นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

สุดา โลมากิจ
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 2481
ความเห็น: 3

Roadshow 52 และกิจกรรมนักศึกษากับการศึกษาไทย

Roadshow 52

เห็นหัวข้อแล้วก็ปวดเศียรเวียนเกล้า ว่าจะเขียนยังไงให้เข้ากับหัวข้อ  คิดไป คิดมา ข้ามประเด็นนั้นไปดีกว่า  คิดซะว่าตั้งหัวข้อให้เด่นเกินเนื้อหาแล้วกัน  ^^


ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ได้มีโอกาสควง 4 หนุ่มคณะทรัพฯ

 

ไปแนะแนวหลักสูตรนอกสถานที่  กับทีมประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย และผองเพื่อน พี่น้องต่างคณะ ต่างวิทยาเขต เป็นที่สนุกสนาน  ทั้งนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักเรียน

ทราบจากพี่ทวาทศ งานประชาสัมพันธ์ ม.อ. ว่าปีนี้มีนักเรียนเข้าร่วมเยอะกว่าปีก่อน ๆ คือ 6,000 คนโดยประมาณ  ในขณะที่ปีก่อน ๆ ประมาณ 4,000 คน ก็เป็นนิมิตรหมายอันดีว่า ครูแนะแนวและนักเรียน ม.6  ให้ความสนใจกับขบวน Roadshow ของ ม.อ. มากขึ้น แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร   จะมีนักเรียนยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษามากขึ้นหรือไม่  อันนี้คงต้องดูผลกันในระยะยาว

 

สำหรับซุ้มของคณะ ซึ่งมี 4 หนุ่มหน้าตาดี (รึเปล่า) เป็นจุดดึงดูดนักเรียนสาว ๆ ให้เข้ามาซักถามข้อมูล  ส่วนตัวคิดว่า นักเรียนแวะมาที่ซุ้มน้อยกว่าปีก่อน ๆ หลายคนมายืนเล่นเกมตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน เพื่อให้ได้ของชิ้นที่ต้องการ  สาเหตุหนึ่ง อาจจะเพราะปีนี้มีนักศึกษาไปด้วยถึง 4 คน บวกเจ้าหน้าที่อีกหนึ่ง จึงมีกำลังพลมากพอที่จะกระจายไปทั่วพื้นที่จัดงาน  ทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งได้ซักถามข้อมูล ณ จุดอื่นที่ไม่ใช่ซุ้มคณะ สังเกตจากแผ่นพับที่พกไปเกือบห้าพันใบ ก็แทบหมดเหมือนกัน  หันไปดูอาการของ 4 หนุ่ม  ก็เสียงแหบ เสียงแห้ง  เหงื่อไหลเป็นน้ำ  แต่หน้าตาชุ่มชื่น  ..  ท่าจะมีความสุขกับการทำงาน

ปีนี้ยังคงแวะเวียนไปยัง 5 จังหวัดเหมือนปีก่อน คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ตรัง และนครศรีธรรมราช  สาขาวิชาที่ยังคงได้รับความสนใจยังคงเป็นวาริชศาสตร์ และ สัตวศาสตร์ (ซึ่งส่วนหนึ่งสับสนว่าคือ สัตวแพทย์ ต้องอธิบายกันยกใหญ่)  และปีนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากภาควิชาพืชศาสตร์ สำหรับขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช 3 ขวด (เอ๊ะ หรือ 4) สร้างความตื่นเต้นและสนอกสนใจให้กับนักเรียนหลายคน  บางคนบอกว่า  "อันนี้แหละพี่  ที่หนูอยากเรียน"  ก็หวังว่าปี 53 นี้ จะมีนักเรียนสมัครโควต้าตรงมากยิ่งขึ้น

ที่ขาดไม่ได้ (พกไปทุกปี) คือกล่องแสดงแมลงของภาควิชาการจัดการศัตรูพืช ซึ่งปีนี้ได้รับความอนุเคราะห์จัดชุดใหญ่มาให้  สร้างความดีใจและปวดเศียรให้กับทีมงานไปพร้อม ๆ กัน  กล่าวคือ  ดีใจที่จะมีตัวอย่างแมลงแบบจับต้องได้ไปให้น้อง ๆ ดู  แต่คิดหนักว่า  ดูอาการแล้วจะกลับมาแค่เข็มกับกล่อง  (แล้วก็จริงดังคิด ปีกผีเสื้อตัวแรกหักหายไปตั้งแต่จังหวัดแรก)  นักเรียนหลายคนตื่นเต้นกับการได้เห็นแมลงที่จัดแสดง และสนใจอยากเรียนรู้กระบวนการทำ ซึ่งแน่นอน ทีมงานก็จัดการกรอกข้อมูลของสาขาวิชาการจัดการศัตรูพืช เข้าสู่โสตการรับรู้ของน้อง ๆ ในทันที

 ในภาคกิจกรรมที่ซุ้ม  ยังคงมีการเล่นเกมตอบคำถามเพื่อรับของรางวัลที่ระลึกจากทางคณะ  ปีนี้พยายามเลือกคำถามที่ยากง่ายปะปนกันไป  มีทั้งคำขวัญประจำจังหวัด ดอกไม้ประจำจังหวัด สีของมหาวิทยาลัย สีของคณะ ดอกไม้ประจำคณะ อักษรย่อของคณะ สาขาวิชาที่เปิดสอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปจนถึงคำถามด้านวิชาการ เช่น ชื่อวิทยาศาสตร์ของข้าว จำนวนวันที่แพะตั้งท้อง ฯลฯ  อย่างชื่อวิทยาศาสตร์ของข้าวเนี่ย ถามมา 2 ปีติดกัน เด็ก ม.ปลาย ตอบกันได้ทุกโรงเรียน ปีนี้ไม่มีโรงเรียนไหนตอบได้เลย อันนี้น่าคิด ..

อีกคำถามที่ต้องใบ้กันถึงที่สุด คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ส่วนใหญ่จะตอบชื่อได้ คือ นายธีระ  พอถามนามสกุลก็คิดกันยกใหญ่  มีโรงเรียนนึง ก็ใบ้ว่า นามสกุลมีคำว่า วงศ์ และอีกสองพยางค์คือ "มีดินสอ มีไม้บรรทัด แล้วต้องมีอะไร"   เด็กตอบว่า   "วงเวียน"  ..  เฮ้อออ คำตอบคือ "วงศ์สมุทร"

อีกคำถามที่ไม่คิดว่าเด็กจะตอบไม่ได้ คือ อักษรย่อภาษาอังกฤษของคณะทรัพฯ ตอนแรกถามภาษาไทยก่อน ก็ตอบกันได้ว่า  "ทธ"  พอถาม ว่าแล้วภาษาอังกฤษล่ะ  หลายคนตอบว่า  "TT"  ...  อาเมน    ยังพยายามใบ้ว่า ดูจากชื่อเต็ม ๆ สิ  ..  ก็ตอบมาอีกว่า  "TS"   (ฮ่วยยยย)  จนหมดปัญญาจะใบ้ ต้องเฉลยไปว่า  "NR"  เด็ก ๆ ก็บ่นกันว่าคำถามยาก  ถ้าแค่อักษรย่อแค่นี้เป็นคำถามยาก ต่อไปจะเอาอะไรไปถาม

 

ประจวบเหมาะกับช่วงนี้มักจะมีโอกาสได้ไปประชุมสัมมนาเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา ซึ่งเป้าหมายหลักก็เพื่อสร้างบัณฑิต "ที่พึงประสงค์" นั่นคือ เก่ง ดี มีความสุข และภูมิใจในความเป็นไทย (บางท่านบอกว่า ต้องเพิ่ม "ภูมิต้านทานในการเผชิญปัญหา" ไปอีกข้อ) นี่คือกรอบกว้าง ๆ   แต่เมื่อมองลงไปในรายละเอียด ก็อดคิดไม่ได้ว่า  ทุกคนกำลังคาดหวังกับสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเสมือนหนึ่งปลายทางของอุโมงค์มากไปรึเปล่า

เห็นด้วยกับข้อที่ว่า ไม่ว่า input จะเป็นอย่างไร  หน้าที่ของสถาบันคือต้องให้ output  มีคุณภาพให้ได้

แต่ครั้นจะให้คนปั้น ปั้นดินแข็งให้เป็นโอ่ง เป็นไห  ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า  ทำไมไม่ปั้นตั้งแต่ยังเป็นดินเหนียวนิ่ม ๆ  ??
ครั้นจะให้คนเล่นไม้ดัด  มานั่งดัดไม้ซุง  ก็อดคิดไม่ได้ว่า  ก็แล้วทำไมไม่ดัดตั้งแต่เป็นไม้อ่อน  ???

กระบวนการศึกษาและเรียนรู้ของเด็ก  ยิ่งในเรื่องจิตอาสา  จิตสาธารณะ  กาลเทศะ  อ่อนน้อม  ซื่อสัตย์  มีน้ำใจ  ไม่เห็นแก่ตัว ฯลฯ  ที่ล้วนแล้วแต่เป็นนิสัยส่วนตัวซึ่งปลูกฝังกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย   จริงอยู่ว่ามันสามารถมาขัดเกลาในวัยใกล้ทำงานก็ได้  แต่ประสิทธิภาพในการ "บ่ม" มันคงไม่เท่าตอนเค้ายังเด็ก

แล้วตอนเค้าเด็ก ๆ เราทำอะไรกับเด็กน้อยน่ารัก ใสซื่อ เหมือนผ้าขาวสะอาด   ..   อันนี้ต้องลองคิดดู

ทราบจากอาจารย์ท่านนึงว่า เดี๋ยวนี้เด็กประถมต้น เค้าเรียนไปถึงว่า ดอกไม้ ประกอบด้วยอะไรบ้าง มีชั้นใน ชั้นนอก เรียกว่าอะไร (ซึ่งตัวเองก็จำไม่ได้)  ได้ฟังแล้วก็ตกใจ  เราเน้นปลูกฝังวิชาการกันตั้งแต่ยังเด็ก  แต่พอโตขึ้นจะให้เน้นปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม  ..  มันกลับกันอย่างแปลก ๆ

 ยิ่งมองไปถึงว่า ลูกเด็กเล็กแดงสมัยนี้ ต้องเรียนพิเศษนู่นนี่กันตั้งแต่ป.1 จะสอบเข้า สอบเลื่อนชั้น สอบย้ายโรงเรียน ต้องมีติว ทุกอย่างต้องแข่งขัน ต้องเป็นที่หนึ่ง  ติวกันจนถึงมหาวิทยาลัย  ก็สะท้อนใจ  นึกถึงสมัยวัยเด็ก  เรียนมานะ มานี ปิติ ชูใจ จบ ป.3-ป.4 ก็เขียนได้ อ่านออก สูตรคูณท่องได้ บวกลบคูณหาร ไปซื้อของได้ไม่คิดเงินผิด นับเงินทอนเป็น  ไม่เคยต้องติว  ใช้ชีวิตเด็ก อย่าง "เด็ก"  เรียนรู้และซึมซับคุณธรรม จริยธรรม ไม่เบียดเบียน ไม่แข่งขัน มีน้ำใจ อ่อนน้อม มีกาลเทศะ   ...  นั่นไง  เก่ง ดี มีความสุข


เมื่อก่อนเราปลูกฝังให้เด็ก  เป็นคนดี มีความสุข และภูมิใจในความเป็นไทย ตั้งแต่เด็ก  โตมาจึงปลูกฝังเรื่องวิชาความรู้ให้คนดี กลายเป็นคนเก่ง  แต่ไป ๆ มา ๆ ตอนนี้  กลายเป็นว่า  เราปลูกฝังให้เด็กเป็นคนเก่งด้านวิชาการตั้งแต่เด็ก  โตมาจนดัดยากจึงมาปลูกฝังเรื่องให้เป็นคนดี  ให้เค้ามีความสุข  และภูมิใจในความเป็นไทย


สงสัยจะเป็น side effect จากโลกาภิวัฒน์  ^^"


(ยังมีหลายเรื่องที่เก็บเกี่ยวจากที่ประชุม ว่างเว้นจากงานประจำคงมีโอกาสได้เขียนเรื่อยเปื่อยอีกสักครั้ง ^^)

 

ป.ล. อีกเรื่องที่เป็นประเด็นร้อน คือ จะทำอย่างไรให้อาจารย์ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของนักศึกษา  จะเดินแนวทางไหนในวันที่เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับงานวิจัย  ในขณะที่กิจกรรมนักศึกษาเป็นเพียงการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนักศึกษากับเจ้าหน้าที่กิจการนักศึกษา และอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมที่เป็นบุคคล unseen ผู้อยู่เบื้องหลังโดยไม่มีสิ่งใดตอบแทน

 

อ้อ .. ลืมอีกข้อ ต้องขออภัยสำหรับบางท่านที่ดูรูปแล้วก็สงสัยว่าจะลงข้อความไว้กลางภาพทำไม อันนี้เป็นความเคยชินในการลงลายเซ็นเจ้าของภาพ อาจดูรกไปสักนิด ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ  ^^

ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
kanjana.su [IP: 192.168.100.112]
22 July 2009 11:19
#46493

ดีค่ะ ทีมงานหน้าตาน่ารักดี (^_^)

อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดค่ะไม่ว่า input จะเป็นอย่างไร  หน้าที่ของสถาบันคือต้องให้ output  มีคุณภาพให้ได้
และเราต้องปลุกจิตสำนึกสาธารณะในใจเราทุกคนค่ะ โดยเริ่มที่ตัวเราก่อน ถ้าช่วยกันยังงี้ทุกคนในองค์กร ก็จะส่งผลดีโดยรวมด้วยค่ะ

Ico48
Monly (Recent Activities)
27 July 2009 20:52
#46685
  • นำเสนอข้อมูลได้ดีค่ะ แม้จะเป็นการทำไป บ่นไป แต่ก็ได้เนื้อหาสาระดี
  • จะรออ่านบันทึก ทำไป บ่นไป ของน้องเปิ้ล อีกค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.160.19.155
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ