นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 1404
ความเห็น: 1

ปม

ยังตราตรึงกับความรู้สึกที่ได้รับหลังจากการอบรม กับคุณหมอวิธาน  ฐานะวุฑฒ์ และคุณหมอสกล  สิงหะ


ครั้งที่ 2 ที่เข้าอบรม ก็ยังรู้สึกเช่นนี้  เคยมีคนถามว่า อะไรกันนักหนากับความรู้สึกแบบนี้ เพราะเค้าไม่ได้รู้สึกมากมายเช่นเรา


 

อ.อรัญ  งามผ่องใสได้อธิบายในวันปิดอบรมว่า “พื้นฐานของแต่ละคนที่แตกต่างกัน (Input) บางคนแบกรับปัญหามามากมาย  บางคนชีวิตไม่เคยมีอะไรกระทบ บางคนกระทบมากแต่จัดการตัวเองได้ดี  จึงมีผลลัพธ์ (Output) ที่แตกต่างกัน”


 

ปมในอดีตที่แตกต่างกัน บางคน สูญเสียพ่อแม่ในวัยเด็ก บางคนสูญเสียคนรัก บางคนถูกทอดทิ้ง  บางคนยากไร้ บางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าร่องรอยเหตุการณ์เล็กๆ ในวันวาน มีผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน อดีตที่เป็นปมที่เราผ่านมาแล้ว และเราคิดว่าเราผ่านมาได้จนถึงวันนี้


 

เราคิดว่าเราลืมไปหมดแล้ว แท้จริงแล้วเรื่องราวเหล่านั้นยังอยู่กับเราตลอดเวลาในความทรงจำที่เราทำแกล้งลืมเลือนไป  บางคนเข้มแข็ง บางคนร่าเริง บางคนก้าวร้าว บางคนเศร้า บางคนอหังการ์  แต่เรื่องราวในความทรงจำที่ติดตัวยังฝังอยู่ภายใน โดยไม่รู้ตัว


 

ในการอบรม กระบวนกร(วิทยากร) ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเรา แค่ใช้กระบวนการทำให้เรารับรู้เข้าใจเหตุการณ์เรื่องราวของตัวเอง ความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นด้วยตนเอง 


เรื่องของใครของมัน ความลับของใครก็ของมันเช่นกัน  ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ จึงไม่มีทางที่คนทุกคนจะไม่เก็บปมความลับที่ซ่อนเร้นในจิตใต้สำนึกไว้ 


กระบวนการทำให้เราย้อนระลึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมาได้เอง  การได้สำรวจเรื่องราวในอดีตในวัยที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ทำให้เราสามารถเยียวยาบาดแผลของเราได้หายสนิทขึ้นกว่าเดิม


แผลในวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว ในวันที่ยังรวดร้าว เจ็บปวดเราไม่เคยลืม แต่เราใช้วิธีฝังกลบความทรงจำเอาไว้ ความเจ็บปวดยังครุกครุ่น รวดร้าว ทุกครั้งที่เผลอไปขุด ไปกระทบ เพราะไม่ได้สมาน เยียวยาแผลนั้น แค่หมก เก็บ ซ่อนเร้น ไว้เฉยๆ


   

การได้เยียวยา จึงทำให้โปร่ง โล่ง สบาย ไม่ได้เปลี่ยนบุคลิก ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ได้ทำให้เราสามารถทำอะไรที่วิเศษ ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็น


เราก็ยังเป็นเราคนเดิม เพียงแค่ปลดแอกภาระในอดีตที่แบกไว้เท่านั้น ภาระที่เราซ่อนเร้นไม่เคยบอกใคร  การที่เราปลดภาระนั้นลง  ก็ไม่ทำให้ใครรับรู้หรือสังเกตได้เช่นกัน เป็นภาระลับๆ ที่เราแบกเอาไว้มาแสนนาน เมื่อภาระถูกวางลง จึงมีเราเพียงคนเดียวที่รับรู้ถึงความสุข ความเบา สบาย ที่ได้ปลดแอกออกจากภาระที่ทุกข์ทนเหล่านั้น 


ทำให้ตัวเรามีความสุขขึ้น เป็นความสุขที่บอกไม่ถูก เพราะเป็นเรื่องราวความลับของคนแต่ละคนที่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ

 

ในกระบวนการเยียวยา บางคนบอกไม่ได้รู้สึกรับรู้อะไรมากมาย บางคนพรั่งพรูสะอื้นแทบตาย  นั้นก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม และ ego ของคนแต่ละคน บางคนเปิดใจ บางคนปิดกั้น ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันเช่นกัน


   

เราจึงได้เรียนรู้ว่า อดีตไม่เคยหายไป ทุกเรื่องราวที่ผ่านมา โอบกอดมันไว้ อย่าปฏิเสธแม้มันจะเป็นเรื่องราวที่โหดร้ายเพียงใดก็ตาม เป็นมิตรกับมัน อย่าปฏิเสธความจริงในชีวิต ผูกมิตรกับสิ่งที่เป็นปม ใช้น้ำตาช่วยปรับสมดุลในร่างกายของเรา


 

 น้ำตาไม่ได้แสดงออกถึงความอ่อนแอเสมอไป

 

การได้ผ่านกระบวนการเหล่านี้ ทำให้แต่ละคนมีความสุขขึ้น เบาสบาย โล่งใจขึ้น เพราะได้ช่วยกันเยียวยาบาดแผลนั้นร่วมกัน


 

การอบรมครั้งนี้ จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้ใครสามารถสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้  แค่ทำให้ตัวเราเอง รักตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้ตัวเราอยากดูแลหัวใจ ร่างกายตัวเองให้ดีขึ้น  กระบวนกรทั้งสองคุณหมอบอกว่า  เราจะรักใครได้เท่าที่เรามี  ถ้าเรามีอดีตที่ฝังลึกเปรอะเปื้อนในหัวใจมากมาย  เราก็รักใครได้เท่าที่ว่างในหัวใจที่อาจเหลือน้อยนิด แต่เราคิดว่ารักหมดหัวใจแล้วก็ได้


   

ขอบคุณกระบวนกรทั้งสองท่าน  ที่ทำให้เรารู้สึกโล่งสบายในหัวใจ กับความทุกข์รวดร้าวที่แบกรับมานานหลายปี เหมือนไม่มีอะไรติดค้างในใจอีกต่อไป  ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

 

 


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 มิถุนายน 2559 17:40 แก้ไข: 17 มิถุนายน 2559 10:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 JIBCy, Ico24 Monly, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ใช่เลยค่ะ  เรามีความสุข และมีที่ว่างในหัวใจเยอะขึ้น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.231.247.139
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ