นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2724
ความเห็น: 7

ประสบการณ์การเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอก ฉบับ 2

ก่อนการประเมินความกดดันอยู่ที่สถาบัน แต่ระหว่างการประเมินรวมถึงประเมินเสร็จความกดดันอยู่ที่คณะกรรมการ

ต่อเนื่องจาก ประสบการณ์การเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอก ฉบับ 1 ก็เป็นการบันทึกประสบการณ์การลงภาคสนามจริงในนาม สมศ.ครั้งแรก ที่คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สวนสุนันทา

 %e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3

วิทยากรพี่เลี้ยง เจ้าหน้าที่สมศ.ผู้สังเกตการณ์ และคณะผู้ประเมินประกอบด้วย 

1. รศ. ดร.วศิน  อิงคพัฒนกุล  วิทยากรพี่เลี้ยง

2. ดร.สุบิน  ยุระรัช  เจ้าหน้าที่ สมศ.

ส่วนคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอกมีการแบ่งงานตามมติของทีมดังนี้

1. นางกันยปริณ ทองสามสี  ประธานกรรมการ

(ม.สงขลานครินทร์)

2. พันตำรวจโท ดร.มีชัย  สีเจริญ  กรรมการ

(โรงเรียนนายร้อยตำรวจ)

3. ดร.ธวัชชัย  สัตยสมบูรณ์  กรรมการ

(วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก)

4. นางสาวพิมล  จงวรนนท์ กรรมการ

(มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย)

5. นางสาวสุมามาลย์  ปานคำ กรรมการ

(มหาวิทยาลัยรังสิต)

6. ดร.อดุลย์  ใบกุหลาบ เลขานุการ

(มหาวิทยาลัยนเรศวร)

บรรยากาศในการประเมินคุณภาพภายนอก กรรมการทุกคนทำงานกันอย่างขันแข็ง ตามที่ทีมตกลงกัน ซึ่งการแบ่งงานก็ใช้เทคนิคสอบถามความสนใจ ความถนัด ประวัติการศึกษา งานในปัจจุบันที่รับผิดชอบอยู่  แล้วก็จับคู่แบบ team up&pair off ของสมศ. (ประเมินมาตรฐานละ 2 คน /กลุ่มสาขาละ 2 คน) อย่างไรก็ตาม การประเมินครั้งนี้เป็นการลงประเมินเพียงคณะเดียว ภาระงานก็จะน้อยกว่าการประเมินภายนอกจริง ๆ ที่ต้องแบ่งความรับผิดชอบตามมาตรฐาน และกลุ่มสาขาวิชา (จากประสบการณ์สังเกตเห็นว่าเมื่อประเมินจริง กรรมการต้องรับผิดชอบอย่างน้อย 2 กลุ่มสาขาในแต่ละมหาวิทยาลัย ถือเป็นภาระงานที่ค่อนข้างมากทีเดียว) การประเมินครั้งนี้จึงเพียงแต่แบ่งความรับผิดชอบตามมาตรฐาน และการสัมภาษณ์ เยี่ยมชมสถานที่เพื่อให้ได้คำตอบยืนยันผลการดำเนินงานในแต่ละมาตรฐานมากที่สุด  ซึ่งทุกภารกิจก็ดำเนินได้ตามแผนอย่างราบรื่น

%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%ad

ผู้บริหารคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นำเสนอผลการดำเนินงานปีการศึกษา 2550 นำโดย ผศ.ดร.สมเกียรติ  กอบัวแก้ว คณบดี

%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c1-%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95

%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c2-%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95 

คณะกรรมการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานให้มากที่สุดทั้งภาพอดีต และภาพอนาคตที่อยากให้เกิดภายในคณะ โดยเทคนิคสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%a12-%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95

 

%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87

คณะกรรมการตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการ โดยมีพี่เลี้ยงคอยสังเกตการณ์และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

 

Oral-feedback%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%95

นำเสนอผลการตรวจเยี่ยมด้วยวาจาต่อผู้บริหารคณะในช่วงบ่ายของวันที่ 28 เมย. 52

%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81ok

ทางคณะมีวารสารทางวิชาการมอบให้คณะผู้ประเมินเป็นที่ระลึก (ได้รับทุกคน แต่เนื้อที่มีจำกัดค่ะ)

จากการลงภาคสนามจริง ๆ ก็พบกับความกดดันหลายด้าน ซึ่งสามารถกลั่นออกมาได้ดังนี้

1. ความกังวลใจที่ว่า หน่วยงานที่รับการประเมินมีความเชื่อมั่นต่อผู้ประเมินคุณภาพภายนอกแค่ไหน เนื่องจากกรรมการทุกคนทำหน้าที่ในนาม สมศ. ซึ่งประเด็นนี้ จากการสอบถามผู้มีประสบการณ์บอกว่าแม้หลายท่านประเมินแล้วหลายหน่วยงาน ก็ยังเกิดอาการบ้าง แล้วมือใหม่อย่างกรรมการและเลขานุการที่เข้ารับการอบรมครั้งนี้ ให้ลงประเมินจริง ๆ ต้องเรียกความมั่นใจกลับ เทคนิคที่ว่าก็คือ ศึกษารายละเอียดของหน่วยงานที่จะไปประเมินให้มากที่สุด (เฉพาะ SAR ไม่เพียงพอ) ทั้งจากเว็บไซต์ ผลประเมินก.พ.ร. ผลประเมินสกอ. วารสารวิชาการ ข่าวสารของมหาวิทยาลัยและคณะ เจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งหน่วยงานนั้นฯ  เมื่อ "รู้เขา"ระดับหนึ่งแล้ว การลงภาคสนามก็ลดความเกร็งได้มากทีเดียว เพราะผู้ประเมินเริ่มมีทิศทางชัดเจนว่าจะเจาะลึกประเด็นไหน ทั้งสิ่งที่หน่วยงานนั้นทำได้ดี และสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป สรุปก็คือ มีขอบเขตของการศึกษาข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น

2. ผู้ประเมินนอกจากต้องมีองค์ความรู้ด้านการประกันคุณภาพแล้ว (ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับกรรมการและเลขานุการ) องค์ความรู้อื่นก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน อย่างเช่น ภารกิจหลักทั้ง 4 ด้านของสถาบัน ต้องมีความเข้าใจอย่างละเอียด และเชื่อมโยงสู่นโยบายให้ได้ อาทิ เจตนารมณ์ของพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542  นโยบายของ สกอ.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรฯ ซึ่งเมื่อเราเข้าใจนโยบายในระดับชาติ (รวมถึงระดับมหาวิทยาลัย) จะมีความมั่นใจในการให้ข้อเสนอแนะอย่างยิ่ง เพราะไม่หลงทิศทาง  สะท้อนความรู้จริงของผู้ประเมิน  แต่สิ่งที่กล่าวมานี้อาจจะมีผู้ถามว่าแล้วเราจะรู้ทั้งหมดได้อย่างไร  ทุกอย่างก็ต้องอาศัยประสบการณ์ล่ะค่ะ ใครที่อยู่ในวงการประกันคุณภาพก็จะได้ยิน ได้รับฟังการพูดถึงประเด็นเหล่านี้บ่อย เพราะทั้งการประเมินภายใน ภายนอก ก็มีขอบเขตไม่แตกต่างกัน ซึ่งอย่างตัวดิฉันเอง ก็ได้ยินได้รับฟังในฐานะผู้ปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยมาเนิ่นนาน ก็สะสมไว้พอสมควรเมื่อถึงเวลาก็นำมาประยุกต์ดัดแปลง

3. เมื่อเป็นผู้ประเมินจริงพบว่า "ผู้ประเมินมีความกดดันมาก" เช่นกัน เพราะดิฉันมีประสบการณ์ "รับ" การประเมินมาตลอด รู้สึกเครียดมาก เมื่อจะมีการประเมิน เพราะต้องเตรียมการให้สมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้การประเมินราบรื่น ความเครียดเรื่องงานช่วงนั้นก็จะสูงสุดในรอบปี  ซึ่งไม่เคยคิดว่า "ผู้ประเมินก็เครียดมาก" เหมือนกัน โดยช่วงที่ดิฉันเป็นมากที่สุดในการลงภาคสนามครั้งนี้คือ "ช่วงให้ข้อมูลย้อนกลับ" ในสมองรู้สึกสับสนวุ่นวายไปหมด ตื่นเต้น กังวล ประเด็นที่ดิฉันกังวลที่สุดคือ ให้ข้อเสนอแนะแล้วทางคณะไม่ยอมรับ แล้วก็โต้แย้งด้วยเหตุผลและหลักฐานที่กรรมการยังไม่เคยทราบมาก่อน หรือกรรมการหลงประเด็น (ด้วยเวลาอันจำกัด ทำให้กรรมการหาไม่พบ)  หรือผู้บริหารขอคำแนะนำแล้วกรรมการไม่เคยมีความรู้ในประเด็นนั้นเลย......(ตายแน่ ๆ) ที่ดิฉันกังวลมาเพราะเป็นประธานนั่งหัวโต๊ะในการ feedback   แต่โชคดีที่วิทยากรพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยท่านให้ข้อคิดที่ยังตราตรึงว่า ก่อนการประเมินความกดดันอยู่ที่สถาบัน แต่ระหว่างการประเมินรวมถึงประเมินเสร็จความกดดันอยู่ที่คณะกรรมการ ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาความกังวลอย่างที่ดิฉันเป็น ก่อนการให้ข้อมูลย้อนกลับแก่หน่วยงาน ซึ่งปกติจะเป็นทีมบริหารและบุคลากรที่สนใจเข้าร่วมรับฟังค่อนข้างมาก (เต็มห้องประชุมที่หน่วยงานจัด) ต้องเชิญผู้บริหารมาร่วมรับฟังก่อน แล้วก็ดำเนินการจำลองสถานการณ์เหมือนการให้ข้อมูลย้อนกลับจริง ๆ โดยเริ่มจากการขอบคุณทางหน่วยงานที่ให้ข้อมูลเป็นอย่างดี และบอกข้อจำกัดของการประเมินว่ามีเวลาตรวจเยี่ยมอันจำกัด อาจจะรวบรวมข้อมูลไม่ครบถ้วนทุกประเด็น.....จากนั้นนำเสนอผลการประเมินให้ผู้บริหารรับฟังโดยสรุปก่อน แล้วค่อยเชิญองค์ประชุมใหญ่เข้ารับฟัง....แต่ตัวดิฉันเองก็มีเทคนิคเฉพาะ...เพราะอยู่ในวงการหลายปี...แม้ในทีมจะบอกว่าให้ประธานนำเสนอคนเดียว ดิฉันก็บอกกรรมการในทีมว่าท่านกรรมการที่รับผิดชอบมาตรฐานนั้น ๆ จะรู้ดีที่สุด เพราะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็น ศึกษาข้อมูลมาอย่างดี จึงให้กรรมการทุกท่านร่วมนำเสนอข้อมูลที่ตนเองรับผิดชอบ...ได้ผลค่ะ เพราะลดความเครียดให้ตัวเองได้มาก....เมื่อให้ข้อมูลย้อนกลับแล้ว เท่ากับ "ยกภูเขาออกจากอก"  แม้งานข้างหน้าต้องทำรายงานให้เสร็จเป็นรูปเล่ม แต่ไม่มีความกดดันใด ๆ อีกแล้ว...

4. เทคนิคการเขียนรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอก สำหรับดิฉันแล้วหัวข้อนี้เหมือนไม่ค่อยมีปัญหา ซึ่งวันสุดท้ายของการอบรมครั้งนี้เป็นการอภิปรายเรื่องนี้เป็นหลัก ประเด็นที่สมศ.ต้องการนอกจากการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เที่ยงตรง หากมีลีลาภาษาที่อ่านได้อย่างสละสลวยก็จะเป็นนักประเมินที่ดีทั้งเทคนิคและลีลา  ซึ่งประเด็นนี้ดิฉันตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ พร้อม ๆ กับคาดหวังว่าถ้าเป็นผู้ประเมินจริง ๆ จะทำให้ได้ดังที่สมศ.ต้องการมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเข้าอบรมครั้งนี้ สิ่งที่ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองบกพร่องที่สุดคือการทำรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ที่แบ่งงานภายในทีมกันแล้ว ตัวดิฉันเองต้องเดินทางกลับก่อนทั้งที่รายงานฯยังไม่เสร็จ (กำหนดการเลิกเวลา 18.00 น.) เพื่อนร่วมทีมเลยต้องรับภาระต่อ   กระทั่งดิฉันเดินทางถึงหาดใหญ่ประมาณ 21.00 น. ดร.อดุลย์ เลขานุการโทร.แจ้งว่ารายงานฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องขอขอบคุณทีมที่น่ารักทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

นำเสนอบรรยากาศการประเมินภาคสนามแล้ว หลายท่านที่เข้ามาอ่านแล้วอาจจะถามว่า ตกลงว่าที่ทำหน้าที่ไปนั้นเป็นอย่างไร ดี/ไม่ดี ผ่าน/ไม่ผ่าน  สมศ.เขามีเกณฑ์การประเมินผู้เข้าอบรม 4 ส่วน ได้แก่ ความสามารถเชิงวิชาการ พฤติกรรมการทำงาน (รวมถึงการตอบสนองทางอีเมล การโพสท์คำถามคำตอบในข้อ 4) ความสามารถในการสื่อสารและการแสดงออก และคะแนนจากการเขียนรายงาน ผู้ที่จะประเมินท่านได้แก่
1.  วิทยากรพี่เลี้ยง 50 คะแนน
2.  เพื่อนร่วมทีมประเมินในแต่ละคณะ 25 คะแนน และ
3.  นักวิชาการ สมศ. 25 คะแนน 
เกณฑ์คะแนนผ่าน คือ ร้อยละ 80 ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมครั้งนี้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการและเลขานุการผู้ประเมิน ระดับอุดมศึกษา หากไม่ผ่านเกณฑ์
จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นได้เพียงเลขานุการคณะผู้ประเมินภายนอกเท่านั้น  ถ้าจะถามต่อว่าดิฉันผ่านหรือเปล่า...ต้องถามสมศ.ค่ะ

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 16 มิถุนายน 2552 16:34 แก้ไข: 17 มิถุนายน 2552 13:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เก่งจังเลย ...กันยปริณ ทองสามสี เพื่อนเราเอง

เพิ่งได้รู้นะนี่ ว่าแท้ที่จริงแล้วกรรมการประเมินก็เครียดไม่ใช่น้อย ไม่เพียงแต่ผู้ถูกประเมินที่กดดันและเครียดสุดๆเวลาถูกประเมิน แต่ก็รอดตายมาได้ทุกรอบ....เก่งจริงๆ

เข้ามาแสดงความชื่นชมจ้า  เก่งอ่ะ เห็นบรรยากาศแล้วคงเครียดน่าดูเลย  สู้ๆๆน่ะ

อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า "คนประกันฯ ที่มีคุณภาพ" อีกคนหนึ่ง ขอแสดงควมชื่นชมครับ ผลการประเมินเป็นอย่างไร แจ้งข่าวให้ทราบด้วย

Ico48
Ph.D.Student in Management, PSU [IP: 202.29.16.253]
20 มิถุนายน 2552 01:31
#45524

Appropriate people must be matched with appropriate technology and appropriate structure.

Go inter เลยครับ ผมเชื่อในศักยภาพของคุณ

ภูมิใจค่ะ

รู้จักและทำงานกับคุณหยกมาตั้งแต่ปี 2547

ประทับใจทุกครั้งที่ได้ประสานงานกัน

ปีนี้โชคดี ได้มาเรียน นบ.ม.อ.รุ่น 2 ในห้องเรียนเดียวกันอีก ยิ่งได้รู้จักและเรียนรู้กันมากขึ้น ประทับใจค่ะ

ขอแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าของเพื่อน

ดีใจและภูมิใจในตัวเพื่อน "หยก" มากค่ะ

 ปุ๊ค่ะ

แสดงความยินดีค่ะ  เก่งจริง ๆ

Ico48
ดร.อดุลย์ ใบกุหลาบ [IP: 61.19.231.4]
17 สิงหาคม 2552 11:45
#47377

ดีจังครับ  พอได้เข้ามาอ่านนึกถึงภาพการทำงานตั้งแต่แรกจนถึงส่งรายงานการประเมินเลยครับ  สำหรับคนที่มีจิตใจที่รักการประเมิน  ขอเชิญเลยครับเข้ามาศึกษาและเรียนรู้เลยครับ สนุกและท้าทายอย่างมากมายครับ....ประธานกรรมการการประเมินครั้งนี้ คือคุณกันยปริน  มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการทำงานมาก ขอชื่นชมครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.61.235
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ