นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1958
ความเห็น: 5

กว่าจะเป็นตลาดเกษตร ม.อ.(4)

ลองเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติในการดำรงชีวิต

ตอนนั้น(7 ปีที่แล้ว)เราเองกำลังจนตรอก ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาหรือพึ่งพาใครได้เลย เพราะไม่มีใครในหน่วยงานราชการทำงานแบบนี้ แค่ลองปรึกษาพี่ๆ ที่สนิทกัน ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้กลับไปทำงานเทคโนฯ เหอะ เสียดายวิชาความรู้ที่อุตส่าห์ฝึกฝนทางคอมพิวเตอร์ ไม่น่ามาทำอะไรแบบนี้เลย เรื่องการสร้างตลาดเพื่อให้คนมาซื้อของเหมือนโวค (ของคณะแพทย์) ช่างเป็นความฝันลมๆแล้งๆ ที่ไม่มีใครซักคนสนับสนุน

                  เมื่อเราถามเจ้านาย ว่าเราจะทำตลาดแบบที่เจ้านายว่าได้จริง เหรอ? เจ้านายก็ไม่อธิบายอะไรนอกจากให้หนังสือเรื่อง "พ่อรวยสอนลูก" มาให้อ่าน แล้วก็เพียรถามเราทุกวันว่า อ่านจบแล้วยัง เป็นยังไงบ้าง บอกตามตรงแค่เปิดอ่านได้ 3-4 หน้า ก็วางแล้วเพราะไม่รู้เรื่อง เมื่อโดนเจ้านายถามหลายครั้งเข้า ก็เลยลองอ่าน(เพื่อมาตอบคำถามเจ้านาย) เจ้านายจึงได้อธิบายให้เราฟังว่า " เราเป็นลูกข้าราชการ(พ่อเป็นทหาร) เติบโตในแนวคิดแบบพ่อ(จน ฮ่าๆๆๆ) ต้องหัดเปลี่ยนแนวคิด และทัศนคติในการดำรงชีวิตเป็นแบบที่พ่อรวย (ในหนังสือ) สอน"

                     อันนี้ยิ่งสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะเราเป็นเด็กชมรมอาสาฯมาตั้งแต่สมัยเรียน เดินหัวยังเอียงซ้ายเลย จะมาพูดเรื่องการเปลี่ยนวิธีการคิดแบบใหม่  แล้วให้เปลี่ยนทัศนคติที่เราเองก็คิดว่าที่เราเป็นอยู่ก็สูงส่งดีแล้ว(ฮ่าๆๆๆ)มันจึงเป็นความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรงมาก

                     ตลาดเกษตร มอ. ก็เปิดให้บริการขึ้นในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2544 บริเวณประตูศรีทรัพย์ ด้วยความทุลักทุเล ตลาดอยู่ต่ำกว่าพื้นถนน 2-3 เมตร เราต้องถือจอบถากดินให้เป็นขั้นๆ เพื่อให้คนเดินลงมาตลาดได้ ทางเดินก็ขรุขระ และแฉะเป็นหย่อมๆ (ช่วงนั้นฝนตก) ตลาดกว้างมากแบ่งออกเป็น 7 โซน คือเป็นรูป 5 เหลี่ยม แล้วข้างในก็มีร้านแยกเป็น 2 เหลี่ยมอีก จะเดินยากมาก เพราะบางจุดมีสะพานข้ามลำธาร แล้วแต่ละโซนก็ไม่ต่อเนื่องกัน

                     เราต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ ช่วยยกซุ้มมาวาง ทำทางเดิน ซ่อมสะพานที่ไม้หลุดวันเว้นวัน แล้วก็ช่วยซ่อมไฟฟ้าซึ่งติดๆ ดับๆ ก็มีปัญญาทำได้แค่เปลี่ยนสตาทร์เตอร์หรือหลอดไฟ (ตลาดเปิดนอกเวลาราชการ จึงไม่มีช่างอยู่) วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เป็นของเหลือใช้จากงานเกษตรแห่งชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นซุ้ม หลอดไฟ อุปกรณ์ต่างๆ  รวมทั้งอาคารที่ใช้

                   หลังเปิดตลาดได้ 2 ครั้ง เจ้านายก็สั่งว่า "ให้เตรียมตัวไปช่วยขายหมู" โห!!! ไม่รู้จะบรรยายด้วยคำพูดอะไร อารมณ์ตอนนั้นเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ "เตรียมตัวไปขายหมู" บ้าที่สุด! เราเป็นข้าราชการบรรจุปี 37 ใครเคยได้ยินข้าราชการตำแหน่งขายหมูบ้าง??

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
Kon1Kon (Recent Activities)
25 Febuary 2008 13:57
#22049

อ่านแล้วคิดถึงชีวิตของ "โอชิน" (ใช่มั้ยหว่า ที่มันรันทดๆ แล้วก็ต้องต่อสู้ๆ น่ะค่ะ) น้องแมงปอผ่านบทเรียนมาหลายอย่างนะ ทำให้เห็นถึงความอดทน ที่จริงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นๆ ด้วยนะคะ..

เล่าอีกนะ..

Ico48
MeaW (Recent Activities)
26 Febuary 2008 16:12
#22374

ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าพี่แมงปอเคยกระอักกระอ่วนใจเพราะตอนนี้พี่แมงปอของเราขายของเก่งยิ่งกว่ามืออาชีพอีก อิอิ

Ico48
Monly (Recent Activities)
26 Febuary 2008 20:58
#22418

      ท่านเคยเห็นบ้างไหม  คนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Acess  เช่น  ทะเบียนการรับและส่งหนังสือ อยู่มาวันหนึ่ง ก็ผลิกผันตัวเองไปสู่แม่ค้าขายหมู    ซึ่งมองตอนนั้น ขอบอกเลยว่า  แมงปอ ถอยหลังเถอะ  พี่ว่า เสียดายความรู้ที่ได้ศึกษามา  ไหนจะมาอ่านหนังสือ  "พ่อรวยสอนลูก"  ท่าทางจะมืดหม่น     เจ้านายสมัยนั้น คิดถูก หรือคิดผิดกันแน่?  

      เวลาว่างเมื่อไหร่  ก็จะเข้าไปห้องสำนักงานแคบ ๆ นั้นแหละ  (ห้องสำนักงานอยู่ใกล้กัน)  เจอเจ้านายของแมงปอ     คำแรกที่หัวหน้าแมงปอ พูดคือ  รู้จักหนังสือ พ่อรวยสอนลูก  หรือเปล่า   เอ็งรู้ไม่  ว่ามันมีดีอะไรอีกมากมาย ที่อยู่ในหนังสือเล่ม    มันมีแนวคิด  ที่เรานำมาใช้ได้   เอ็งลองยืมไปอ่านดูซิ          ผลสุดท้ายต้องยืม     แต่ยืมมาดูเฉย  ๆ      แต่ตอนหลัง ก็คืนหนังสือไป  และได้ซื้อมาอ่านเอง  แต่ต้องสารภาพนะว่า  อ่านไม่จบหรอก     

       ตลาดเกษตรสมัยก่อนนั้น  ใครใส่ส้นสูงไปเดินซื้อของที่ตลาดเกษตร  ขอบอกว่า หมดสิทธิ์  เพราะพื้นดินไม่สม่ำเสมอ  กระโปรงสั้นห้ามใส่  เพราะพื้นที่ที่ต้องเดินลงไปซื้อที่ตลาดเกษตร เป็นโคกสูง

       ดังนั้น จะเห็นได้ว่า  การพัฒนาการของการเป็นตลาดเกษตรนั้น  ต้องใช้ระยะเวลาทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายผู้ซื้อ กับผู้ขาย   และตลาดจะอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปค่ะ 

Kp-icon-4

ชื่นชมกับการทำงานของคุณแมงปอครับ
Ico48
โอมมี่ [IP: 172.24.20.188]
01 December 2011 00:37
#72493

หนังสือพ่อรวยสอนลูกหน้า หามาอ่านจังเลย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.36
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ