ่งพัฒนาขึ้นและจำหน่ายในขณะนี้ เป็นการดีที่รวมวัคซีนหลายชนิดในเข็มเดียว สามารถป้องกันได้ถึงสามโรค คือ คอตีบ บาดทะยัก และไอกรน ซึ่งผู้สนใจสามารถเลือกฉีดวัคซีนชนิดนี้ เพียงแต่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเอง

ขอขอบคุณ

http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9580000059646

น้องไข่พะโล้

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 02 มิถุนายน 2558 10:05 แก้ไข: 02 มิถุนายน 2558 10:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Wawa, Ico24 Zenki, และ 6 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.249.234
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ