เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

ประสาท - มีแต้ม
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2680
ความเห็น: 1

เล่าเรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่ แล้วตามด้วยนิทานดีๆ

ถ้าเทียบกันแล้ว เรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ผมกล่าวมาแล้ว เพราะไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่ฝังลึกในเชิงวัฒนธรรมของบุคคล(ที่แก้ไขยาก)
เล่าเรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่ แล้วตามด้วยนิทานดีๆประสาท มีแต้ม๑.      ความในใจต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องเสนอแนวคิดเรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่นี้ มาจากการพูดคุยกับนักศึกษาที่ลงเรียนวิชา ชุมชนมหาวิทยาลัยสีเขียวซึ่งเป็นวิชาใหม่และคาดว่ามีที่เดียวในประเทศไทย แต่ในมหาวิทยาลัยดังๆ ในต่างประเทศมีสอนกันมาร่วม 10 ปีแล้ว วัตถุประสงค์ของวิชานี้ก็คือ การสร้างจิตสำนึกของนักศึกษาในด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้ปัญหาในวิทยาเขตเป็นโจทย์ให้ทำการศึกษาอย่างเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  พูดง่ายๆ ก็คือใช้วิทยาเขตเป็นห้องทดลองนั่นเอง  ไม่ใช่การท่องจำมาสอบตลอด 5 ภาคการศึกษาที่ผ่านมา นักศึกษาได้ศึกษาปัญหาต่างๆไว้มากมาย เช่น การประหยัดน้ำด้วยการเปลี่ยนโถส้วม  การประหยัดไฟฟ้า  การลดการตัดหญ้า    การประหยัดกระดาษ  การจราจร เป็นต้น   เท่าที่ข้อมูลมีอยู่และหากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย วิทยาเขตของเราสามารถประหยัดรายจ่ายลงได้ไม่ต่ำกว่าปีละ  20 ล้านบาทอย่างสบายๆ เลยที่จริงแล้วการประหยัดเงิน ประหยัดทรัพยากรดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอันดับสามและอันดับสองครับ อันดับหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่มหาวิทยาลัยของเราเป็นชุมชนวิชาการ ชุมชนปัญญาชน และได้ชูคำขวัญว่า ชี้นำสังคม  มานานปีแล้ว  เราน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านจิตสำนึกเพื่อโลก เพื่อผู้อื่น ให้กับสังคมทั้งระดับภาคและระดับประเทศได้เห็นกันหลักการสำคัญของ กระบวนการสีเขียว ทั่วโลก นอกจากเริ่มต้นที่การรับรู้ เข้าใจ เปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อร่วมกันแก้ไขวิกฤติแล้ว เท่านั้นยังไม่พอครับ แต่ต้องพยายามผลักดันเข้าสู่ระดับนโยบายขององค์กรด้วยถ้าเทียบกันแล้ว เรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ผมกล่าวมาแล้ว เพราะไม่มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเกี่ยวข้อง  ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่ฝังลึกในเชิงวัฒนธรรมของบุคคล(ที่แก้ไขยาก)    ดังนั้น ถ้าเรื่องการจัดตารางสอนแบบใหม่นี้ต้องตกไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการถกเถียง อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยี่ยงนักวิชาการปัญญาชนแล้ว ก็อย่าหวังเลยครับว่า ม..เราจะสามารถประหยัดทรัพยากรและเป็นผู้นำท่ามกลางวิกฤติอันใหญ่หลวงของโลกในศตวรรษที่ 21 ได้ในตอนท้าย ผมมีนิทานดีๆ ที่เล่าโดยนักเขียนระดับโลก (รหัสอภิมนุษย์) และแปลโดยอดีตอาจารย์ ม.. ของเราเองมานำเสนอครับ บางทีนิทานเรื่องนี้อาจจะทำให้ใครบางคนต้องคิดแล้วคิดอีก และอาจจะเปลี่ยนใจมาช่วยให้เรื่องนี้เป็นจริงก็ได้ ๒ ปัญหาของตารางสอนแบบเดิมผมขอกล่าวเพียงสั้นๆ ดังนี้ครับหนึ่ง การพักระหว่างคาบเพียง 10 นาที ไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่ง การพักเพียงแค่ 10 นาทีนั้น เคยใช้ได้ผลดีเมื่อตอนที่วิทยาเขตของเรามีเพียง 2 อาคาร (ในนิทานเรียกว่ายุคโนอาห์) ตอนนี้สภาพการมันได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่เราไม่ยอมเปลี่ยนตามโลก  ปัญหานี้เกิดขึ้นชัดเจนมากเมื่อคณะศิลปะศาสตร์ได้ย้ายออกไปจากอาคาร ภาษาต่างประเทศที่เคยอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์เมื่อ 2-3 ปีก่อน   นักศึกษาหญิงคนหนึ่งบอกผมว่า เหาะไปก็ยังไม่ทันเลยนี่ยังไม่นับกรณีที่บางครั้งอาจารย์เลิกบรรยายช้าด้วยความไม่ตั้งใจอีกต่างหากเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาหรือไม่  ถ้าเราคิดว่าเป็นปัญหาก็ต้องแก้ไข  ถ้าคิดว่าไม่เป็นปัญหาก็ลองไปเดินดูซิครับ ใครเดินได้และสามารถนั่งเรียนอย่างมีสมาธิได้ ผมจะสละเงินเดือนครึ่งหนึ่งให้เป็นรางวัล ขออภัยครับหากทำให้บางคนรู้สึกว่าเป็นการท้าทาย แต่ผมกล่าวด้วยความมั่นใจโดยไม่ต้องวิจัยให้เสียเวลา สอง  คาบละ 50 นาที มีปัญหาทางวิชาการครับ (ไม่นับเรื่องการเข้าชั้นเรียนสาย) กล่าวคือ บ่อยครั้งอาจารย์ต้องทบทวนเรื่องเดิม แล้วในตอนท้ายเวลาก็หมดไปทั้งๆที่เนื้อหายังไม่จบ (เปรียบเหมือน   กว่าเครื่องจะติดก็ช้าแต่พอติดแล้วกลับหมดเวลา) เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ค่อยเกิดกับวิชาทางสังคมศาสตร์ แต่เกิดขึ้นบ่อยมากทางสาขาที่ต้องคำนวณ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์  เป็นต้น  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง เสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนน้อย  ครับ แต่เป็นเรื่องของปัญหาส่วนรวม เป็นเรื่องของการค้นหาทางแก้ปัญหาของทั้งหมดอย่างเป็นระบบและทุกมิติ (วิชาการ จราจร ประหยัดพลังงาน รวมถึงความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้-รปภ. ตรวจรถมอเตอร์ไซด์จนติดยาวเหยียด) ตารางสอนที่ผมเสนอให้จัดคาบละ 90 นาที เท่าที่ผมรับฟังความเห็นมา พบว่ามีเพียงประเด็นเดียวที่เป็นปัญหา คือบางท่านสะท้อนว่า นานเกินไปเกรงว่านักศึกษาจะไม่มีสมาธินานพอ เรื่องนี้ผมก็คำนึงถึงครับ  โดยเปิดโอกาสให้พักภายในคาบได้ถึง 10 นาที นั่นคือสอน 40 นาที พัก 10 นาที เวลาเรียนสั้นกว่าเดิมเสียอีก แต่ที่ได้ประโยชน์คือ (1) แก้ปัญหาการเข้าชั้นเรียนสาย (2) แก้ปัญหา กว่าเครื่องจะติดก็ช้าแต่พอติดแล้วกลับหมดเวลา  นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมา 2 ข้อแล้ว ยังมีอีกครับคือสาม  เราจะได้เวลาสอนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ถึง 2  สัปดาห์ต่อภาคการศึกษา สี่  ลดการเดินทางของนักศึกษาลงได้ 30%  เพราะเดิมเคยจัด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่แบบใหม่จัดเพียง 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ต่อรายวิชาห้า ไม่ต้องกักตัวนักศึกษาเนื่องจากตารางสอบชนกัน ข้อมูลที่ผมได้รับ เพียงวันเดียวนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ถูกกักตัว 27 คน ต้องให้นักศึกษาจ่ายเงินคนละ 200 บาทอีกด้วย มันถูกต้องแล้วหรือครับ? ๓ มหาวิทยาลัยอื่นเขาจัดกันอย่างไร            ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้เพราะต้องการจะเลียนแบบใคร  แต่คิดบนพื้นฐานการแก้ปัญหาของเราเอง  แต่ระหว่างที่สื่อสารออกไป ก็มีคนบอกว่าที่โน่นเขาก็ทำอย่างนี้  หนึ่งในจำนวนนั้นมาจากศิษย์เก่าและอาจารย์เก่าของเราคนหนึ่ง เขาว่าเรื่องจัดตารางสอนนี่ไม่เห็นจะใหม่อะไรเลย ที่มหาวิทยาลัยที่ผมสอนอยู่ (มจธ. บางมด) เขาสอนคาบละ 3 ชั่วโมง พักเป็นเวลา 10 นาที ทุก 1 ชั่วโมงครึ่ง  มานานเป็น 10 กว่าปีมาแล้ว สมัยที่ผมสอนอยู่มหานคร เขาก็สอนกันอย่างนี้เหมือนกัน สงสัยผู้บริหาร ม.อ. อยู่ไกลปืนเที่ยง เลยอนุรักษ์การจัดตารางสอนมาร่วมเกือบ 40 ปี น่ายกย่อง  แต่ผมว่าคาบละ สามชั่วโมงยาวไปหน่อย สักสองชั่วโมงน่าจะกำลังดี            เพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ที่ธรรมศาสตร์ก็จัดอย่างนี้  อาจารย์ใหม่ของภาควิชาคณิตศาสตร์เพิ่งสำเร็จการศึกษามาจากสิงคโปร์มาหมาดๆ คนหนึ่ง ประโยคแรกที่เขาขอต่อหัวหน้าภาควิชาคือ ขอจัดตารางสอนครั้งละ 3 ชั่วโมงได้ไหม เพราะที่สิงคโปร์เขาจัดแบบนั้น ครั้งละ 50 นาที ผมสอนไม่ได้   เรื่องนี้ยืนยันได้ว่าไม่ได้มาจากผมแน่นอนครับ มติที่ประชุมกรรมการคณะวิทย์            เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจกระบวนการทั้งหมด ผมขออนุญาตเล่าความเป็นมาสั้นๆ อีกนิดครับ คือ(1) ผมเริ่มต้นจากปัญหาของนักศึกษา (2) ผมคุยกับรองอธิการบดีท่านหนึ่ง ท่านแนะนำให้ผมส่ง mail ไปให้ผู้บริหาร (3) ผมส่ง mail ให้ทีมบริหารมหาวิทยาลัยเกือบทุกท่าน แต่ไม่มีใครตอบสนองแม้แต่ท่านเดียว (4) ผมเสนอเข้าที่ประชุมภาควิชา หลังการอภิปรายกันพักหนึ่ง อาจารย์ 3 ใน 4 ยกมือสนับสนุน ที่เหลือแค่ลังเลในบางประเด็น  เพื่อให้คณะเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ไม่ได้เสนอให้ตัดสินว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ และเสนอในนามภาควิชา ไม่ใช่ในนามผม (5)  ที่ประชุมคณะวิทย์มีมติว่า ที่ประชุม มีมติเห็นชอบให้ภาควิชาที่มีความประสงค์จะใช้ตารางสอนแบบใหม่ ทดลองใช้ในบางรายวิชาที่เป็นวิชาเอกเป็นเวลาหนึ่งภาคการศึกษา โดยให้ภาควิชาที่ได้ทดลองใช้ ตารางสอนแบบใหม่แจ้งให้คณะทราบ พร้อมทั้งให้สรุปผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้ ตารางสอนแบบใหม่ของนักศึกษาให้คณะฯทราบด้วย เพื่อที่คณะฯจะนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาความเหมาะสมต่อไป และให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสาท มีแต้ม เสนอเรื่องให้มหาวิทยาลัย เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อไปได้ ๕ ความเห็นของผม            การให้แต่ละภาควิชาจัดตารางสอนกันเอง มันมีปัญหาครับ เพราะนักศึกษาแต่ละคนต้องเรียนหลายภาควิชาและหลายคณะด้วยซ้ำ ในโลกสมัยใหม่แต่ละสาขาวิชามันคาบเกี่ยวกันมากขึ้น นักศึกษาอุตสาหกรรมการเกษตรอาจจะสนใจเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เป็นได้  เรื่องนี้ผมว่าผู้บริหารทุกคนทราบดีอยู่แล้ว            นักศึกษาคนหนึ่งเปิดตารางสอนให้ผมดูว่า บางวิชาของคณะศิลปะศาสตร์เริ่มเรียน 13.30 น. ถึง 15.00 น. คือจัด 90 นาที (ตามที่ผมเสนอ)  แต่ถ้าเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะก่อปัญหาหลายอย่าง เช่น นักศึกษาที่จะลงเรียนได้ต้องมีเวลาว่าง 2 ชั่วโมงติดกัน  ทำให้หลายคนหมดโอกาส  นักศึกษาคนเดิมบอกผมว่า บางวิชา(ในอีกคณะหนึ่ง)  เรียน 10.30 -11.30 น. โดยไม่สนใจใยดีกับใครเลยก็มี            ไปๆ มาๆ มหาวิทยาลัยของเราได้ ซ่อนขยะไว้ใต้พรหมเยอะเลยครับ   และมันได้กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปเสียแล้ว   เราเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ หน้าที่ใครหน้าที่มัน แต่ปัญหามันมาเกิดเอาตรง จุดเกรงใจแล้วไม่มีใครใส่ใจครับผมนึกถึงเพลงหนึ่งของวงคาราบาว  เนื้อความพอสรุปได้ว่า ขวานนั้นคมก็จริง แต่ไม่มีพลังที่จะทำอะไรได้ ต้องมีด้ามขวานด้วยจึงจะมีพลังได้            ผมอยากจะให้ผู้บริหารเป็นผู้คิดนำเอาขวานเหล่านี้มาใส่ด้ามครับ  อยากให้ผู้บริหารคิดให้เป็นระบบว่าปัญหามีจริงไหม ถ้ามีจริงแล้วจะแก้ไขอย่างไร  สิ่งที่ผมคิดยังไม่สมบูรณ์ไปทั้งหมด แต่สามารถปรับปรุงได้ครับ  เรามีขวานคมๆ อยู่มากมายในมหาวิทยาลัยของเรา เราน่าจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์  ไม่ใช่ปล่อยให้เมื่อยล้าไปเองทีละคนสองคน            อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้วขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ คิด เขียน และทำ ในสิ่งที่ตนเองเห็นว่าดีต่อไปครับ แม้บางคนจะมองผมว่าเป็น “Trouble maker” แต่ผมรู้ตัวดีว่า ผมทำอะไร เพื่ออะไร ผมจะพยายามเตือนตัวเองไม่ให้ท้อแท้ ไม่ปล่อยให้มหาวิทยาลัยและประเทศไทยต้องเป็นไปตามยถากรรมอย่างแน่นอน ถึงแม้ผมได้สรุปต่อคนหลายคนไปเมื่อไม่นานมานี้แล้วว่า ประเทศไทยเราถ้าไม่ล่มสลาย ก็เพราะปาฏิหาริย์  เท่านั้น    นี่เป็นข้อสรุปของคนใกล้เกษียณอายุที่ติดตามการเมือง การศึกษาไทยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ผมก็จะพยายามครับ หลังจากใครบางคนได้อ่านนิทานข้างล่างนี้แล้ว อาจจะมีใครเพียงสักคนเดียว. . .แล้วสันติสุขจะเกิดขึ้นกับโลกของเราครับ ๖. นิทานดีๆ            นกสองตัว ตัวหนึ่งเป็นนกเขาป่าอีกตัวเป็นนกโคลเม้าส์ ทั้งสองคุยกันขณะที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ ดังต่อไปนี้ครับ บอกหน่อยได้มั๊ยว่า เกล็ดหิมะนี่หนักแค่ไหน นกโคลเม้าส์ถามนกเขาป่าไม่หนักอะไรเลย เบากว่าปุยฝ้ายเสียอีก   นกเขาป่าตอบถ้าเธอว่าอย่างนั้น ฉันก็จะเล่านิทานดีๆให้ฟังเรื่องหนึ่ง นกโคลเม้าส์บอกฉันเกาะอยู่บนกิ่งสน ค่อนไปทางลำต้น  ขณะนั้นเริ่มมีหิมะตกลงมา  แต่ไม่หนักอะไร ไม่รุนแรง คล้ายกับสิ่งที่เห็นในฝันนั่นแหละ          หิมะไม่ได้สร้างความรุนแรงใดๆ ฉันอยู่ว่างๆไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยนับจำนวนเกล็ดหิมะที่ตกลงบนกิ่งเล็กที่แตกแขนงออกไป ฉันนับหิมะได้ถึง 3,741,952 เกล็ด และแล้วเมื่อเกล็ดหิมะที่ 3,741,9523 ตกลงบนกิ่ง เจ้าเกล็ดหิมะที่เธอว่าไร้น้ำหนักนั่นแหละ กิ่งก็หักหลุดลงไปเมื่อเล่าจบ นกโคลเม้าส์ก็บินจากไป นกเขาป่าซึ่งถือว่าเป็นผู้ชำนาญในเรื่องหิมะนี้ตั้งแต่ยุคโนอาห์[1]  คิดถึงนิทานเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ลำพึงกับตัวเองว่าบางที เราอาจต้องการความช่วยเหลือจากใครอีกเพียงคนเดียวก็ได้   ที่จะให้เกิดสันติสุขขึ้นในโลกของเรา คัดลอกจาก รหัสอภิมนุษย์   หน้า   275 เขียนโดย    โจเซฟ จาวอร์สกี  แปลโดย  สุรพงษ์ สุวจิตตานนท์   สำนักพิมพ์คบไฟ 2545  ประสาท มีแต้ม  คัดลอกและหารูปมาเผยแพร่


[1] โนอาห์เป็นชื่อผู้ชายคนหนึ่งในคัมภีร์ศาสนาคริสต์ เป็นมนุษย์ประมาณรุ่นที่ 10 นับจากอาดัม-อิฟ มนุษย์คู่แรกของโลก หรือ โนอาห์คือ หลาน ๆๆๆๆๆๆๆๆ(8 ครั้ง) ของอาดัม
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 29 ตุลาคม 2550 15:14 แก้ไข: 29 ตุลาคม 2550 15:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
พิชญา [IP: 192.168.100.112]
07 มกราคม 2551 14:34
#9289

เห็นด้วยกับการจัดช่วงเวลาเรียนใหม่ค่ะ

วิชา 3 หน่วยกิต จัดเป็น 2 คาบติดกัน และ 1 คาบโดด ก็ไม่เลวนะคะ

วิชา 2 หน่วยกิต ก็จัด 2 คาบติดกันไปเลยค่ะ

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.234.228.64
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ