นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 7

อ่าน: 2272
ความเห็น: 5

คำสอนสุดท้าย.....ของพี่ตุ๊ก

สักวันหนึ่ง.......คงต้องเป็นเรา

ได้มีโอกาสไปร่วมงานศพของคุณนริสา  สุขรังสรรค์  หรือพี่ตุ๊ก อดีตเลขานุการคณะทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดชลประทานรังสฤกษดิ์  ปากเกร็ด นนทบุรี
      

             เรารู้จักพี่ตุ๊กครั้งแรกตอนที่พี่ตุ๊กสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว  เมื่อได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการใหม่ๆ เราก็คงเหมือนเด็กคนอื่นๆ คือ ยังค้นหาตัวเองไม่ค่อยเจอ พี่ตุ๊กเป็นคนที่มองเห็น และค้นพบอะไรหลายๆ อย่างในตัวเรา ทั้งที่เราเองก็ไม่คาดคิดว่าเราจะมีความสามารถทำได้  พี่ตุ๊กช่วยแนะนำ ผลักดันและแนะนำแนวทางในการดำเนินชีวิตข้าราชการ พร้อมสนับสนุนด้านคอมพิวเตอร์ให้เรา จนเป็นความสามารถพิเศษติดตัวมาจนทุกวันนี้


         ช่วงหลายปีหลัง ที่พี่ตุ๊กไม่สบาย ทุกครั้งที่โทรไปถามหา พี่ตุ๊กจะพูดคุยด้วยน้ำเสียงสดใส เล่าเรื่องอาการป่วยด้วยความสนุกสนาน อย่างเข้มแข็งและทรนงทั้งๆที่ตัวเองเจ็บปวดมาก  ครั้งสุดท้ายที่เราโทรไปหาเมื่อต้นเดือนมีนาคม พี่ตุ๊กยินดีกับความสำเร็จที่เราได้รับ พร้อมเอ่ยปากถามไถ่ถึงลูกๆ และสามีของเรา ด้วยความห่วงใยเหมือนเช่นเคย  ทั้งๆที่ตัวเองเจ็บหนักก็ยังมีใจเป็นห่วงคนโน้น คนนี่ ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บไข้เหมือนที่พี่ตุ๊กเองเป็น


         ในงานศพของพี่ตุ๊ก พระท่านได้เทศน์สอนเรื่อง การมางานศพว่า เป็นการมาระลึกถึงบุญคุณของผู้ตาย เป็นวาระสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดที่จะมาร่วมงาน เพราะเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีโอกาสอื่นๆอีกแล้ว  และเตือนสติผู้มางานให้ระลึกว่า สักวันหนึ่งคงต้องเป็นตัวเรา

    ชีวิตของเราเปรียบเหมือนธูป ที่จุดคารวะศพ ธูปบางดอกก็มอดจนหมด บางดอกจุดไม่นานก็ดับซะก่อน บางดอกจุดได้ครึ่งดอกก็ดับ ไม่มีใครรู้เลยว่าธูปจะดับเมื่อไหร่ เหมือนกับความตายของพวกเรา ซึ่งไม่มีทางรู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ เราจึงควรใช้เวลาที่มีเหลืออยู่ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย ที่จะเร่งทำความดี 


          นอกจากนี้พระท่านยังให้พวกเราหัดใช้สติคิดพิจารณาว่าเราได้รับบทเรียนอะไรจากการมางานศพในแต่ละครั้ง เพื่อเป็นคติเตือนใจในการดำรงชีวิตของตัวเอง ทำให้เราได้ทบทวนถึงเรื่องราวของพี่ตุ๊ก ตลอดระยะเวลาที่เดินทางกลับหาดใหญ่ สิ่งที่เราได้จากการไปงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นคำสอนสุดท้ายที่ได้จากพี่ตุ๊ก
         

           รูปถ่ายที่ประดับในงาน ในรูปพี่ตุ๊กยิ้มสดใสมีความสุขมากๆ  อาจเพราะเป็นรูปที่ถ่ายในวันที่พี่ตุ๊กไปทอดกฐิน จึงมีความสุขและอิ่มเอมใจ เราไปงานศพหลายๆงาน ส่วนใหญ่รูปที่ประดับมักเป็นรูปถ่ายติดบัตร หน้าไม่มีชีวิตชีวา เห็นแล้วหดหู่ใจพิกล ขณะที่มางานพี่ตุ๊กแล้วรู้สึกเหมือนกับพี่ตุ๊กยังอยู่ และดีใจที่เห็นพวกเราชาวคณะทรัพย์มางาน  จึงเป็นอีกบทเรียนที่เราคิดจะตั้งใจถ่ายรูปตัวเองยิ้มใสๆ ไว้เป็นระยะๆ เผื่อเราตายกระทันหัน  จะได้มีรูปสดใสยิ้มรับคนมาร่วมงานศพตัวเอง  แสดงว่าพี่ตุ๊กได้เตรียมตัวก่อนตายไว้แล้ว ดั่งที่ท่านพุทธทาส เทศน์เตือนให้ทุกคนเตรียมตัวก่อนตายไว้เสมอ


         ได้เห็นความไม่แน่นอนของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่หรือต่ำต้อย สุดท้ายก็ต้องนอนอยู่ในโลงเล็กๆ ขนาดพอดีตัว ทั้งๆที่ตอนมีชีวิต มีเรื่องราวมากมายที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอนิจัง ไม่มีอะไรแน่นอน มียศก็เสื่อมยศ มีลาภก็เสื่อมลาภ มีสุขมีทุกข์ก็ไม่ยั่งยืน ล้วนเป็นเรื่องสมมติให้ลุ่มหลงทั้งสิ้น
           

         ได้พิจารณาว่า บทสรุปสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่บ้าน รถ ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือทรัพย์สมบัติใดๆ แต่เป็นบทสรุปของผู้มาร่วมงาน ที่ตระหนักดีว่า ผู้ตายที่นอนอยู่ในโลงมีคุณงามความดี มากน้อยเพียงใด ขณะที่อยู่ในงานพี่ตุ๊ก เรารู้สึกน้ำตาเรื่อ พี่ๆหลายๆคนก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะคุณความดี และความรักห่วงใยที่พี่ตุ๊กมอบให้พวกเรา ทำให้พวกเรารู้สึกเสียใจในการจากไปของพี่ตุ๊ก  จึงเป็นความอาลัยและระลึกถึงด้วยความตื้นตัน
           เมื่อย้อนคิดพิจารณาถึงบุคคลที่ทำไม่ดี ก่อกรรมกับผู้อื่นมากๆ คิดว่าตอนตายคงมีหลายคนมาอโหสิกรรมให้ ด้วยความรู้สึกโล่งใจของการจากไปของผู้ตาย เพราะไม่สามารถก่อกรรมใดๆ ให้ผู้อื่นได้อีก 

              เราจึงหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า ถ้าเราตายไปวันนี้ คนที่มาร่วมงานจะอโหสิกรรมให้ พร้อมโล่งใจที่เราตายซะได้ก็ดี หรือว่าจะมีคนรู้สึกอาลัยและพูดคุย สรรเสริญถึงคุณงามความดีของเรากันแน่
           5555+ โชคดีจังที่เรายังมีเวลาเหลืออีก ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย แต่ก็ทำให้เราตะหนักได้ว่า ควรสร้างแต่กรรมดีเป็นเสบียงสะสมไว้แต่ต้น ไม่ใช่เพื่อคำสรรเสริญในงานศพของตัวเองหรอกน่ะ แต่เพื่อลมหายใจสุดท้ายของชีวิตจะได้วาง และว่างได้ โดยไม่ติดค้างหนี้กรรมใดๆ กับใครๆ


             ขอบคุณค่ะพี่ตุ๊ก ไม่ว่าจะมีลมหายใจหรือไม่มีลมหายใจ พี่ตุ๊กก็มีคำแนะนำ คำสอนให้กับชีวิตปอเสมอ 
      
              ด้วยความอาลัย...

 

 

 

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

  • ขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของพี่ตุ๊กด้วยค่ะ
  •  วัฏสงสาร ก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ  ต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้อีกกี่ภพกี่ชาติ  มันเป็นเช่นนี้เอง ถ้าจะตัดจากวัฎสงสารก็ต้องทำให้ตัวเองไม่เกิดอีก 
  • ท่านพุทธทาส สอนว่า " ให้ละตัวกู ของกู" ให้ฝึก สติ  สัมปชัญญะ สมาธิ  ปัญญา อยู่เสมอ เพื่อจะได้ เมื่อถึงเวลาของตัวเอง จะได้ไปอย่างสงบ

โลกเราไม่มีอะไรแน่นอน จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้..แต่สิ่งที่ไม่แน่นอน ก็คือความแน่นอน นั่นคือ ชีวิตคนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย .. จะระลึกถึงพี่ตุ๊กพี่ที่แสนดีคนดี..เสมอถึงจะจากไปแล้วก็ตาม!!

Ico48
Marky (Recent Activities)
07 May 2009 14:46
#43974

แม้ไม่มีโอกาสได้รู้จักพี่ตุ๊กเหมือนพี่แมงปอ  แต่เท่าที่พี่แมงปอถ่ายทอดออกมาทำให้รับรู้ได้ว่าพี่เค้าต้องเป็นพี่ที่แสนดีมากนะคะ  ขอไว้อาลัยกับการจากไป  และขอชื่นชมพี่สาวคนนี้ที่ยังอยู่  ด้วยความสามารถของพี่แมงปอทำให้ไม่เคยแปลกใจเลยว่าทำไมพี่ถึงได้รับรางวัล  จะพยายามทำให้ได้สักเสี้ยวหนึ่งของพี่นะคะ..........(ขอบคุณคณะทรัพย์ที่ปลูกปั้นรากฐานดีๆไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตาม) ....ขอบคุณค่ะ

Ico48
Monly (Recent Activities)
11 May 2009 21:14
#44039
  • ถึงแม้ว่า ไม่ได้ไปร่วมงานศพ  แต่พี่ได้เขียนคำอาลัย แด่พี่ตุ๊ก ด้วยค่ะ  อ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://share.psu.ac.th/blog/tukta-4386/12343

 

ขอแสดงความเสียใจด้วยคนนะค่ะ ...อ่านบันทึกของแมงปอแล้วรู้สึกดี แม้ไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักกับพี่ตุ๊ก แต่ก็รู้สึกได้ว่าพี่เขาเป็นคนดีและน่ารัก...ขอบคุณสำหรับคำถ่ายทอดดี ๆ นะค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.249.234
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ