นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2633
ความเห็น: 12

บันทึก "ร้องเรียนฯ" [C]

หัดสังเกต จดประเด็น ใส่ลำดับ มัดฟาง และเขียนบันทึกสม่ำเสมอ

         ห่างหายจากวงแชร์ไปพักใหญ่ เพราะต้องยุ่งๆเรื่องงาน งาน งาน  อยากจะเขียนเรื่องโน้น เรื่องนี่ แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที จนได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมรวมพลคน Blogger 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ท่านวิทยากร ผศ.นพ.ธนพันธ์  ชูบุผู้ที่เรียกตนเองว่า "หมอสูฯ" บรรยายเรื่องของการเขียนบันทึก  ฟังแล้วต้องบอกว่า ได้ใจมากๆ ทำให้ได้เห็นมุมมองที่หลากหลายมีมากมายที่เราสามารถเอามาเขียนในบันทึกได้  แค่เห็นสัตว์โดนรถชน ก็เอามาเขียนบันทึกเป็นเรื่อง "เหี้ย"  ได้แล้ว แต่ที่ชอบสุดๆ และจุดประกายให้เราอยากจะเขียนก็เห็นจะเป็นการเขียนเรื่อง"ร้องทุกข์ ร้องเรียน บ่น พร่ำ พล่าม"  แบบไม่มีสาระอะไรก็เขียนได้ 5555

         อีกเรื่องคือ แนวในการตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจ ซึ่งขอยอมรับว่าน่าสนใจจริงๆ  ต้องขอยกย่องท่านวิทยากรผู้ซึ่งมีมุมมองในการคิดที่ไม่เหมือนใคร เป็นวิธีการคิดที่แตกต่าง แค่ท่านเล่าให้ฟัง เราก็แอบคิดแล้วว่า "โห ! กล้าคิดแบบนี้ได้ยังไง" อันนี้อาจเป็นเพราะสังคมไทย ไม่ค่อยสอนให้เรากล้าคิดอะไรแผลงๆ มากนัก  ยิ่งเราเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยก็ต้องคิด ต้องเดินในกรอบที่เค้าตีเส้นไว้ให้แล้ว ขืนกล้าแหกปาก ร้องตะโกน เข้าไปในบันทึก ก็คงสนุกกันใหญ่ 
               แต่พอฟังอาจารย์ธนพันธ์ แนะนำ โห! ขอบอกว่ามันส์! อย่างเคล็ดไม่ลับส่วนตัวของท่าน ในเรื่องของการคิดขบถและชอบโต้แย้ง หรือ ไม่ต้องพยายามทำตัวให้เหมือนใคร พร้อมวิธีการบรรยายก็สนุกสนาน ยิ่งสาวๆ คณะทรัพย์ฯ ที่ไปฟังส่วนใหญ่ผ่านมือหมอสูฯ มาแล้วทั้งนั้น เพราะลูก 2 ลูก 3 ทั้งเพ จึงยิ่งรู้สึกสนุกและนึกภาพตามที่ท่านวิทยากรแนะนำได้ชัดเจนกว่าใครๆ 

              หลักง่ายๆ ในการเขียนบันทึก ก็แค่หัดสังเกต จดประเด็น ใส่ลำดับ มัดฟาง และก็เขียนบันทึกอย่างสม่ำเสมอ

             เราเองพยายามอ้างกับเจ้านายใหญ่ว่าไม่ค่อยมีเวลาว่างเขียนบันทึก เพราะงานยุ่ง และเจ้านายใหญ่มักจะสอนว่าเวลาทุกคนมีเท่ากัน อยู่ที่ใครจะจัดสรรใช้เวลากันอย่างไร พร้อมกับกระทุ้งให้เราไปเขียนบันทึก(พัฒนางาน)         โธ่ๆ เจ้านายขา อยากจะบอกว่าการจะเขียนบันทึกเนี่ย มันต้องใช้จิตวิญญาน และอารมณ์เป็นส่วนประกอบสำคัญ  ยิ่งหนูเป็นพวกใช้หัวใจและอารมณ์มากผิดปกติ ก็ต้องรอให้     วิญญานนักเขียนเกิดก่อน จึงจะเขียนบันทึกได้ค่ะ   แฮ่ๆๆ ตอนนี้เอาบันทึกแบบ ร้องเรียน บ่น พร่ำ พล่าม  อย่างที่ท่านวิทยากรสอนไปอ่านก่อนน๊ะค่ะ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 28 กรกฎาคม 2551 16:18 แก้ไข: 19 กุมภาพันธ์ 2561 17:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

บันทึกฉบับนี้ร้องเรียนเรื่องอะไรนี่

น่าจะเป็นร้องเรียนคุณหมอสู ที่ทำให้ ฮา....ไม่รู้จบหรือเปล่านี่....นึกที่หมดเล่าให้ฟังยังแอบขำคนเดียวเลย....แกคิดได้ไงนี่...แมงปอเห็นด้วยมั้ยคะ

ตามมาให้กำลังใจคนรู้จัก ที่เพิ่งรักกันหมาดๆคะ

มันต้องใช้เวลา บิ้วอารมณ์ช่ายป่าวคะ คืออารมณ์อยากเขียนไม่เกิด มันจะเขียนไม่ได้จริงๆ อันนี้พอเข้าใจค้าบ เพราะเคยเป็น 555

จิตใจขบถนี่ฝังลึกอยู่ภายใน เพียงแค่เราดึงเอา จิใจแห่งขบถออกมาได้เพียงใด

เรามักจะขบถต่อผู้อื่น แต่ยอมรับความพ่ายแพ้แต่ใจตนเอง น้อยครั้งที่เราจะคิขบถ ต่อตนเอง

ตอนนี้เริ่มร้อง เรียน ไปพร้อมๆ กัน

เราเอง

เป็นข้อคิดที่น่าสนใจมากเลยนะครับพี่ Our Shangri-La

การขบถต่อตนเอง แล้วเราจะเริ่มต้นมันอย่างไร เพราะเรามักจะคิดว่าตัวเองทำดีทำถูกเสมอๆ

ผมเองมีส่วนเสียอยู่มากครับ เพราะว่าชอบคิดอะไรทางเดียว เลยออกจะหุนหันพลันแล่นไปซะบ้างไงล่ะ

น่าสนใจจริงๆครับ

ขบถต่อตนเอง

หลักง่ายๆ ในการเขียนบันทึก ก็แค่ "หัดสังเกต จดประเด็น ใส่ลำดับ มัดฟาง และก็เขียนบันทึก
อย่างสม่ำเสมอ"

เห็นด้วยอย่างที่สุด  โดยเฉพาะการทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะอะไรก็ตามที่เราทำบ่อยๆ ในที่สุดจะเป็นความเคยชิน
เรื่องยากๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ได้  เพราะไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา หากมีความพยายาม

สำหรับความเห็นของพี่เน็ก "ขบถต่อตนเอง"  น่าสนใจอย่างคุณหมอแป๊ะว่าจริงๆ

คนข้างหลัง  เป็นบันทึก ร้องเรียน บ่น พร่ำ พล่าม อย่างที่อาจารย์ธนพันธ์ สอนไงคะ  อิๆ ลองใช้เทคนิคการตั้งชื่อแบบอาจารย์ น่ะค่ะ

 น้องยามฯ คือถ้าให้เขียนบันทึกพัฒนางาน มันต้องใช้เวลา แฮ่ๆๆ แต่ถ้าเรื่องไร้สาระไม่ต้องใช้เวลามากค่ะ

Our Shangri-La  จะคิดขบถต่อจิตใจอันดื้อรั้นของตัวเองให้ได้ค่ะ เพราะได้คำแนะนำให้ร้อง และเรียน(รู้)จากท่านพี่ 

ธนพันธ์ ชูบุญ ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ ฟังบรรยายจากอาจารย์ทำให้ได้แง่คิดในมุมมองใหม่ที่ดีๆ มากค่ะ อย่างน้อยก็สอนให้เราหัดที่จะกล้าคิดอะไรที่แตกต่าง

 mandala นั่นแหละค่ะ หลักง่ายๆ ที่อาจารย์แนะนำ

น้องแมงปอ บ่น พร่ำ พล่าม ได้ดีอย่างมีสาระมากเลยค่ะ อิอิ ^_^
Images

เห็นด้วยค่ะ สำหรับพี่แมงปอ ต้องใช้จิตวิญญาน และอารมณ์เป็นส่วนประกอบสำคัญจริง ๆ (ได้ไปนัดพบ Blogger ครั้งที่ 2 มา ก็ตั้งชื่อบันทึกได้อารมณ์.. อย่างรู้...ขึ้นมาทันทีเลยนะเนี้ย)

Ico48
wullop.s [IP: 192.168.100.112]
30 กรกฎาคม 2551 19:25
#33198

ฮั่นแน่ แมงปอชักพัฒนาไปเป็นผู้ร้องเรียนแล้ว เพิ่งอ่านหนังสือให้ข้อคิดกับชีวิตว่า

หากต้องการอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการ ประตูเก่าที่เราเคยใช้จะนำเราไปสู่ที่เดิม

ดังนั้น ถ้าต้องการทำอะไรให้ดีขึ้น ต้องเริ่มคิดใหม่ วางเป้าหมายใหม่ กำหนดวิธีการ ที่สำคัญต้องรีบเดินตามวิธีการใหม่

ขอบคุณกองเชียร์คณะทรัพย์ทั้ง พี่บิวตี้ และน้อง เปตอง ค่ะ

 อ. wullop.s  ชอบตรง ฮั่นแน่ ของ อ. จังค่ะ หนูต้องหาประตูใหม่ เพื่อไปสู่วิธีการใหม่ๆ ตามคำแนะนำของ อ. ค่ะ     แต่วิธีการตั้งชื่อบันทึกนี้ก็ได้ผลน๊ะค๊ะ เพราะทำให้ อ. มาฮั่นแน่ กับหนูจนได้ แฮ่ๆ

  • มา  ฮั่นแน่   ด้วยคนค่ะ 
  • โดนใจมาก ๆ น่ะน้อง  

 

* บันทึกนี้ ได้ผลจริง ๆ ค่ะ นับว่าประสบความสำเร็จในการตั้งชื่อเรื่อง
คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น