นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2060
ความเห็น: 5

กว่าจะเป็นตลาดเกษตร ม.อ.(4)

ลองเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติในการดำรงชีวิต

ตอนนั้น(7 ปีที่แล้ว)เราเองกำลังจนตรอก ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาหรือพึ่งพาใครได้เลย เพราะไม่มีใครในหน่วยงานราชการทำงานแบบนี้ แค่ลองปรึกษาพี่ๆ ที่สนิทกัน ทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้กลับไปทำงานเทคโนฯ เหอะ เสียดายวิชาความรู้ที่อุตส่าห์ฝึกฝนทางคอมพิวเตอร์ ไม่น่ามาทำอะไรแบบนี้เลย เรื่องการสร้างตลาดเพื่อให้คนมาซื้อของเหมือนโวค (ของคณะแพทย์) ช่างเป็นความฝันลมๆแล้งๆ ที่ไม่มีใครซักคนสนับสนุน

                  เมื่อเราถามเจ้านาย ว่าเราจะทำตลาดแบบที่เจ้านายว่าได้จริง เหรอ? เจ้านายก็ไม่อธิบายอะไรนอกจากให้หนังสือเรื่อง "พ่อรวยสอนลูก" มาให้อ่าน แล้วก็เพียรถามเราทุกวันว่า อ่านจบแล้วยัง เป็นยังไงบ้าง บอกตามตรงแค่เปิดอ่านได้ 3-4 หน้า ก็วางแล้วเพราะไม่รู้เรื่อง เมื่อโดนเจ้านายถามหลายครั้งเข้า ก็เลยลองอ่าน(เพื่อมาตอบคำถามเจ้านาย) เจ้านายจึงได้อธิบายให้เราฟังว่า " เราเป็นลูกข้าราชการ(พ่อเป็นทหาร) เติบโตในแนวคิดแบบพ่อ(จน ฮ่าๆๆๆ) ต้องหัดเปลี่ยนแนวคิด และทัศนคติในการดำรงชีวิตเป็นแบบที่พ่อรวย (ในหนังสือ) สอน"

                     อันนี้ยิ่งสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะเราเป็นเด็กชมรมอาสาฯมาตั้งแต่สมัยเรียน เดินหัวยังเอียงซ้ายเลย จะมาพูดเรื่องการเปลี่ยนวิธีการคิดแบบใหม่  แล้วให้เปลี่ยนทัศนคติที่เราเองก็คิดว่าที่เราเป็นอยู่ก็สูงส่งดีแล้ว(ฮ่าๆๆๆ)มันจึงเป็นความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรงมาก

                     ตลาดเกษตร มอ. ก็เปิดให้บริการขึ้นในวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2544 บริเวณประตูศรีทรัพย์ ด้วยความทุลักทุเล ตลาดอยู่ต่ำกว่าพื้นถนน 2-3 เมตร เราต้องถือจอบถากดินให้เป็นขั้นๆ เพื่อให้คนเดินลงมาตลาดได้ ทางเดินก็ขรุขระ และแฉะเป็นหย่อมๆ (ช่วงนั้นฝนตก) ตลาดกว้างมากแบ่งออกเป็น 7 โซน คือเป็นรูป 5 เหลี่ยม แล้วข้างในก็มีร้านแยกเป็น 2 เหลี่ยมอีก จะเดินยากมาก เพราะบางจุดมีสะพานข้ามลำธาร แล้วแต่ละโซนก็ไม่ต่อเนื่องกัน

                     เราต้องทำทุกอย่างตั้งแต่ ช่วยยกซุ้มมาวาง ทำทางเดิน ซ่อมสะพานที่ไม้หลุดวันเว้นวัน แล้วก็ช่วยซ่อมไฟฟ้าซึ่งติดๆ ดับๆ ก็มีปัญญาทำได้แค่เปลี่ยนสตาทร์เตอร์หรือหลอดไฟ (ตลาดเปิดนอกเวลาราชการ จึงไม่มีช่างอยู่) วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เป็นของเหลือใช้จากงานเกษตรแห่งชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นซุ้ม หลอดไฟ อุปกรณ์ต่างๆ  รวมทั้งอาคารที่ใช้

                   หลังเปิดตลาดได้ 2 ครั้ง เจ้านายก็สั่งว่า "ให้เตรียมตัวไปช่วยขายหมู" โห!!! ไม่รู้จะบรรยายด้วยคำพูดอะไร อารมณ์ตอนนั้นเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ "เตรียมตัวไปขายหมู" บ้าที่สุด! เราเป็นข้าราชการบรรจุปี 37 ใครเคยได้ยินข้าราชการตำแหน่งขายหมูบ้าง??

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 25 กุมภาพันธ์ 2551 13:13 แก้ไข: 25 กุมภาพันธ์ 2551 13:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
25 กุมภาพันธ์ 2551 13:57
#22049

อ่านแล้วคิดถึงชีวิตของ "โอชิน" (ใช่มั้ยหว่า ที่มันรันทดๆ แล้วก็ต้องต่อสู้ๆ น่ะค่ะ) น้องแมงปอผ่านบทเรียนมาหลายอย่างนะ ทำให้เห็นถึงความอดทน ที่จริงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นๆ ด้วยนะคะ..

เล่าอีกนะ..

Ico48
MeaW (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
26 กุมภาพันธ์ 2551 16:12
#22374

ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าพี่แมงปอเคยกระอักกระอ่วนใจเพราะตอนนี้พี่แมงปอของเราขายของเก่งยิ่งกว่ามืออาชีพอีก อิอิ

Ico48
Monly (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
26 กุมภาพันธ์ 2551 20:58
#22418

      ท่านเคยเห็นบ้างไหม  คนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Acess  เช่น  ทะเบียนการรับและส่งหนังสือ อยู่มาวันหนึ่ง ก็ผลิกผันตัวเองไปสู่แม่ค้าขายหมู    ซึ่งมองตอนนั้น ขอบอกเลยว่า  แมงปอ ถอยหลังเถอะ  พี่ว่า เสียดายความรู้ที่ได้ศึกษามา  ไหนจะมาอ่านหนังสือ  "พ่อรวยสอนลูก"  ท่าทางจะมืดหม่น     เจ้านายสมัยนั้น คิดถูก หรือคิดผิดกันแน่?  

      เวลาว่างเมื่อไหร่  ก็จะเข้าไปห้องสำนักงานแคบ ๆ นั้นแหละ  (ห้องสำนักงานอยู่ใกล้กัน)  เจอเจ้านายของแมงปอ     คำแรกที่หัวหน้าแมงปอ พูดคือ  รู้จักหนังสือ พ่อรวยสอนลูก  หรือเปล่า   เอ็งรู้ไม่  ว่ามันมีดีอะไรอีกมากมาย ที่อยู่ในหนังสือเล่ม    มันมีแนวคิด  ที่เรานำมาใช้ได้   เอ็งลองยืมไปอ่านดูซิ          ผลสุดท้ายต้องยืม     แต่ยืมมาดูเฉย  ๆ      แต่ตอนหลัง ก็คืนหนังสือไป  และได้ซื้อมาอ่านเอง  แต่ต้องสารภาพนะว่า  อ่านไม่จบหรอก     

       ตลาดเกษตรสมัยก่อนนั้น  ใครใส่ส้นสูงไปเดินซื้อของที่ตลาดเกษตร  ขอบอกว่า หมดสิทธิ์  เพราะพื้นดินไม่สม่ำเสมอ  กระโปรงสั้นห้ามใส่  เพราะพื้นที่ที่ต้องเดินลงไปซื้อที่ตลาดเกษตร เป็นโคกสูง

       ดังนั้น จะเห็นได้ว่า  การพัฒนาการของการเป็นตลาดเกษตรนั้น  ต้องใช้ระยะเวลาทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายผู้ซื้อ กับผู้ขาย   และตลาดจะอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปค่ะ 

Kp-icon-4

ชื่นชมกับการทำงานของคุณแมงปอครับ
Ico48
โอมมี่ [IP: 172.24.20.188]
01 ธันวาคม 2554 00:37
#72493

หนังสือพ่อรวยสอนลูกหน้า หามาอ่านจังเลย

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.229.119.29
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ