นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 1494
ความเห็น: 5

เวลาที่เหลืออยู่

เมื่อลมหายใจสุดท้ายใกล้มาถึง เราจะเข้าใจว่า ต้องการอะไรไปทำไม?

หากเราทุกคนได้รู้ถึงเวลาอันจำกัด ของการมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ ว่าเหลืออีกเพียงไม่กี่เดือน จะเป็นยังไงน่ะ?

เราถามตัวเองด้วยคำถามนี้หลังจากไปเยี่ยมอาการป่วยของพี่ที่เราเคารพ ที่มีเวลาอยู่บนโลกนี้อย่างจำกัดไม่เกิน 4 เดือน

โชคดีที่เรากับพี่คนนี้ คุยเรื่องความตาย และการเตรียมตัวก่อนตายมาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จึงมีคำถามแกมหยอกว่า "อยากได้อะไรก่อนตาย" คำตอบ "ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น เงินทอง หรืออะไรก็ไม่เอาแล้ว ขอแค่หายเจ็บก็พอ"

เราทุกคนก็เป็นอย่างนี้ เวลาแข็งแรงก็พร้อมจะฟาดฟัน ทำร้าย ใครต่อใคร เพื่อตัวเอง เพราะคิดว่าเวลายังมีอีกเหลือเฟือที่จะไขว่คว้าสิ่งต่างๆ เพื่อตัวตนของตน เมื่อลมหายใจสุดท้ายใกล้มาถึง เราจึงเข้าใจว่า ไม่รู้จะไขว่คว้าอะไร ไปทำไม เพื่ออะไร ในเมื่อเวลาของแต่ละชีวิตมีไม่มากเลย

เรื่องแบบนี้ ไม่เจอกับตัวเองก็ไม่เข้าใจ ทำให้หลายคนเสียโอกาสที่จะฝึกดูลมหายใจเข้า-ออกของตน โดยจบชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว หากเราเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความตายในทุกๆ วินาที เราจะเริ่มเข้าใจว่า เราควรสะสมความดี แทนสะสมกิเลส เพื่อเป็นกุศลในการเข้าสู่พระนิพพานในอนาคตเบื้องใกล้

ขอให้มีจิตที่ตั้งมั่น จนลมหายใจเข้า-ออกสุดท้ายของชีวิต

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 16 มิถุนายน 2553 00:07 แก้ไข: 16 มิถุนายน 2553 00:07 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบครับ บันทึกนี้
Ico48
[IP: 192.168.100.112]
16 มิถุนายน 2553 15:35
#57947

รู้ได้ด้วยตนเองจริงๆ

     การเคลื่อนของลมเข้า-ลมออก เป็นรูป จิตที่รู้สึกต่อลม เป็นนาม จิตที่เพ่งต่อนามรูปอย่างตั้งมั่น มีผลให้สมาธิเกิด แล้วน้อมนำมาพิจารณานามรูป จะมองเห็นความเปลี่ยนของนามรูป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ชั่วขณะ และดับไป หมุนเวียนเกิด-ดับ อยู่เช่นนี้ตลอดเวลา จิตที่รู้สึกต่อลม สามารถแบ่งเป็นหมวดตามสภาวะธรรมคือ เวทนา(ความรู้สึก) สัญญา(ความจำได้หมายรู้) สังขาร(ความคิดนึกปรุงแต่ง จินตนาการ) และวิญญาณ(ความรับรู้ทางทวารทั้งหก) ซึ่งล้วนแต่เป็นสังขารธรรม คือ สภาวธรรมอาศัยเหตุปัจจัยปรุงแต่งเกิด-ดับอยู่ตลอดเวลา

     ลมเข้า-ลมออก ครั้งสุดท้าย จึงควรตั้งจิตมั่นไว้ที่วิสังขารธรรม คือ สภาวธรรมที่ไม่ต้องอาศัยเหตุปัจจัยปรุงแต่ง เหนือการเกิด-ดับ เป็นอมตธรรมไม่มีวันตาย

      ภูมิธรรมรุ่นคุณย่า คุณยาย จึงแนะให้จิตผูกนามรูปไว้ด้วยการบริกรรม คำว่า พุท-โธ จนลมหายใจสุดท้าย ปล่อยวางไม่เหลือ สุญโญ!

      ปล.ของฝากจากสวนโมกข์ ตอนไปทัวร์( ไม่ใช่ทัวร์ประเภทขอใช้ห้องน้ำ....แวะซื้อไข่เค็ม....555 )

     

    

ความตายเป็นของทุกสรรพสิ่ง เปรียบเหมือนการเษียณอายุ เมื่ออยู่ก็ทำอะไรดี ๆ ให้กับทุกคนมีความสุขร่วมกัน มีค่า ที่เมื่อจากไปหรือพ้นหน้าที่ก็จะมีค่าที่ทุกคนระลึกถึง 

เกิด.. แก่.... เจ็บ... ตาย  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นวนเวียนอยู่เช่นนี้... ถ้าใจเป็นสุขทุกเวลาก็เป็นสุขค่ะ........

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.78
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ