ความเห็น: 56
การเตรียมความพร้อมรับการประเมินภายนอก รอบ 3 (ตอนที่ 1) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ ค่าน้ำหนัก และการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย
การประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 2 เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 โดยประเมิน SAR ปีการศึกษา 2548 ซึ่งล่วงเลยมา 4 ปีแล้ว ตาม พ.ร.บ การศึกษา สถาบันอุดมศึกษาต้องประเมินภายนอกอย่างน้อยทุก 5 ปี โดยคณะกรรมการภายนอก ซึ่งก็คือ คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย สมศ.
การประเมินรอบ 3 คาดว่าจะเริ่มโดยใช้ SAR 2553 ซึ่งถ้าเป็นจริงดังคาด เรามีเวลาขับเคลื่อนอีก 2 ปี ซึ่งถือว่าท้าทายมาก สำหรับมหาวิทยาลัย วิทยาเขต และคณะ เพราะการประเมินภายนอกรอบ 3 จะประเมินทั้ง 3 ระดับ คือ มหาวิทยาลัย วิทยาเขต และคณะ ซึ่งต่างจากรอบ 2 ที่ประเมิน 2 ระดับ คือ 1) มหาวิทยาลัย และ 2) กลุ่มสาขา
ในรอบ 3 นี้ สมศ. กำหนดมาตรฐานไว้ 6 ด้าน รวม 28 ตัวบ่งชี้ ค่าน้ำหนักรวมทั้ง 6 มาตรฐานเท่ากับ100 คะแนน โดย 75 คะแนน เป็นค่าน้ำหนักของผลลัพธ์ตามพันธกิจ 4 ด้าน คือ 1) คุณภาพบัณฑิต (30 คะแนน) 2) ด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ (30 คะแนน) 3) ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม (10 คะแนน) 4) ด้านการทำนุบำรุงศิลปและวัฒนธรรม (5 คะแนน) ส่วน มาตรฐานที่ 5 ด้านบริหารและการพัฒนาสถาบัน (15 คะแนน) และด้านการประกันและพัฒนาคุณภาพ (10 คะแนน)
ท่านที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน website ของ สมศ.
http://www.onesqa.or.th/onesqa/th/home/index.php (เอกสารดาวน์โหลดด้านล่างขวาของ page)
และจะนำความคืบหน้ามาแจ้งให้ทราบเป็นระยะเพื่อร่วมกันเตรียมความพร้อมขับเคลื่อน
มหาวิทยาลัยรับการประเมินรอบ 3 ต่อไป
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « การ ลปรร. จากการร่วมเป็นผู้ทรงคุ...
- ใหม่กว่า » ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินคุณภา...
ความเห็น
|
|
ผมเสนอแนะอย่างนี้ครับ
1. ครูมีหน้าที่สอนอย่างเดียว
2.ให้ประเมินผอ.ทุกปี ไม่ได้คุณภาพให้กลับมาเป็นครูสายผู้สอน
3..ให้มีครูสอนครบชั้น
|
|
ล้มเหลวทั้งระบบครับท่าน เมื่อไหร่ท่่านท่ี่ีมีอำนาจหรือเกี่ยวข้องกับการบริหารจะตื่นมามองสภาพความเป็นจริงของสังคมและการศึกษาของไทย บ้าแต่ความสำเร็จของเด็กไทยที่ไปแข่งขันระดับโลก ถามหน่อย เด็กพวกนันเรียนในระบบโรงเรียนแล้วเก่งอย่างนั้นหรือ ช่วยถามพ่อแม่เด็กเหล่านั้นทีว่าหมดเงินค่าเรียนพิเศษไปปีละเท่าไหร่
|
|
กำลังเตรียมงานรอรับการประเมินรอบ3 ปัญหามีอยู่ว่าที่เขาจะมาตรวจนั้นได้ทำทุกอย่างแต่ขาดเอกสารที่เขาจะเชื่อถือนี่ซิ เลยต้องย้อนหลังกันตั้ง 2-3ปี เหนื่อยมาก อีกทั้งเบื่อระบบการทำงานของครูปัจจุบัน เงินเดือนก็อยากได้สูง ๆ แต่งานไม่อยากทำ ไอ้คนที่ทำก็งานกองสุมหัว คนไม่ทำก็ได้เงินไม่แตกต่างกัน ชักเริ่มท้อ เมื่อไหร่ครูไทยจะมีหน้าที่สอนนักเรียนอย่างเดียวก็ไม่รู้ เอางานอื่นออกจากอกครูซะที สงสารนักเรียน เดี๋ยวครูประชุม นี่พอใกล้วันประเมินรับรองได้ เขตพื้นที่ก็วิ่งวุ่นเข้าโรงเรียน ผอ.ก็กลัวเสียหน้า ก็จะเรียกประชุมครูทุกวัน นักเรียนก็เรียนกับทีวี หรือเรียนกับกระดาษใบงาน พอปลายปีก็ส่งไปแข่งหัตถกรรม ปลายปีก็ลุ้นสอบระดับชาติ น่าสงสารจัง งานนี้โทษ ผอ.โรงเรียนคนเดียวที่ปล่อยวางมาได้ตั้งนาน พอถึงวันจะเอานั่นเอานี่ ครูละเบื่อ
|
|
ครูที่เป็นครูจริงๆ ไม่ชอบการประเมินค่ะ
ชอบหลักสูตรเก่าที่สุด....
เบื่อการทำงานที่มีเส้นสาย มีพรรคมีพวก...
สังคมเลว ครูดีก็ท้อแท้
|
|
กำลังเตรียมประเมินเหมือนกันทั้งประเมินคศ.3 และประเมินรอบสาม ไม่รู้มารูปแบบไหน แค่ทำผลงานก็เครียดมากแทบเส้นเลือดฝอยจะแตก
|
|
ฝันตั้งแต่เรียนประถมจะเป็นครูให้ได้ เห็นครูสมัยนู้นสอนประทับใจ...ความรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่เรียนชั้นป.5-6.ปัจจุบันยังใช้ได้ดีสามารถสื่อสารกับต่างชาติได้บ้าง..
แต่พอเริ่มมาเป็นครูจริงๆมันไม่เหมือนที่ฝันไว้..นึกว่าจะมีหน้าที่สอนอย่างเดียว..บางครั้งผมยังโทษอาจารย์ที่คณะที่สอนป.ตรีว่า...ทำไมสอนให้เขียนแผน..ให้ทำสื่อ..ให้หาวิธีสอนที่หลากหลาาย..แต่กลับไม่สอนเรื่องการทำงานการเงิน งานพัสดุ งานบัญชี..งานธุรการ..ฯลฯ..ซึ่งเป็นงานหลัก
หลายครั้งช้ำใจ..สอนๆอยู่ต้องรีบไปดูเรื่องงานเข้า..ต้องรีบไปดูพัสดุ...เดี๋ยวก็ไปเบิกเงิน...ไปประชุม...เตรียมเอกสาร...รับการประเมิน...ต้อนรับผู้มีวาสนา..ฯลฯ...
ช้ำใจที่ไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีทุ่มเทให้เวลากับนักเรียนให้มากที่สุด
ผมไม่อยากให้ครูอีกสิบปีข้างหน้าต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลย...ผมไม่อยากให้ลูกหลานผมได้เรียนกับครูแบบนี้อีก
|
|
อยากเป็น ผอ.มาก เพราะไม่ต้องสอน ตอนนี้ได้เป็นแล้ว สั่งการอย่างเดียว สั่งเสร็จแล้ว ก็ไปดูแล ผอ.เขต เพราะท่านเป็นคนขี้เหงา ถึงเวลา ท่านต้องหาลูกน้องที่เป็นผู้บริหารพาไปดื่มเหล้า และแล้วผมก็ได้ขั้นพิเศษโดยไม่ต้องใช้สมอง ไม่ต้องอยู่โรงเรียนให้ปวดหัว พวก ผอ.ที่อยู่โรงเรียนได้แต่ทำตาปริบ ๆ ด้วยความอิจฉาในตัวผม ช่วยไม่ได้จริง ๆ ก็อยากไม่ทำแบบผมนี่ ผอ.เขต แค่เหล้าเข้าปาก ขออะไรก็ได้หมด สรุปแล้ว กล้าพูด กล้าทำ กล้าขอ กล้าบำรุง บำเรอ ปรนเปรอ กะเงินไม่กี่ร้อยบาท ได้กินทั้งผู้ให้และผู้รับ สมัย นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นใน สพป. อยากรู้จริง ๆ ว่ามีที่ไหนอีกบ้างที่เหมือนผู้บริหารระดับสูงใน สพป.แห่งนี้
|
|
ครูบ้านนอก แถมชายแดน เบื่อการประเมินทีสุด ตอนนี้ครูในโรงเรียนแทบจะไม่พูดกันดีๆ ต่างคนต่างก็เตรียมเอกสาร เฮ้อ เลิกประเมินทีเถอะน่า ก็รู้ๆอยู่ว่า เมค กันทั้งนั้น ทำไม ชอบให้หลอก ทั้งๆที่ก็ โดนหลอกมาตลอด
สมน้ำหน้า ตัวเองดีมั้ยนี่
ดีใจด้วยนะ กับโรงเรียนที่ผ่านการประเมินแล้ว ขอเวลาไปเมคข้อมูลต่อแล้วกันค่ะ
|
|
เบื่อการประเมินภายนอก
บางส่วนประเมินผ่านจากผลงานจริงๆ
บางส่วนประเมินเพราะโกหกข้อมูลเก่ง
บางส่วนผ่านเพราะเอาใจเก่ง
บางส่วนผ่านเพราะอาหารมื้อค่ำอร่อย
บางส่วนผ่านเพราะทิ้งเด็กไปโกหกข้อมุล
ส่วนโรงเรียนที่ไม่ผ่าน...เหนื่อย
ไม่อยากไปโรงเรียน
ชาวบ้านกับครูไม่อยากดูหน้ากัน
เตรียมตัวย้ายเพราะโดนเช้าบ้านไล่แต่เขตพื้นที่ไม่ให้ย้ายเลยต้องทนๆๆๆๆๆ
|
|
ขอฝากไปให้ท่านผู้อยู่เบื้องหลังการประเมิน(สมศฺ) ท่านทราบไหมว่าการที่ท่านมาประเมินครูแค่ 3 วัน ท่านได้อะไรบ้าง ท่านมาดูเอกสารที่ครูเหน็ดเหนื่อยสร่างให้ท่านและท่านพัฒนาครูทั้งระบบท่านได้อะไรบ้าง ครูเขาเหนื่อยกับงานปกติอยู่แล้ว สอนคนมันยากนะคะ มันเป็นศิลป์และศาสตร์ที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป มันจะให้ทันใจท่านได้ยังไงคะ ท่านบอกว่าผู้สอนเป็นผู้สอบแต่ท่านเอาผลการสอบระดับชาติมาประเมินเป็นมาตรฐานเดียวทั้งโรงเรียนที่มีความพร้อมลูกท่านหลานเธอไปเรียนกับโรงเรียนไกลปืนเที่ยงอย่างโรงเรียนดิฉัน ครู ป.1 สอนนักเรียน 42 คน และทำหน้าที่ครูอาหารกลางวัน การเงิน ครูพยาบาลอีก จิปาถะ ยิ่งร่ายไปกว่านั้น ท่านยังนั่งคิดโครงการนั่น โครงการนี่ร้อยแปดโครงการที่สั่งให้ครูทำ แล้วท่านเน้นเด็กเป็นสำคัญนั้นจริงหรือ ครูไม่มีเวลาอยู่กับเด็กอย่าง เต็มที่ ดิฉันว่าการศึกษาเราคงจะหลงทางแล้ว เหนื่อยใจจริงๆค่ะ
|
|
โดนใจมากคะ เอางบประมาณการประเมินมาจัดการเรียนการสอนดีกว่า เด็กไม่ได้เรียนเลย
|
|
มีการประเมินก็ดีแต่ไม่ควรเอาแบบนามธรรมพวกเอกสารรูปภาพไม่ควรเอา ควรดูที่รูปธรรมดูที่ตัวเด็กดูหลักฐานด้านกานสอนของครูความรู้ความสามารถของเด็ก เพราะครูเหนื่อยจัดเอกสารเปลืองกระดาษโดยใช่เหตุ ไม่มีประโยชน์เสียเวลา เด็กๆไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เสียเวลาเพราะครูไม่ได้สอนมัวแต่มานั่งหาข้อมูลจัดทำเอกสารต่างๆ ยกเลิกวิธีการประเมินเสียเภอะคะเพราะแต่ละโรงเรียนสภาแวดล้อมไม่เหมือนกันเด็กไม่เหมือนกันมาจากาต่างที่กันบางคนเป็นเด็กกำพร้า บางคนเป็นเด็กยากจนมากต้องรับภาระเหลี้ยงดูครอบครัวด้วย ครูบาอาจารย์หรือเจ้าใหญ่นายโตทุกวันนี้ก็มาจากครูเก่าๆที่สอนระบบเก่าๆทั้งนั้น
แต่ปัจจุบันสอนแบบใหม่ เด็กกลับไม่ได้ความรู้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เพราะอะไรเพราะเขามุ่งเน้นพัฒนาครูๆๆๆๆๆ และสถานศึกษา
แต่ไม่ได้มุ่งเน้นพัฒนานักเรียน สังเกตุเปิดเทอมปุ๊บครูต้องไปอบรมนั้นโน้นนี้ตลอด จนเด็ไม่ได้เรียนหนังสือ นับวันสอนเด็กได้เลยในแต่ละเทอม ไม่ถึง 20 หรอก ที่สอนเด็มๆ ยิ่งตอนนี้ต้องปิดร.ร.ไปศึกษาดูงาน ร.ร.ที่เขาประเมินรอบสามผ่านเพื่อมาเตรียมเอกสารย้อนหลังสามปี ไว้ให้กรรมการ สมศ. ตรวจ ทุกอย่างเมกขึ้นมาทั้งนั้น แล้วท่าน สมศ. ก็รู้แต่ก็ให้ผ่านแต่ก็ยังหลับหูหลับตามาตรวจตามหน้าที่ ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลยสำหรับเด็กๆๆๆ เช่นเดียวกันกับการที่ครูทำ คศ.2-3-4 พวกนี้เมกงานทั้งนั้นเด็กแทบไม่ได้เรียนหนังสือ เอาเงินงบประมาณที่จ้าง สมศ. มาจ้างครูให้ครบตามกลุ่มสาระจะดีกว่าคะ และมาสร้างห้องคอมให้เด็กๆจะดีกว่าคือาการพัฒนาเด็กอย่างแท้จริง เวลาผอ.สั่งปิด ร.ร. เด็กๆก็ๆไม่ได้กินอาหารกลางวันห้วละ 13 บาท ผอ.สั่งเอาเงินเด็กตรงนี้ไปให้ครูกินร้านอาหารหรูๆ เวลาปิดภาคเรียน หรือเลี้งตอนรับครูใหม่ แต่เด็กใน ร.ร.กินอาหารแบบอดๆๆอยากๆๆๆ อิ่มบ้างหิวบ้าง พูดมากก็ไม่ได้ครูและผอ.ดุเอา องค์กรเกี่ยวกับสิทธิเด็กหันมาดูเด็กๆบ้างว่าเขาได้รับสิทธิของเขาเต็มที่หรือไม่ ครูเอางบประมาณเด็กไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อยู่ร.ร. ครูก็สอนบ้างไม่สอนบ้างวันๆให้แต่จดลอกในหนังสือ หรือไม่ก็ให้ไปถางหญ้าถางป่า หรือเวลาครูผอ.เขาต้องการใช้เงินก็สั้งปิดร.ร.ครึ่งวันไล่เด็กกลับบ้านสั่งงดอาหารกลางวัน ก็ได้เงินไปช้อปตามใจท่านผู้บริหารที่เอาแต่ได้และเห็นแก่ตัว ทำงานไม่ได้ แต่ครูในร.ร.ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ก็อยากได้ผอ.ใหม่ จะลาออกก็ไม่ลาออกเห็นแก่ตัวมากๆๆๆๆๆ ผอ.เขตก็ไม่ทำอะไร ปล่อยให้เขาโกงกินอยู่นั้นแหละ เงินเดือนตั้ง 40000 หมื่น ครูพี่เลี้งเงินเดือนสามพันบาทยังมีประโยชน์กว่าอีก
แล้วผอ.คนนี้ก็ยังทำเรื่องเบิกเงินค่าเช่าบ้านอีกนะ ทั้งๆที่อาศัยอยู่บ้านตัวเอง ทำมากว่า 8 ปีแล้วเบิกทุกเดือนๆละ 3500 บาทมากกว่าเงินเดือนครูพี่เลี้ยงเสียอีก สตง. มาตรวจสอบหน่อยคะ เสียดายเงินภาษีของรัฐเอาเงินงบประมาณพวกนี้จ้างครูดีมาสอนเด็กจะดีกว่าไหม รัฐมักเอาคนแบบนี้แหละไว้ไม่ดำเนินการขั้นเด็ดขาด จึงทำให้ประเทศไทยไม่เจริญ และวงการราชการไทยโดยเฉพาะการศึกษาของไทยจึงล้าหลังและถอยหลังเข้าคลอง ลาวเวียดนามจะแซงเราแล้ว อ้อ ผอ.คนนี้ชื่อย่อ ส. นามสกุลย่อ ห. อยู่ร.ร. นอว. สพป.อด.3 กลุ่มร.ร.บ้านดุง 2 เขาใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ขอ่ความกรุณาผู้ที่อ่านแล้วร้องเรียนให้ด้วยนะคะเพราะกล้วๆๆๆๆๆๆๆ อิทธิพลท่านญ่ายๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆถึงอยู่มาได้ขนาดนี้และท่านหนามากๆๆๆๆๆ ถ้าไม่หน้าหนาก็คงเออลี่ไปแล้วไม่มานั้งกินเงินเดือนรัฐฟรีๆๆๆๆหรอก
|
|
กำลังเตรียมงานรอรับการประเมินรอบ3 ปัญหามีอยู่ว่าที่เขาจะมาตรวจนั้นได้ทำทุกอย่างแต่ขาดเอกสารที่เขาจะเชื่อถือนี่ซิ เลยต้องย้อนหลังกันตั้ง 2-3ปี เหนื่อยมาก อีกทั้งเบื่อระบบการทำงานของครูปัจจุบัน เงินเดือนก็อยากได้สูง ๆ แต่งานไม่อยากทำ ไอ้คนที่ทำก็งานกองสุมหัว คนไม่ทำก็ได้เงินไม่ค่อยทำก็ได้ขั้น ชักเริ่มท้อ ผอ.ก็แย่ไม่ทำหน้าที่ผู้บริหารที่ดีพอเขาประเมินก็พึ่งมาเตรียมอย่างนี้จะมีประสิทธิภาพได้อย่างไรเขาเรียกว่าผักชีโรยหน้ากันมากกว่า งานไม่บริหารตั้งแต่แรกปล่อยปะละเลยหมักหม่ม วันๆไม่ทำหน้าที่เอาแต่จัดรายการวิทยุ กินเงินโรงเรียน เงินไม่ถึงตัวนักเรียน นอนกินอยู่ที่โรงเรียนเลยไม่กลับบ้านยึดโรงเรียนเป็นบ้านครูจะหยิบจับอะไรก็ไม่ได้เหมือนโรงเรียนเป็นบ้าน ไม่กล้าว่าผู้ใต้บังคับบัญชาเพราะกลัวจะถูกร้องเรียนก็เลยปล่อยโรงเรียนให้ครูอยู่อย่างสบายมาบ้างไม่มาบ้าง เช้าชามเย็นชามไม่สนใจในการสอนงานไม่ทำมาก็สายกลับก็ก่อนเวลา อยากให้เบื้องบนลงมาสำรวจกันจริงๆสักครั้งจะได้ทำให้เด็กตาดำๆได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่อยากให้ช่วยขจัดครูและผู้บริหารแบบนี้ให้หมดไปจากวงการศึกษาเสียที่ประเทศไทยในด้านการศึกษาจะได้มีประสิทธิภาพเพราะมีประเภทนี้อยู่เมื่อไรก็ได้แค่นี้แหละการศึกษาจะโทษที่เด็กไม่ได้ต้องโทษที่ผู้บริหารและครูประเภทนี้มากกว่า
|
|
-เบื่อการประเมินจาก สมศ เพราะมันเป็นเรื่องโกหก ต้องสร้างหลักฐานให้ได้ตามเกณฑ์ ลองคิดดูว่าโรงเรียนที่มีขนาดเล็กครู3 คน ทำหลักสูตร 9 สาระการเรียนรู้ ทำแผนการจัดการเรียนรู้อีก แล้วสอนอีก สารพัดเท่าโรงเรียนขนาดใหญ่ แล้วจะมีคุณภาพได้เท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่จริงหรือ ผู้ใหญ่ในประเทศมัวลุ่มหลงงมงาย เอาแต่ยศฐาบรรดาศักดิ์ ทำไมไม่คิดถึงความเป็นจริง ถึงว่าการศึกษามีแต่ตกต่ำ ดูผล NT O-net เสียบ้าง มันน่าจะรู้มันน่าจะฉลาดขึ้น แต่กลับโง่ลงกว่าเดิม
ไม่ต้องจ้าง สมศ ให้เปลืองงบประมาณ น่าจะทุ่มงบประมาณให้โรงเรียน เพิ่มครู ให้ศึกษานิเทศแต่ละเขตติดตามงาน ทุกวันนี้ศึกษานิเทศทำผลงานทางวิชาการเอางานให้ครูทำเพื่อเก็บผลงานอันเป็นเท็จ ไม่ได้คำนึงถึงเด็กที่แท้จริงเลย
ให้ยุบ สมศ โดยเร็วที่สุด
|
|
ท่านมีวิธีการปะ ว่าทำอย่างไรครูไทยจึงจะสอนได้ สอนดี มีแต่สอนกับสอน โดยไม่ต้องใช้วิธีการประเมินแบบ ส ม ศ. น่ะ มีบ่ ใกล้จะเกษียณแล้วยังไม่เห็นวิธีการที่จะทำให้การศึกษาไทยเจริญเลย เมื่อก่อนพอรู้ว่า ศน.จะมาเยี่ยมโรงเรียนพร้อมเครื่องมือทดสอบ โอ้ย.....เร่งสอนกันใหญ่ เพราะกลัวเด็กทำข้อสอบไม่ได้ พอ ศน. หันไปทำผลงานกันหมด ไม่ออกมาเยี่ยมโรงเรียนพร้อมข้อสอบ เลยทำให้ดูเฉื่อยๆในทุกๆด้าน ที่พูด แถวบ้านฉันน่ะ
|
|
ครูไม่มีเวลาที่จะพัฒนาเด็กเพราะมัวแต่ทำเอกสารที่รับรองสมศ.มันเป็นกังวนกลัวทำเอกสารไม่ถูกใจสมศ.กลัวเด็กมีพัฒนาการที่ไม่พร้อมตามที่ตัวบ่งชี้กำหนด และอีกอย่างมีครูปฐมวัยอยู่ดนเดียวจะต้องพัฒนาเด็กตั้ง 2 ห้องเป็นที่เหนื่อยทีสุดของครูปฐมวัย แทนครูปฐมวัยจะได้ตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาเด็กอย่างเดียวต้องมาทำนั้นทำนี้ ครูปฐมวัยอยากจะทำสื่อที่จะพัฒนาเด็กก็ไม่ได้ทำ ไม่รู้สมศ.มีตัวบ่งชี้อะไรมากมายมันมากเกิดไปสำหรับเด้กปฐมวัย
|
|
เห้นด้วยกับครูคนหนึ่ง โดนใจจริงๆๆๆเรื่องอาหารกลางวันเด็ก ถ้าเด็กเก่ง ครูก้เก่ง ถ้าทำเอกสารเก่งไม่ได้หมายความเด็กจะเก่ง ประเมินที่ตัวเด้กจะดีที่สุด เดี๋ยวนี้ไม่ครูแบบเก่า มีแต่นักบริหารที่สั่งอย่างเดียวเเล้วก้หายหัวไป
|
|
อย่าบ่นกันเลยค่ะ ทำงานไปตามหน้าที่ ด้วยจิตสำนึกและความรับผิดชอบเอาใจใส่เด็ก ๆ ให้มันจริงจังกันเถอะ งานเอกสารก็ทำตอนว่างหลังเลิกเรียนก็ได้
ดิฉันเห็นด้วยในการประเมินจะได้ตื่นตัวกัน แต่การประเมินนั้นให้เปลี่ยนรูปแบบใหม่ซะ อย่าไปดู ไปเน้นเอกสารมากนัก(แต่ส่วนใหญ่ก็ถามหาแต่เอกสาร) ดูที่ตัวเด็กเลยค่ะ เช่น ครูที่ สอนวิชาภาษาไทยช้ัน ป.1 ทำผลงานภาษาไทยในช้ัน ป.1 ก็ลงไปประเมินที่นักเรียนเลย ว่า มันอ่านกันได้ อ่านกันออก เขียนได้ กี่คน โดยใช้คำพื้นฐานที่กระทรวงกำหนดให้เรียนรู้ในช้ัน ป.1 โดยกำหนดว่าเด็กต้องอ่านคำพื้นฐานได้และเขียนคำพื้นฐานได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 หรือ 95 หรือแล้วแต่เกณฑ์จะกำหนด ครูคนไหน ทำไ้ด้ก็ให้เขาไป คศ.3 หนะ รับรอง ครู 100 % สอนกันหัวทิ่ม หัวตำ เพราะมุ่งไปที่ตัวเด็ก ไม่ต้องไปดูให้เสียเวลาหรอกเอกสาร ไปประเมินเลย ถือแบบประเมินไปนั่งอยู่กับเด็กแล้วก็ให้เขาเขียนเขาอ่านให้ฟัง เขียนให้ดู เลย เขีัยนเกณฑ์เพิ่มเติมไป อีกยังได้ เช่น อ่านออก เขียนไ้ด้ไม่พอ ต้องลายมือสวยด้วย รับรอง ผลสัมฤทธิ์ พุ่งกระฉุด ภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน คำศัพท์ ให้ท่องวันละ 3 คำ ไม่ต้องมากแล้วก็ออกประเมินการอ่านคำ การเขียนคำ เด็กไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป นี่อะไร ไ้ด้ คศ.3 ภาษาไทย เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ช่างน่าละอาย แกใจ ฝากถึงนักวิชาการทั้งหลาย
|
|
การประเมินเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าใครจะมาประเมินไม่ว่าผู้บริหารประเมิน ต้นสังกัดประเมิน หรือสมศ ประเมิน ประเมินเพื่อปรับปรุงพัฒนาตนเอง พัฒนาหน่วยงาน ตลอดจนผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นไปตามความต้องการของสังคม ...จริง ๆ แล้วเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ผู้ปกครอง คุณครู หรือสังคม มีความต้องการให้บุตรหลาน เยวชน เป็นคนดี เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีปัจจัยหลายประการ เป็นตัวแปรที่ทำให้การศึกษาของเราเปลี่ยนแปลงไป เช่น คุณภาพชีวิต ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้การศึกษาของไทยโดยเฉพาะผู้เรียนมีคุณภาพไม่ตรงกับความต้องการหรือมาตรฐานที่วางไว้ สังคมก็ลงโทษคุณครู ว่าไม่มีคุณภาพ การศึกษาของไทยสมัยปัจจุบัน เด็กจะมีคุณภาพ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน คุณครู ผู้ปกครอง ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ถึงตอนนั้น สมศ ก็คงหมดความจำเป็นอีกต่อไป ขอเอาใจช่วยคุณครูทุกท่านที่ทำหน้าที่เต็มกำลังความสามารถในการอบรมศิษย์ให้เป็นคนดี
|
|
เบื่อการประเมินของ สมศ. เป็นที่สุด สมศ. รู้ไหม เอกสารที่คุณตรวจ ร้อยละ 100 โกหกทั้นั้น อยากมีเวลาตรวจการบ้านเหมือนสมัยเป็นครูบรรจุใหม่ๆ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เบื่อการเขียนเอกสารโกหกกรรมการประเมิน สมศ. เบื่อการลงทุนที่ไม่ถึงตัวนักเรียน เป็นครูที่ไม่ได้ทำเพือเด็กอย่างแท้จริง เลิกจ้าง สมศ. มาประเมิน เอา คะแนน O-NET มาเป็น เกณฑ์ในการประเมิน ครูและผู้บริหารจะได้วิ่งเข้าสอนทันที คศ.3 ตศ.4 ไม่ต้องส่งเอกสาร เอาคะแนน O-NET อย่างเดียว มาเป็นเกณฑ์
|
|
เข้าไม่ได้ให้ท่านทำเรื่องโกหก งานที่สมศ.เข้าไปดูคืองานประจำวันที่ท่านต้องทำทุกวัน และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคือหลักสูตรแกนกลางที่ท่านใช้สอน ท่านลองมองเกรฑ์ ตัวบ่งชี้ดูนะคะ ว่าจริงหรือไม่
|
|
การประเมิน เป็นเรื่องดีทำให้เราตื่นตัว แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบ ดูที่ผลผลิต ดูของจริง เอกสาร ร่องรอยก็มีบ้าง เพราะกรรมการมา 3 วัน ไม่เห็นของจริงทุกอย่างหรอก ปัญหาอยู่ที่ โรงเรียนต้องประเมินภายในให้เป็นปัจจุบัน ให้ต่อเนื่อง ข้อมูลมีทุกปี อย่าทำแบบไฟไหม้ฟาง ครูทุกคนต้องร่วมมือกัน (ยากตรงที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน เพราะข้อมูลภาพรวมต้องมาจากครูทุกคน )
ด้านกรรมการของ สมศ. ต้องเป็นกัลยานมิตรจริง อย่าขู่เข็ญ อย่าอารมณ์เสีย
ผู้แสดงความคิดนี้เป็น ผอ. ก็นำทีมบริหาร จัดการ ทำ ตามเกณฑ์กำหนด ที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ที่เราเหนื่อยคืองานไม่ต่อเนื่อง เพื่อนร่วมงานหลายคนไม่มีความพร้อม เรื่อง O NET เกิดจากส่วนหนึ่ง ครูสอนไม่เต็มเวลา เดพราะกิจกรรมมากไป ไม่ร่วมก็ไม่ได้ ทั้งของหน่วยงาน ทั้งของท้องถิ่น ทั้งของชุมชน ได้อย่างเสียอย่าง เด็กสนใจต่อการเรียนน้อย รวมทั้งกระบวนการสอนของครู
|
|
เบื่อมากๆประเมินแล้วได้อะไรกับเด็กบ้างเพียงแค่ผู้ประเมินได้ค่าตอบแทนมากมาย ครู
สอนก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เคยสรุปไหมว่าประเมินแล้วพัฒนาคุณภาพได้แค่ไหน
แม้แต่มาตรฐานตัวบ่งชี้ของ สมศ.และกระทรวงศึกษา(สพฐ)ยังไม่ตรงกันคุณภาพจะมีได้อย่างไร
|
|
เบื่อการทำเอกสารที่สูด
สมศชอบให้ครูทำเอกสานเพื่อหลอกลวงชัดๆ ชอบที่จะดูแต่เอกสารไม่ดูการสอนและเทคนิคล่ะคะ นั่งแท่น นั่งเทียนเขียนแต่ตัวบ่งชี้กะเอกสาร ไม่ลองมาลงสอนดูบ้าล่ะคะว่าถ้าลงสอนเด็กเต็มตัวจิงๆ แล้วจะมีเวลามานั่งบันทึก โน่น นี่ นั่นบ้างมั้ย
เหนด้วยกะการทำวิจัย เห็นด้วยกะการเขียนแผนแต่ไม่เห็นด้วยกับการทำเอกสารให้สมศมาประเมิน เปลืองทรัพยากรกระดาษ เปลืองเวลา เปลืองสมอง เปลืองไฟฟ้าของประเทศและสิ้นเปลืองพลังงานของครู

กำลังเรียกข้อมูล กรุณารอสักครู่ ...
08 พฤษภาคม 2554 22:55
#65275
การประเมินเป็นกระบวนการที่ดี แต่ประเมินบ่อยมากๆ
จนครูไม่มีเวลาที่จะทุ่มเทสอน เพราะต้องจัดทำเอกสาร
สมาธิในการสอนไมมีเพราะห่วงว่าจะจัดเอกสารให้ถูกใจกรรมการ