นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 2226
ความเห็น: 10

ธรรมที่ผู้ศึกษารู้ด้วยตนเอง

              เจตนาที่สร้างบล็อก "สันทิฎฐิโก" ก็เพราะอยากเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ ให้หลายๆ ท่านได้ลองอ่าน เผื่อจะกระตุ้นความสนใจให้ผู้เข้ามาอ่านอยากนั่งสมาธิขึ้นมาบ้าง แต่ต้องขอออกตัวก่อนว่าแมงปอไม่ได้เป็นผู้เก่งกาจอะไร แค่อยากเล่าเรื่องราวการปฏิบัติแบบง่ายๆ ที่เรามักจะนึกอยากทำตอนที่ทุกข์แสนสาหัส และก็จะทำลืมๆ เวลามีความสุข อีกทั้งอยากรวบรวมเรื่องราวทางธรรม มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับใครหลายๆ คนบ้างคะ

              ก่อนอื่นต้องอธิบายคำว่า "สันทิฎฐิโก" ก่อน ตามพระธรรมเทศนาของพระจุลนายก วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ที่ได้เทศน์ไว้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2544 ว่า " สันทิฏฐิโก หมายถึงผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนเท่านั้นที่จะรู้จะเห็นอย่างประจักษ์แจ้งกับตนเอง คือเมื่อได้ยินได้ฟังพระธรรมคำสอนแล้ว ถ้าไม่ได้นำไปปฏิบัติก็จะไม่เห็นผล จะไม่เห็นในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงรู้ทรงเห็น เหมือนกับการได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับสถานที่ที่ใดที่หนึ่งที่เรายังไม่เคยไป พอมีคนมาเล่าให้ฟังว่าสถานที่นั้นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เราก็ได้แต่จินตนาการไป จะเหมือนของจริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้ จนกว่าไปเห็นกับตาตัวเองเท่านั้น จึงจะรู้ว่าสถานที่นั้นเป็นอย่างไร ดังสุภาษิตที่ว่า สิบปากพูด ไม่เท่ากับหนึ่งตาเห็น ต่อให้ได้ยินได้ฟังมากสักเท่าไร ก็ไม่เหมือนกับการไปเห็นด้วยตนเอง"

                 หรือเอาแบบง่ายๆ ก็คือ "สันทิฏฐิโก" เป็นธรรมที่ผู้ศึกษารู้ด้วยตนเอง ซึ่งก็ต้องรู้จากการปฏิบัติ ทั้งนี้ร้อยคนพันคนพูดก็ไม่น่าเชื่อเท่ากับการได้ลองปฏิบัติด้วยตนเองคะ แล้วจะทราบว่าธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้จริง และเราก็สามารถเห็นความจริงในสัจธรรมเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง แม้ว่าหลักธรรมเหล่านั้นได้สอนไว้หลายพันปีแล้วก็ตาม ก็ยังสามารถพิสูจน์ได้จริงและยังทันสมัยอยู่เสมอคะ

                  สำหรับแมงปอการปฏิบัติคือการนั่งสมาธิ ซึ่งวิธีการนั่งสมาธิก็มีหลากหลายวิธีแล้วแต่จริตของแต่ละท่าน สำหรับแมงปอเริ่มหัดนั่งสมาธิตอนอายุ 13-14 ปี เหตุเพราะพี่ชายไปบวชที่วัดพระธรรมกายแล้วกลับมาสอนให้นั่ง โดยนั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วหัวแม่มือซ้ายจรดนิ้วชี้มือขวา กำหนดนึกถึงดวงแก้วใส กลม ที่กึ่งกลางกายฐานที่ 7 ซึ่งอยู่เหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ ขณะที่นั่งหลับตาก็ภาวนาว่า"สัมมา อรหัง .....สัมมา อรหัง ไปเรื่อยๆ คะ

                   ระยะหลังๆ แมงปอลองหัดนั่งสมาธิหลากหลายแบบคะ แต่ถ้าหากใครมาถามแล้ว แมงปอจะชอบแนะนำใครๆ ให้นั่งสมาธิแบบอานาปาณสติ ตามแบบของ ท่านพุทธทาส ซึ่งมีวิธีที่ง่ายๆ ไม่ยากเลยคะ ไว้วันหลังแมงปอจะมาเล่าวิธีการปฏิบัติแบบอานาปาณสติ น๊ะค๊ะ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 มกราคม 2551 17:32 แก้ไข: 23 มกราคม 2551 17:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยครับ ผมก็ชอบทำสมาธิโดยกำหนดลมหายใจเข้า - ออก ทำได้ทุกที่ทุกเวลาที่มีโอกาส "จิตเบิกบานหายใจเข้า จิตโล่งเบาหายใจออก" ครับ

พี่นันชอบนั่งสมาธิเหมือนกันคะ ก่อนนั่งเดินจงกลมก่อน นั่งสมาธิแบบกำหนดจิตไว้ที่ท้องคะ ยุบ... หนอ,พอง....หนอ...เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ปีที่แล้วมีโอกาสไปนั่งสมาธิ 3 ครั้งคะ อยู่บ้านก็ทำบ้าง ครั้ง อยู่ที่ทำงานฝึกสติ กำหนดลมหายใจเข้าออก เสมอ ๆ ตอนก่อนจะหลับ จะกำหนดลมหายใจเข้าออก ยุบ พอง ที่ท้องทุกครั้งคะ

Pisan Banchusuwan  ดีจังคะ คราวหน้าคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กันบ้าง

 Nan(นัน)  ปอไม่ค่อยถนัดเดินจงกลม คงต้องขอศึกษาจากพี่นันนะค่ะ

เห็นเค๊าว่า ถ้าเราไม่เป็นถึงขั้นศานาจารย์ ไม่ควรจะไปสอนใครคะ เพราะอาจจะถ่ายทอดวิชาได้ผิดคะ แต่ที่พี่นันเดิน ก็ ซ้าย...ย....ย่าง.....ง....ง หนอ....ขวา...วา....ยาง...ง...ง หนอ...อ...อ คะ ถ้าอยากเรียนจริง ๆ คงต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมคะ ดีใจที่มีกัลยาณมิตร ญาติธรรมนะคะ

Ico48
คนขี้สงสัย...? [IP: 125.24.14.139]
18 สิงหาคม 2551 18:17
#34407

เคยนั่งสมาธิ เห็นจะๆ เห็น 3 ตัวลอยมา  (แต่ผมไม่ซื้อหวย เพราะยึดมั่นในพระธรรมคำสั่งสอน) ออกตรง 389 งวดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมบอกเพื่อน ๆ และญาติ ๆ ถูกกันทุกคน เพื่อนผมถูก 3 แสนกว่า แต่ละคน ซื้อเยอะ แต่ผมไม่มีความสุข มีแต่คนให้ผมนั่งสมาธิเพื่อจะได้บอกหวยเขาอีก แต่มีปาฏิหารย์อีก ผมนั่งสมาธิมีพระธุดงค์มาบอกอีก 3 ตัว ผมไม่บอกใคร ขายบ้าน ขายรถ ได้เงินมา 2 ล้าน ตระเวณซื้อหวยทั้งเดือน ไม่ทำมาหากิน ผลปรากฏว่า "เจ๊ง" หมดทุกสิ่งทุกอย่างครับ ปัจจุบันผมต้องย้ายมาเป็นเด็กวัด อาศัยเพื่อนรุ่นเดียวกัน เขาบวชจนได้เป็นเจ้าอาวาส ที่ทำงานเขางง..ว่า ผมนั่งรถเมล์มาทำงาน ห่อข้าวไปกิน อายเขาเหมือนกัน เพราะตำแหน่ง "ผอ" จบ ป.เอก (ทุนรัฐบาล) ชีวิตมันก็เป็นอย่างงี้แหละหนอ เพราะหวยแท้ ๆ ทำให้ผมเจ๊งหมดตัว แถมยังมีหนี้สินติดตัวอีก

อยากถามว่า "ผมอยากกลับมานั่งสมาธิอีก กลัวพระธุดงค์มาหาอีก (มาหาในมิติ) ผมจะทำอย่างไรดีครับ จะนั่งอย่างไร ถึงจะไม่ให้พระธุรงค์มาหาอีก ช่วยตอบด้วยครับ

Ico48
samatha [IP: 222.123.245.253]
09 กุมภาพันธ์ 2552 23:30
#40906
ศึกษาสมาธิภาวนาวิชชาธรรมกายทุกแง่มุมได้ที่เวป http://khunsamatha.com/
สวัสดีท่านกัลยาณธรรมและกัลยาณมิตรทุกท่าน ขออนุโมสาธุการกับทุกท่านที่ได้ปฏิบัติธรรมกันนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมมาเป็นเวลาพอสมควรตอนนี้ก็อย่างเข้าปีที่ 3 ก็ได้รู้และได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยรู้และไม่เคยเห็นมาก่อน ได้ด้วยตัวเองและก็ได้ปฏิบัติธรรมมาอยู่อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการปฏิบัติ 3 อย่างหลักๆ นั่นคือ ศีล ทาน และสมาธิภาวนาและในการเจริญสตินั้นผมได้ศึกษาและใช้หลักสติปัฎฐาน 4 คือการพิจารณา กาย เวทนา จิต และธรรม ครับ หากท่านใดสนใจในธรรมและต้องการจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฝึกปฏิบัติธรรมลองเข้ามาอ่านและเรียนรู้ไปพร้อมกันได้นะครับที่ บล็อก "ลองมองส่องใจ"
Ico48
เฒ่า QC [IP: 192.168.100.112]
15 พฤษภาคม 2552 09:43
#44178

สมถภาวนา ( การเจริญสมาธิ ) เพื่อให้จิตตั่งมั่น จิตวิเวก จิตปราศจากสิ่งรบกวน ความวุ่นวายกระส่ายอยาก เร่าร้อน ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ขุ่นเคือง เบื่อหน่าย เซ็ง สับสน สงสัย วิตกกังวล พระบาลีเรียกว่า นิวรณ์ เป็นขั้นเตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการมองเท่านั้น จึงควรก้าวไปสู่  ขั้นวิปัสสนาภาวนา ( การเจริญปัญญา ) เพื่อให้จิตเห็นแจ้งตามความเป็นจริงของสภาวะธรรม การเกี่ยวเนื่องของกระแสธรรมชาติ ตามกฎไตรลักษณ์

เมื่อหลายปีที่ผ่านมาพี่มิกกี้ ไม่ค่อยได้สนใจปฏิบัติสมาธิ มีเพียงแต่ทำบุญตักบาตร ไปทอดกฐินหรือทอดผ้าป่า  แต่หลังจากรู้จักความทุกข์ก็เริ่มคิดถึงธรรมะของพระพุทธองค์ ด้วยการปฏิบัติธรรมให้จิตใจคลายความเศร้าหมอง พี่มิกกี้ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์พลารามนานาชาติ 7 วัน รู้สึกถึงคำว่าเวทนาเลย  ได้ฟังธรรมะจากอาจารย์หลาย ๆ องค์ ท่านสอนว่าการปฏิบัติต้องทำอย่างต่อเนื่อง ค่อย ๆ ทำไปวันละเล็กละน้อย ทุกๆวัน  เหมือนเราสะสมไว้  ไม่ต้องคิดว่าจะเห็นอะไร ได้อะไร ให้ทำไปเรื่อย ๆ แล้วสักวันหนึ่งเราก็จะเห็นเอง  หรือหากว่าตัวเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น เมื่อก่อนใจร้อน ปัจจุบันใจเย็น รู้จักรับฟัง เรามีความสุขขึ้น ก็ถือว่าได้ผลแล้ว 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.191.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ