นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2727
ความเห็น: 6

ความรู้ที่ต้องส่งมอบกัน...ในองค์กร (ตอนที่ 1)

แน่หล่ะมันอาจถ่ายไม่หมดแต่ถ่ายออกมาได้ส่วนหนึ่งแล้วคนที่รับช่วงเรียนรู้ต่อไป...ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมมองว่าความรู้ที่อยู่ในองค์กรประการที่ต้องถ่ายทอดส่งมอบกัน

1.ความรู้ที่อยู่ในตัวคนในองค์กร 

2.วัฒนธรรมของคนในองค์กร และ 

3.จิตวิญญาณของคนในองค์กร

ประการแรก ประเด็นความรู้ที่อยู่ในตัวคน
ความที่เป็นมหาวิทยาลัยการบริหารสถาบันการศึกษาต้องบริหารสหสาขาวิชาชีพให้ไปด้วยกันได้  ดังนั้นต้องใช้ความรู้ 2 ส่วน

1.ความรู้ในการบริหารศาสตร์ “ความรู้ในเชิงศาสตร์”มีประมาณ 150 ศาสตร์หรืออาจมีมากกว่านั้นอีกหากมองย่อยลงไปอีก เราคงต้องหาเครื่องมืออะไรสักอย่างมาทำให้ความรู้ในทางบริหารและศาสตร์ต่างๆที่มีอยู่มีความแข็งแกร่งพัฒนาและมีความเป็นเลิศและยั่งยืนการที่มหาวิทยาลัยรับอาจารย์มา 1 คน เข้ามาเขาเจริญเติบโตตามเส้นทางความก้าวหน้า ทำงานไป ทำงานไป วันหนึ่งเขาเกษียณอายุไป ความรู้ในสายเลือดในตัวตนของอาจารย์ท่านนั้นทั้งในศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาผ่านการใช้การทำงานที่เล่นเรื่องนั้นจนรู้แจ้ง เกิดความรู้ฝังลึกที่ภาษา KM เขาเรียก Tacit Knowledge  ความรู้แจ้งที่ว่าที่รวมกับความรู้ฝังลึกรวมกันเป็น"ตัวตนคนรู้คนนั้น"จะไปกับตัวเขาด้วย...น่าเสียดาย

2.ความรู้ในด้านการบริหารมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่การบริหารองค์กร บริษัท ร้านค้าทั่วไป บริหารมหาวิทยาลัยที่ต้องบริหารทั้งศาสตร์สาขาต่างๆที่เป็นความรู้แบบจับต้องได้และบริหารองค์กร......ทัศนคติของผู้บริหารที่ต้องสร้างขึ้น ทักษะในการบริหารที่ต้องสะสมความสามารถในการสร้างเครือข่าย Connectionกับคนภายนอกและหน่วยงานภายนอก
        ยกตัวอย่างท่านอาจารย์หมอวีรศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์  ระบาดวิทยาของเรา  เขามีทักษะในเชิงบริหารและมีทักษะเชื่อมโยงเครือข่าย  เมื่อเวลาที่เขาจะไปจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกอย่างก็จบ แต่ทว่าผมอยากให้ระบาดวิทยายังคงแข็งแกร่งต่อไป ดังนั้นคนที่ได้รับโจทย์ให้ถ่ายทอดสิ่งนี้ไว้กับองค์กรคือาจารย์หมอวีระศักดิ์ นั่นเองก็ต้องไปคิดวิธี...ที่จะต้องถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาสู่ตัวแทนหรือสู่ทีม ความรู้ในตัวก็จะอยู่กับทีม ..แน่หล่ะมันอาจถ่ายไม่หมดแต่ถ่ายออกมาได้ส่วนหนึ่งแล้วคนที่รับช่วงเรียนรู้ต่อไป...ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย 

            ยกตัวอย่างให้เห็นว่าหากไม่มีเครื่องมือ หรือกระบวนการเรียนรู้ จากคนสู่ทีมนี่เราจะเสียโอกาสไป  เราน่าจะมีเครื่องมือในการถอดเก็บ เทคนิค..วิธีการจากคนให้อยู่กับองค์กร จากคนสู่คน.....สู่อีกคน.....หรือกระทั้งสู่ทีม....วิธีการนั้นคืออะไร...ตรงนี้ผมเชื่อว่ากระบวนการจัดการความรู้  ช่วยได้

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 11 ตุลาคม 2550 18:40 แก้ไข: 12 ตุลาคม 2550 06:21 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
จิตสำนึกที่ดี [IP: 172.29.7.225]
11 ตุลาคม 2550 22:08
#62

ขออนุญาต share เป็นเพียงแค่หนึ่งมุมมอง

หากจะให้ทุกอย่างยั่งยืน  ท่านคงต้องหาศาสตร์ที่เข้าถึงจิตสำนึก (ขอย้ำว่า...ที่ดี) หรือเรียกทั่วไปว่า การเล่นกับจิตสำนึก เหมือนโฆษณาที่กระหน่ำกันทุกวัน บ่อยเข้า...สิ่งที่ไม่น่าสนใจก็กลายเป็นน่าสนใจ  จากสิ่งที่เห็นว่าผิดก็กลายเป็นถูก 

ความยั่งยืนต่างๆ (ไม่เฉพาะ tacit knowledge ในตัวคน) ตกอยู่ในกำมือคนรุ่นหลัง แต่ทุกวันนี้รู้สึกว่าคนรุ่นหลังถูกหลอนจิต (สำนึก) ให้มีสำนึกแปลกๆ  สำนึกที่ขัดแย้งกับ DNA ขัดแย้งกับจารีต ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตัวเอง  ขัดแย้งกับความดีงามที่น่าจะเป็น ...ท่านคงจะต้องเร่งทำอะไรสักอย่างแล้วที่จะทำให้คนที่มี tacit รัก เต็มใจ สบายใจ และมีความสุขที่จะให้โดยไม่ตะขิดตะขวง  ไม่หวังผลใดๆ ตอบแทน   คนรับก็รัก เต็มใจ สบายใจ และมีความสุขที่จะรับโดยไม่ตะขิดตะขวง  ไม่หวังผลใดๆ ตอบแทน เช่นกัน    ประเภทใจให้ใจ  ใจแลกใจ หรือใจแทนใจ ทุกอย่างต้องระเบิดจากข้างใน หรือจิตสำนึก (ที่ดี) ในที่สุดทุกอย่างก็น่าจะยั่งยืน

ด้วยความเคารพ     

Ico48
อาจานแก่ [IP: 172.31.16.61]
12 ตุลาคม 2550 09:47
#69

ผู้เขียนเห็นว่าการสะสมความรู้ในองค์ให้ได้ผลจำเป็นต้องใช้ IT เป็น enabler  ระบบฐานข้อมูล/สารสนเทศ (IS) ที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่ง ระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้คนเรียนรู้วิธีการทำงาน ได้ง่ายและเร็วเพราะ business logic หรือ business rule จะถูกฝังไว้ใน application s/w แล้ว ระบบดังกล่าวยังจะช่วยนำข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดจากการทำงานเข้าสู่ฐานข้อมูลในทันที โดยที่คนไม่ต้องเสียเวลามาทำงานเพิ่มเพื่อนำข้อมูลต่าง ๆ เข้าระบบอีก ซึ่งเป็น extra work อย่างที่เราทำกันอยู่ ใน blog นี้ นอกจากนี้ข้อมูลในระบบ IS ยังเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่งเหมาะแก่การนำไปวิเคราะห์ และนำเสนอในรูปแบบที่ช่วยการตัดสินใจในทุกระดับได้ดี ซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่เรียกกันว่า business intelligence และ action ที่เหมาะสม/ถูกต้องในที่สุด

โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่า มอ. เรายังให้ความสำคัญกับการนำ IT มาใช้ในการบริหาร/จัดการน้อยไป และลงทุนเรื่องนี้น้อยไปมาก จึงอยากฝากให้ฝ่ายบริหารลองพิจารณาประเด็นนี้ด้วย  คงไม่บังอาจแนะนำว่าต้องทำอย่างไร แต่ขอเสนอให้พิจารณาว่า ถึงเวลาที่ มอ. ควรมี รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศ หรือ CIO แล้วหรือยัง เพราะในองค์กรขนาดใหญ่ชั้นนำของโลก ต่างก็มีตำแหน่งนี้กันมานานแล้ว

ขอบอกในที่นี่ด้วยว่า ผอ. ศูนย์คอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ CIO เพราะ โดย function หรืออำนาจหน้าที่แล้ว ไม่เหมือนกัน และ ผอ. ศูนย์คอมพิวเตอร์ของ มอ. ทำงานเชิงทคนิคมากกว่าเชิงบริหารจัดการ

Ico48
[IP: 172.28.8.52]
12 ตุลาคม 2550 11:46
#76
เห็นด้วยว่า ควรสร้างวัฒนธรรม ที่สร้างด้วยใจ อยู่ด้วยใจ รับด้วยใจ

ขอเสริมในเรื่องขอจิตสำนึกที่ดี นอกจากจิตสำนึกที่ดีแล้วทุกคนจะต้อง "ไม่เห็นแก่ตัว" แล้วประเทศชาติจะเจริญ

Ico48
Pilairat Tongurai [IP: 192.168.29.166]
28 ตุลาคม 2550 22:18
#699

  ดิฉันเป็นแฟนพันแท้ของท่านอธิการ ติดตามอ่านที่ท่านเขียนทุกเรื่อง อยากแสดงความเห็นหลายครั้งก้ไม่ค่อยสบโอกาส จนกระทั่งเกิดอารมณื อยากสนทนา เมื่อเห็นมีคนคุยหลายๆคน

     *เห็นด้วยกับท่านอย่างมากที่ความรู้และประสบการณ์ดีๆของท่านผู้อาวุโสจะหายไปจากโลก หากไม่มีการถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง

    * แต่ท่านอธิการขา ดิฉันเห็นว่าคงจะยากที่ให้ท่านเหล่านั้นเขียน จะเอาเวลาที่ไหนเขียน Tacit knowledge ที่ท่านสั่งสมมาจนเกษียณละคะ เพราะต้องทำงานจนวันสุดท้ายของการเกษียณ ท่านแน่จริงก็ให้ 2 เดือนสุดท้ายสุดท้ายก่อนเกษียณไม่ต้องทำงานตามปกติ ให้บันทึก Tacit Kowledge เพื่อส่งมอบให้คนรุ่นหลัง น่าจะwork กว่านะคะ

กระดังงาลนไฟ(ใต้)

สวัสดีค่ะท่านอธิการบดี

สายฝนพึ่งอ่านเจอค่ะ  ตามความคิดของสายฝนว่าการที่เราจะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คือ ต้องใช้เวลา ความสนิทสนมค่ะท่าน

เพราะว่าความรู้ประสบการณ์ที่เค้าได้สร้างสมมาเป็นเวลานานนั้น จะเป็นความรุ้และประสบการณ์ที่ฝังลึกค่ะ

ถ้าหากจะถ่ายไปสู่อีกคนหนึ่งจริงๆ นั้น จำเป็นคะว่าคนที่จะรับช่วงต่อนั้นต้องเป็นคนที่มีความสนใจเหมือนกัน หรือความต้องการที่คล้ายๆ รวมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ ของคนๆ นั้นด้วยค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.239.160.113
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ