นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Zenki
Ico64
นาย พรพจน์ หนูทอง
นักวิทยาศาสตร์
ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 1147
ความเห็น: 0

Rubber Rheometer: History

เป็นบันทึกต่อเนื่องจากสมการ Mooney นะครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้กันต่อจากการฟังสัมนา Rubber Rheometer วันนั้น ทำให้ทราบและเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องมือและเทคนิคการวิเคราะห์เพิ่มขึ้น เทคนิคการทดสอบกว่าจะถูกพัฒนาและสร้างเครื่องมือขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังลำดับการพัฒนาของเครื่องมือทดสอบยางดังนี้

Mooney Viscometer: จัดเป็นเครื่องมือทดสอบหาค่าความหนืดขั้นคลาสสิคก็ว่าได้ เพราะใช้ทดสอบสมบัติของยางตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคการทดสอบ ซึ่งถูกออกแบบมาเป็น Single head rheometer ส่วนของ Rotor หมุนได้ทิศทางเดียวและจำกัดความเร็วไม่เกิน 2 RPM เท่านั้น จึงทำให้ค่าความหนืดที่วัดได้ไม่สามารถใช้เป็นค่าที่แท้จริงและยังไม่สามารถวัดค่าความยืดหยุ่น (Elasticity) ในเชิงของปริมาณออกมาได้ หากเพียงแต่สามารถเปรียบเทียบค่าเชิงคุณภาพได้เท่านั้น ดังนั้นข้อมูลที่ได้จาก Mooney test จึงยังไม่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์กระบวนการผลิตได้

 

Oscillating Disk Rheometer (ODR): เป็น generation ถัดมา โดยยังคงออกแบบเป็น Single head rheometer แต่ปรับให้ Rotor สามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง ในลักษณะหมุนกลับไปกลับมาในระหว่างการทดสอบ ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่น เรียกว่า Oscillating Disk อย่างไรก็ตามรุ่นนี้ยังคงมีจุดอ่อนอยู่ที่ระบบการให้ความร้อนแก่ตัวอย่าง ทำได้ไม่ดี ความร้อนที่ส่งผ่านไปยังตัวอย่างนั้นไม่สม่ำเสมอทั่วทั้งหมด

 

Moving Die Rheometer (MDR): รุ่นนี้ได้นำจุดอ่อนของ ODR มาปรับปรุงใหม่ ร่วมถึงยังออกแบบเครื่องเป็นแบบ Dual head rheometer และแก้ไขระบบการให้ความร้อนเป็นแบบ direct platen heating จึงสามารถให้ความร้อนได้โดยตรงอย่างสม่ำเสมอ และด้วยดีไซด์ที่ออกแบบมาไม่มีส่วนของ rotor จึงทำให้ Rheometer รุ่นนี้ในโรงงานอุตสาหกรรมจึงรู้จักกันดีในชื่อของ Rotorless curemeter นั่นเองครับ

โดยสรุปแล้ว ตั้งแต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก Mooney, ODR และ MDR ทำให้เราสามารถวัดสมบัติของยางได้มากขึ้นกว่าค่าความหนืดเท่านั้น จากผลการทดสอบของ MDR สามารถแสดงผลการทดสอบ Isothermal Temperature Profile ซึ่งให้ข้อมูลมีความสำคัญต่อกระบวนการขึ้นรูปยาง ก็คือ Cure Time และ Cure Temperature นำมาใช้ศึกษากระบวนการเกิดการเชื่อมประสานระหว่างโมเลกุลของยางและสารเชื่อมประสาน (Crosslink agent) ให้สามารถกำหนดสภาวะการผลิตที่เหมาะสมต่อไป

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 06 ธันวาคม 2558 23:06 แก้ไข: 06 ธันวาคม 2558 23:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LUX, Ico24 pompom, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.236.216.93
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ